ไพบูลย์ ชี้แจงสนับสนุนร่างระเบียบ ก.บ.ศป. เพิ่มสวัสดิการศาลปกครอง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ชี้แจงเหตุผลสนับสนุนร่างระเบียบ ก.บ.ศป. เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการและค่าตอบแทนพิเศษให้บุคลากรศาลปกครอง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน โดยย้ำถึงความจำเป็น ความโปร่งใส และความสอดคล้องกับกฎหมายอื่น พร้อมยืนยันบทบาทของคณะกรรมการบริหารศาลปกครองที่มีตัวแทนจากภายนอกและผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกาและเจตนารมณ์ของสภาในการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ ตามที่ท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน โดยเฉพาะทางท่านขจิตรและท่านอาจารย์อานนท์ ที่ขอสงวนความเห็นไว้ ซึ่งมีลักษณะในทำนองเดียวกัน โดยได้เห็นสมควรขยายความนะครับ สรุปใน ๒ ประการที่สำคัญว่าการออกระเบียบของ ก.บ.ศป. เกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนพิเศษ ซึ่งท่านเห็นสมควรในประการแรก ก็คือในกรณีการปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยพิเศษ อีกประการหนึ่งนะครับ ในกรณีมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานที่มีความเร่งด่วนหรือเหนื่อยยาก กว่าหน้าที่ปกตินั้น ด้วยความเคารพกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านที่ขอสงวนความเห็นดังกล่าวไว้ ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าที่คณะกรรมาธิการมีความเห็น ต้องยืนยันร่างเดิมตามที่ศาลปกครองและคณะรัฐมนตรีเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ที่บัญญัติว่า ใน (๘) นะครับ ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการการสงเคราะห์เงินค่าตอบแทนพิเศษ และสิทธิและประโยชน์อื่นของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการ ฝ่ายศาลปกครองและพนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครองนั้นเป็นไปตาม หลักการที่ที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้รับมา ปรากฏในบันทึกหลักการแล้วนะครับ และในประการ สำคัญก็มีบันทึกเหตุผลปรากฏชัดเจนเช่นกัน ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่าที่สมควรแก้ไขเพิ่มเติม อำนาจหน้าที่ของ ก.บ.ศป. ในการออกระเบียบเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนพิเศษและสิทธิ และประโยชน์อื่นของข้าราชการตุลาการศาลปกครอง ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการและลูกจ้างของสำนักงานศาลปกครองนะครับ อันจะเป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่งในการเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจในการอำนวยความยุติธรรม ทางปกครองแก่บุคลากรของศาลปกครองนั้น ย่อมเห็นความชัดเจนของบทบัญญัติดังกล่าว อยู่แล้ว

และในประการสำคัญในการบัญญัติกฎหมายอื่นนะครับ ซึ่งผมขออนุญาต ที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่ากฎหมายในองค์กรในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะของศาลยุติธรรม และองค์กรอัยการ ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับว่าในของศาลยุติธรรม พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ในมาตรา ๑๗ บัญญัติให้ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมก็คือ ก.บ.ศ. ถ้าเทียบกับศาลปกครองก็คือคณะกรรมการ บริหารศาลปกครอง ก.บ.ศป. ที่ขอแก้ไขใน (๘) นี้นะครับ ของศาลยุติธรรมกำหนดว่า มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารราชการศาลยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับงานบริหาร ราชการและงานธุรการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และประเพณีปฏิบัติของทางราชการศาลยุติธรรม โดยให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) ออกระเบียบ หรือประกาศ หรือมีมติเพื่อการบริหารราชการศาลยุติธรรมในส่วนที่ เกี่ยวกับงานบริหารราชการและงานธุรการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามนโยบาย ของประธานศาลฎีกา

นอกจากนี้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๓๐ ขออนุญาตอ่านเนื้อความนะครับว่า นอกจากอำนาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น ให้ ก.อ. มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๔) ออกระเบียบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการการสงเคราะห์อื่น เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง ที่มีเหตุพิเศษ เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว และเงินค่าตอบแทนพิเศษอื่นแก่ข้าราชการ ฝ่ายอัยการ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพผ่านไปยังท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า ที่ผ่านมาการบัญญัติเนื้อความไว้เช่นนี้ อย่างเช่น ศาลยุติธรรม และอัยการก็เป็นรูปแบบของกฎหมาย ซึ่งในทางปฏิบัติไม่ได้มีปัญหาในการใช้แต่อย่างใด ที่จะคงไว้ตามร่างเดิม นอกจากนั้นผมได้ไปสำรวจตรวจสอบในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญในหลายฉบับด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๐ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๔๔ (๑) พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๒ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๙ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๒ (๒) ในพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ล้วนแต่ใช้ข้อความดังเช่น ร่างที่ปรากฏในร่างเดิมที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาทั้งสิ้นนะครับ

นอกจากนี้ผมเรียนเพิ่มเติมว่าในองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร ศาลปกครองก็คือ ก.บ.ศป. ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณา คดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ในมาตรา ๔๑/๒ ก็มีองค์ประกอบของคณะกรรมการ ก.บ.ศป. ประกอบด้วยประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน มีท่านผู้แทนของหน่วยงานภายนอก ก็คือเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นกรรมการ นอกจากนั้นก็มีผู้แทนที่เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองชั้นต้น ที่ถูกเลือกมาโดยกลุ่มของท่านตุลาการเอง แล้วก็มีผู้แทนของข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ตรงนี้นะครับ นอกจากนั้นในประการสำคัญ กรรมการบริหารศาลปกครองที่เป็น บุคคลภายนอก ที่ไม่เป็น หรือไม่เคยเป็นข้าราชการศาลปกครอง ก็จะมีเข้ามา ๓ ท่าน เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านงบประมาณ ซึ่งปัจจุบันก็เป็นอดีตรองผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณ มาจากด้านการพัฒนาองค์กร ก็มาจากอดีตเลขาธิการสำนักงาน ศาลยุติธรรมนะครับ และนอกจากนั้นก็มีด้านบริหารจัดการ มาจากอดีตเลขาธิการ ก.พ. เราจะเห็นว่าคณะกรรมการ ก.บ.ศป. ไม่ใช่เป็นบุคลากรของศาลโดยเฉพาะ ก็มีหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับระเบียบการบริหารจัดการมาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงาน ก.พ. สำนักงานศาลยุติธรรมที่ถูกเลือกมา แล้วก็จากสำนักงบประมาณนะครับ เพราะฉะนั้น ในเชิงของการออกระเบียบก็จะต้องมีงบประมาณรองรับอยู่แล้ว ผมเรียนด้วยข้อเท็จจริงว่า การที่องค์ประกอบของ ก.บ.ศป. ที่จะออกระเบียบ ก็ย่อมที่จะอาศัยบทบัญญัติที่สภาแห่งนี้ ให้เจตนารมณ์ไว้ แล้วก็ดูไปหน่วยงานข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นสายยุติธรรม องค์กรอัยการ เมื่อทางปฏิบัติไม่มีปัญหา ก็ต้องอาศัยสภาแห่งนี้ในการจัดสรรงบประมาณขึ้นรองรับ ผมก็คิดว่าในประเด็นนี้ในรูปแบบของกฎหมายตรงจุดนี้เท่าที่ชี้แจงมาคงไม่ได้ขัดต่อ หลักการที่สำรวจความคิดเห็นแต่อย่างใด และนอกจากนั้นก็เป็นไปตามในบันทึกหลักการ และเหตุผลประกอบการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วนะครับ ซึ่งเรื่องนี้รายละเอียดเพิ่มเติม ทางท่านผู้แทนคณะกรรมการกฤษฎีกาคงจะให้ความเห็นเพิ่มเติมได้ในเรื่องของ แบบกฎหมายนะครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ