สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ตั้งกระทู้ทั่วไปซักถามความล่าช้าในการขับเคลื่อน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะประเด็นการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ยังไม่มีความคืบหน้าแม้กฎหมายมีผลบังคับใช้มานานเกือบหนึ่งปี พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมชี้แจงความคืบหน้าและผลการปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กฎหมายขับเคลื่อนได้จริงตามเจตนารมณ์
ท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ทั่วไปของผม ในวันนี้ ผมตั้งกระทู้สอบถามถึงความล่าช้าในการขับเคลื่อนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ และขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่มาตอบกระทู้ถาม ผมในวันนี้ ซึ่งเลื่อนไปเพียงแค่สัปดาห์เดียว แต่นั่นก็ทำให้ผมมีข้อมูลประกอบกระทู้ถามนี้ เพิ่มเข้ามาอีก ๑ เรื่องที่น่าสนใจครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีสไลด์ (Slide) สำหรับ ประกอบกระทู้ถามทั่วไปอยู่ ๖ สไลด์ (Slide) ครับ แบ่งเป็นช่วงคำถามแรก ๓ สไลด์ (Slide) และคำถามที่ ๒ ๓ สไลด์ (Slide) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามี การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วครับ ยิ่งในช่วง ๕ ปี หลังสุดก็มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ในปัจจุบันโลกเราและประเทศไทยอยู่ในยุคของ ทรัสต์ อีโคโนมี (Trust Economy) เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความไว้วางใจครับ ทั้งภาค ประชาชนและภาคธุรกิจ หรือระหว่างภาคธุรกิจด้วยกันเอง หรือระหว่างภาคธุรกิจ ภายในประเทศและธุรกิจระหว่างประเทศก็ต้องใช้ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจในการทำ ธุรกิจระหว่างกันครับ กลุ่มในประเทศยุโรปได้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นภูมิภาคแรก ๆ ครับ ในปี ๒๐๑๘ หรือ ๒๕๖๑ สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลหรือจีดีพีอาร์ (GDPR) เจเนรัล ดาต้า โพรเทกชัน เรกกูเลชัน (General Data Protection Regulation) หรือกฎหมายของเขานะครับ ก็เพื่อคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของประชาชนของเขา เขามีความใส่ใจในเรื่องนี้ครับ นอกจากนั้นกฎหมายนี้ยัง คุ้มครองไปยังประชาชนชาวยุโรปที่ไม่ได้อยู่ในประเทศเขาครับ ไม่ว่าเขาจะไปใช้บริการ ไปทำงาน ไปท่องเที่ยวในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย กฎหมายนี้ก็ตามไปคุ้มครอง ด้วย ด้วยเหตุผลนี้เองในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ สำหรับในประเทศไทยเราเองถือเป็นการดีครับ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ ก็ได้มีกฎหมาย ออกมา ๒ ฉบับ คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ เช่นกันครับ ๒ กฎหมาย ๒ พ.ร.บ. นี้ออกมา ก็ช่วยตอบโจทย์ทรัสต์ อีโคโนมี (Trust Economy) ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะทั้ง ๒ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและคุ้มครองให้คริทิคัล อินฟราสทรักเจอร์ (Critical Infrastructure) ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ให้ระบบล่ม เพื่อเป็นผลเสียกับภาคธุรกิจ ประชาชน ทุกอย่างเหมือนว่าจะดำเนินการไปด้วยดีครับ เพราะว่ากฎหมายของเราก็ออกมา อยู่แล้ว และนั่นก็ถือว่าเป็นผลงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมด้วยครับ ขอขึ้นสไลด์ครับ จนมาถึงเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ปีที่แล้วมีมติแต่งตั้งจาก ครม. นะครับ ย้ำว่าเป็นการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวน๑๐ ท่าน เป็นประธาน ๑ ท่าน และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๙ ท่าน ตอนนี้ก็ยังถือว่าเราอยู่ในช่วงผลักดันและไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ดีไม่น้อยหน้า ต่างประเทศครับ แต่หลังจากนั้นก็ควรจะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของคณะกรรมการที่แต่งตั้งนี้ครับ จากตอนนั้นถึงตอนนี้เป็นเวลา ๙ เดือนก็ยังไม่มีการประกาศแต่งตั้งขึ้น หลังจากที่ผมได้ยื่นกระทู้ถามไปผมก็ได้ศึกษาข้อมูล เพิ่มเติมก็ทราบมาว่ามีสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งก็ได้มีกระทู้ถามเกี่ยวกับทั้ง ๒ พ.ร.บ. นี้ เช่นกัน ผมก็เข้าไปทำการบ้านมาครับ มีคำถามเกี่ยวกับว่าจะสรรหาประธานกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้เมื่อไร จะจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้เมื่อไร จะสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ เมื่อไร จะออกกฎหมายลูกที่สำคัญเร่งด่วนหรือกฎหมายลูกที่สำคัญได้เมื่อไร ทุกคำถามล้วน แต่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น ที่ยังไม่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา นั่นหมายความว่าการแต่งตั้งตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เป็นอย่างมากในการขับเคลื่อน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ
ตามมาตราสุดท้ายใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้น มาตรา ๙๖ ระบุไว้ว่าการดำเนินการออกระเบียบและประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ให้ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑ ปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้บังคับ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผลที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ผมทราบว่า ผมเข้าใจว่าท่านเองก็ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ว่าผมและประชาชนที่สนใจ ความคืบหน้าเรื่องนี้ก็อยากทราบครับ จึงนำมาซึ่งคำถามในชุดแรกครับ
ผมก็ขอสอบถามว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วจะสามารถประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไร และท่านได้ ดำเนินการผลักดันเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ผมทราบว่าท่านเองก็ได้มีการปรึกษาต่อสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ผมอยากทราบว่าข้อสรุปเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนี้