เอกรักษ์ แจงร่าง พ.ร.บ. จราจรใหม่ ปรับความเร็ว-ความปลอดภัย-ลดอุบัติเหตุ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ชี้แจงความคืบหน้าและเหตุผลในการแก้ไข พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับใหม่ โดยเน้นการลดอุบัติเหตุจากปัญหาเมาแล้วขับ ความเร็วของรถจักรยานยนต์ และการแข่งรถผิดกฎหมาย พร้อมเสนอมาตรการต่าง ๆ เช่น การตัดคะแนนความประพฤติ การเชื่อมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การกำหนดความเร็วให้สอดคล้องกับสภาพถนน และการปรับเกณฑ์รถที่ใช้ได้ตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังเน้นการส่งเสริมความปลอดภัยด้วยการปรับปรุงกฎหมายเรื่องเข็มขัดนิรภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงเด็กและผู้มีร่างกายเล็ก รวมถึงการตั้งศาลจราจรเพื่อถ่วงดุลอำนาจตำรวจ และการกำหนดบทบาทหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนเพื่อความรับผิดชอบที่โปร่งใส

พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๖

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ กระผม พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๖ ผู้แทนสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีให้ทำหน้าที่ชี้แจงนะครับ ต้องขออนุญาตเรียน ก่อนว่า ๒๐ ท่านที่ให้ความเห็นมา จริง ๆ แล้วกฎหมายที่เกี่ยวกับการจราจรมีหลายฉบับ ด้วยกันนะครับ ในส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบคือพระราชบัญญัติจราจร ทางบก แต่ถ้าเกิดพูดกันถึงเรื่องรถยนต์ ใบขับขี่ รถบรรทุก ไฟหน้ารถ ไฟเลี้ยว กระจกพวกนี้ อยู่ใน พ.ร.บ. รถยนต์ กับ พ.ร.บ. ขนส่ง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาว่ากระผม ขออนุญาตชี้แจงในส่วนของประเด็นร่างแก้ไข พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็คำถามที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจราจรทางบกนะครับ หลังจากนั้นจะขออนุญาตให้ ผู้แทนกรมการขนส่งทางบกตอบปัญหาข้อข้องใจและความเห็นของท่านสมาชิกในส่วนที่ กรมการขนส่งทางบกรับผิดชอบ อย่างเช่นของท่านวีระกร คำประกอบ เรื่องบิกไบก์ (Big bike) มันเป็นอย่างไร เรื่องรถบรรทุกมันเป็นอย่างไร ก่อนอื่นต้องขออนุญาตเรียนก่อน ว่าแรงบันดาลใจที่ผมมานั่งทำกฎหมายจราจร ผมเริ่มเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ตั้งแต่ผมเป็น รองผู้บังคับการ จนตอนนี้เป็นรองผู้บัญชาการ ย้ายไปตรงไหน ผมก็ยังต้องมานั่งทำ เพราะเหมือนอย่างที่อาจารย์พูดครับ วันนี้คนไทยเสียชีวิตปีละ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน วันละ ๕๐ คน ป่วย พิการ ติดเตียงอีกปีละหลายหมื่นคนนะครับ ด้วยเหตุที่ผมเป็นตำรวจแล้วเห็นประสบเหตุ ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้คือปัญหาอุบัติเหตุ ทางถนนนะครับ ผมใช้เวลา ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ จนถึงปี ๒๕๖๒ ทุกวันพุธบ่ายสองโมงนำข้อมูลปัญหาการทำงานของตำรวจชี้แจงคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ ๔ ทุกวันพุธเป็นเวลา ๑๐๐ กว่าครั้ง จนกระทั่งได้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาจนถึง ตรงนี้นะครับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ผูกพันกับพี่น้องประชาชนชาวไทย การใช้ดุลยพินิจ ที่หลายท่านบอกว่าตำรวจใช้ดุลยพินิจไม่ชอบ มันจะเกิดปัญหาการเรียกรับสินบน ผมจำเป็น จะต้องชี้แจงและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนและทำประชาพิจารณ์ตามมาตรา ๗๗ หลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ชาวไทยและจะทำให้ลดอุบัติเหตุทางถนนได้ หลาย ๆ หลักการในเรื่องนี้ถูกพิจารณา อย่างรอบคอบโดยนำความสำเร็จจากต่างประเทศนำมาประยุกต์และปรับให้เข้ากับคนไทย เพื่อมุ่งหวังว่าจะทำให้คนไทยมีวินัยจราจรเคารพกฎหมายและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเมาแล้วขับนะครับ จากข้อมูลที่เรามีในมือจากกรม ปภ. จากศูนย์ปลอดภัยทางถนนเราเก็บข้อมูล ๗ วันอันตรายเป็นเวลา ๒ ปี คือปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ ๔ ครั้ง ข้อมูลยืนยันได้ว่า เกินกว่าครึ่ง เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของอุบัติเหตุทางถนนเกิดจากคนเมา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ผมจะนำเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาสนับสนุนแนวความคิดร่างกฎหมาย ฉบับนี้ในโอกาสต่อไป แต่ก่อนอื่นขออนุญาตตอบความเห็นของทุกท่านอีกทีนะครับ

ของท่านอาจารย์จากสกลนครนะครับ อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ วันนี้ ต้องยอมรับครับ ตายเยอะจริง ๆ ถ้าการบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด ถ้าผู้ขับขี่ไม่ตระหนัก ถ้าไม่สามารถควบคุมได้เราก็ไม่สามารถแก้ปัญหาอุบัติเหตุได้

ในเรื่องของความเร็ว ขออนุญาตตอบในภาพรวมนะครับ หลาย ๆ ท่านพูดกัน ในเรื่องความเร็ว กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเร็วอยู่ใน พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา ๖๗ บัญญัติไว้ว่า ห้ามขับรถช้าหรือเร็วกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงฉบับนี้ออกมา เมื่อปี ๒๕๒๔ บอกว่าในเขตเทศบาลห้ามเกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเขตเทศบาล ห้ามเกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง มันใช้มา ๔๐ ปีแล้วครับ ขออนุญาตรายงานความคืบหน้าว่า ณ ปัจจุบันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงคมนาคมกำลังปรับแก้กฎกระทรวง เรื่องความเร็วให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของประชาชนในปัจจุบันให้สอดคล้องกับยานยนต์ และถนนนะครับ เพราะฉะนั้นถนนเล็ก ๆ อาจจะต้องขับช้า ถนนใหญ่ ๆ ขับได้เร็วขึ้น ควบคุมความเร็วในชุมชนอย่าเร็วมากเพราะเป็นอันตรายต่อเด็กต่อคนในชุมชน แล้วไปชดเชยให้ในทางหลวงระหว่างเมืองในทางพิเศษให้ขับรถได้เร็วมากขึ้นนะครับ ถนนกว้าง ๆ ขับได้เร็วมากเหมือนอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอกว่าต่อไป ในอนาคตถนนในประเทศไทยจะวิ่งได้ถึง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียงแต่ว่าอยู่ในระหว่าง การปรับสภาพถนนให้สอดคล้องกับความเป็นเร็วเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อีกไม่นานท่านได้ขับรถ เร็วขึ้นแน่นอนครับ ก็ต้องเรียนก่อนว่าตำรวจก็พยายามอยากให้ขับรถเร็วครับ แต่ต้องไม่เป็น อันตราย

สำหรับท่านสุพิศาลนะครับ รถแว้นต้องเรียนว่าหลักการในกฎหมายฉบับนี้ เพื่อควบคุมการแข่งรถนะครับ ถ้าได้รับความกรุณาจากกระบวนการนิติบัญญัตินี้ พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องร่วมรับผิดชอบดูแลเยาวชนและเด็กในเรื่องของการแข่งรถนะครับ มีท่านหนึ่งบอกว่าในเรื่องของการรวมกัน ๕ คันขึ้นไป เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ ก็ต้องเรียนก่อนว่า เป็นบทสันนิษฐานของกฎหมายเพื่อให้โอกาสเขา ก่อนหน้านี้ถ้าเกิดเด็กรวมตัวกันในปั๊มน้ำมัน ๑๐ คัน ๒๐ คัน ถ้ายังไม่ออกมาแข่งบนถนนยังไม่เป็นความผิด แต่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ถ้ารวมตัวแล้วมีเจตนาให้เห็นได้ชัดเจนว่าจะทำการแข่งรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจเข้าไประงับยับยั้ง เข้าไปดำเนินการได้ เพื่อขยายกรอบ ในการควบคุม โอกาสในการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนในการแข่งรถในทาง เพื่อไม่ให้รบกวนพี่น้องประชาชนคนอื่นในทางสาธารณะ

อีกเรื่องหนึ่ง คือในเรื่องของรถที่ไม่แข็งแรงและไม่ปลอดภัย ขออนุญาตตอบ ท่านสุพิศาลว่าวันนี้ใน พ.ร.บ. จราจรทางบกมีกฎหมายบัญญัติแล้วครับ คือมาตรา ๖ และมาตรา ๑๐ ทวิ เพียงแต่ว่าอำนาจในการหยุดการใช้รถมันยังไม่มีเราเลยขอเพิ่ม การหยุด การใช้รถเมื่อเจ้าพนักงานจราจรพบรถที่อาจเกิดอันตรายหรือไม่ปลอดภัยสำหรับผู้อื่นในทาง จะแบ่งเป็น ๒ ส่วนครับ

ส่วนที่ ๑ คือถ้ามันอันตรายแต่ไม่อันตรายร้ายแรง เขาจะออกหนังสือ และสติกเกอร์ (Sticker) แปะว่าให้ใช้ได้อีก ๓๐ วัน ไปปรับปรุงเสีย แล้วไปให้กรมการขนส่ง ทางบกตรวจ ถ้ากรมการขนส่งทางบกตรวจแล้วว่าปลอดภัยคุณกลับมาใช้ได้ตามปกติ แต่ถ้าเห็นว่ามันอันตราย ขับออกไปข้างหน้าต้องไปเกิดอุบัติเหตุ ต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อน แน่นอน อำนาจที่จะมีคือหยุดทันที เอารถออกมาจากถนน ห้ามใช้ แล้วเอาไปทำเสียให้ดี กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้เอามาใช้ได้เมื่อไรจึงเอามาวิ่งได้ ตรงนี้เราขออำนาจเพื่อให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจป้องกันอันตรายสำหรับพี่น้องประชาชนคนอื่นที่ขับรถในทาง สาธารณะ

ขอขอบพระคุณท่านคารม ก็ต้องเรียนก่อนว่ากฎหมายที่เราแก้นี้ต้องเรียน ตรง ๆ ว่าพยายามจำกัดการใช้ดุลยพินิจของตำรวจ ควบคุมการใช้งานอย่าไปมีความผิด ที่เกี่ยวกับการเรียกรับสินบน สิ่งหนึ่งที่ท่านคารมบอกอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไปดำเนินการออกแนวทางว่าการจะดำเนินคดีในเรื่องของอาจ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนของผู้อื่นจะมีลักษณะใดบ้างต้องอธิบายให้ชัดเจน มิใช่เขียน เช็คเปล่าแล้วก็ให้ตำรวจไปคิดเอาตามอำเภอใจ อย่างไรก็ต้องมีมาตรการควบคุมการปฏิบัติ หน้าที่ของตำรวจอย่างเข้มงวดครับ

แล้วก็ต่อด้วยป้ายจราจร ต้องเรียนก่อนครับ ตำรวจจราจรรับผิดชอบแค่ การควบคุมการจราจร ป้ายจราจรเป็นความรับผิดชอบของท้องถิ่น เพราะฉะนั้นถ้าท่านเป็น ส.ส. พื้นที่ใดอยากให้มันมีป้ายจราจรเพื่อให้พี่น้องประชาชนสัญจรตรงนั้น แล้วทราบ ข้อกำหนด ข้อห้าม หรือข้อพึงปฏิบัติ ต้องขอให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ เว้นแต่ถ้ามันอยู่ ในเขตทางหลวงหรือทางหลวงชนบท แขวงการทางเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าในเทศบาล เป็นเทศบาล กับ อบต. ตำรวจพยายามขอให้เขามีป้ายมาก ๆ แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้าน งบประมาณบางครั้งเราก็ประสบปัญหาอย่างนี้เหมือนกัน ก็ต้องขออนุญาตนำเรียนชี้แจงครับ

ท่าน ส.ส. พรรคก้าวไกล เรื่องจักรยานยนต์ เจตนารมณ์ในการแก้ข้อยกเว้น ให้รถจักรยานยนต์สามารถออกขวาได้ เกิดจากรุ่นน้องของผมเองครับ ตำรวจจราจรเมื่อครั้ง ผมอยู่ บก.จร. ไปจับมอเตอร์ไซค์ออกขวา ข้างหน้ามีรถจอดอยู่ แถวถนนพระราม ๒ นี่ละ ครับ ลงทางด่วนมาปุ๊บซ้ายสุดมีรถจอด ทุกคนก็ต้องหลบแล้วออกขวาช่องที่ ๒ ถูกไหมครับ ตำรวจตั้งอยู่หน้ารถแล้วรอจับบอกว่าวิ่งขวา ผมก็ถามว่าคุณไปจับเขาได้อย่างไร มันมี สิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า ไม่ได้หรอกครับ ผิด ผมบอกว่าถ้าอย่างนี้เขาขับรถมาแล้วเจอ ซ่อมถนนอยู่ต้องจอดรอเขาซ่อมถนนเสร็จถึงจะไปต่อได้หรืออย่างไร หรือจักรยานยนต์ เลี้ยวขวาไม่ได้ เพราะถ้าเกิดเลี้ยวขวาเปลี่ยนช่องทาง เขาบอกว่าไม่ได้ครับ กฎหมายมันเขียน ไว้อย่างนี้ ผมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นผมจะผิดมาตรา ๑๕๗ ผมก็เลยไปนำเรียน กฤษฎีกาบอกว่าขอข้อบัญญัติให้ชัดเจน ข้อยกเว้นของรถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ จะออกช่องทางด้านขวาได้ ๑. มีสิ่งกีดขวาง ๒. เมื่อจะแซงรถคันอื่น ๓. เมื่อจะเปลี่ยน ช่องทาง ถ้าจะต้องเลี้ยวขวาก็ต้องเปลี่ยนช่องทางมาทางขวาเพื่อเลี้ยวขวา จึงเป็นที่มา ของข้อยกเว้นกฎหมายฉบับนี้ ขออนุญาตนำเรียนเพื่อทราบ

แล้วก็ในเรื่องของรถอัตโนมัติ ต้องขออนุญาตเรียนว่ามันแบ่งกันเป็น ๒ ส่วน การจดทะเบียนรถที่เป็นเอไอ (AI) ขับอัตโนมัติต้องไม่มีคนขี่ จะเป็นความรับผิดชอบ ของกรมการขนส่งทางบกจดทะเบียน ถ้าขนส่งจดทะเบียนแล้วเอามาวิ่งในถนนจึงจะเป็น ความรับผิดชอบของตำรวจจราจร

ท่านนิกร จำนง ก็กราบขอบพระคุณท่านนิกร จำนง สนับสนุนสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ช่วยเหลือแนวทางการปฏิบัติของตำรวจด้วยดีเสมอมา ในส่วนของ วิ. จราจร วันหนึ่งประเทศเรา ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งและตำรวจอีกส่วนหนึ่ง อยากเห็นศาลจราจรเพื่อให้ถ่วงดุลอำนาจการปฏิบัติงานระหว่างตำรวจและประชาชน ถ้าวันไหนพี่น้องประชาชนได้รับใบสั่งแล้วไม่เห็นด้วยกับใบสั่งที่ตำรวจเขียน ถ้าไปขึ้นศาลจราจร ถ้าวันไหนประชาชนถูกตำรวจรับผิดชอบไปผมว่านี่แฟร์ (Fair) นะครับ

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นด้วยกับ วิ. จราจรที่ท่านนิกร จำนง เสนอครับ และโดยส่วนตัวผมจะพยายามช่วยทุกวิถีทางครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านเพื่อบ้านเราจะได้มีศาลจราจรสักทีหนึ่ง

ท่านสมเกียรติ ต้องขออนุญาตเรียนก่อนครับว่าใน พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับที่ ๑๒ มีสาระสำคัญที่อยากจะนำเรียนอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ คือ ต่อไปนี้มีระบบตัดคะแนนความประพฤติ หรือดีเมอริต พอยต์ ซิสเต็ม (Demerit Point System) เหมือนต่างประเทศ ทุกท่านจะมีคนละ ๑๒ คะแนน ทุกครั้งที่กระทำความผิดจะถูกตัดคะแนน ถ้าคะแนนหมดจะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ เป็นเวลา ๙๐ วัน และจะมีการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์กับกรมการขนส่ง ทางบก ตามมาตรา ๔/๑ ตรงนี้เราดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว แล้วเราคาดว่าระบบบังคับใช้ กฎหมายดังกล่าวจะใช้ได้ภายในปี ๒๕๖๔ และเราเชื่อมั่นว่าจะทำให้อุบัติเหตุทางถนนลดลง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ เฉกเช่นประเทศสากลเขาประสบความสำเร็จมา

ในส่วนของรถบรรทุกขนาดใหญ่เรื่องเวลาขับขี่ เดี๋ยวขออนุญาต ให้กรมการขนส่งทางบกมาตอบนะครับ

ท่านจิรายุ ต้องเรียนก่อนนะครับว่ากฎจราจร ผมเองผมทำมาอย่างหนัก ผมทำการบ้าน ผมใช้เวลาส่วนตัว ใช้เวลาทำงานนอกเวลาทำงาน ทีมงานของผมทำงาน อย่างหนักเพื่อให้เป็นจริงได้ในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันนะครับ

รถช้าวิ่งขวา ต่อไปในอนาคตกฎกระทรวงนี้ออกใหม่ ต่อไปรถช้าวิ่งขวา ถ้าเกิดช้ากว่าความเร็วที่กฎหมายกำหนดถูกใบสั่งครับ ต่อไปนี้รถขับช้าก็ถูกใบสั่ง รถขับเร็ว ก็ถูกใบสั่งครับ ขออนุญาตนำเรียนเพื่อทราบ

ในส่วนของน้ำหนักรถ ในหลักการที่ว่าขอเปลี่ยน น้ำหนักรถ จาก ๑,๖๐๐ กิโลกรัม เป็น ๒,๒๐๐ กิโลกรัม เนื่องจากว่า พ.ร.บ. รถยนต์ได้เปลี่ยนน้ำหนัก บรรทุกของรถยนต์กระบะส่วนบุคคล หรือรถปิกอัป (Pickup) ขยายจาก ๑,๖๐๐ กิโลกรัม เป็น ๒,๒๐๐ กิโลกรัม พ.ร.บ. จราจรทางบกจึงจำเป็นต้องปรับขยายน้ำหนักให้สอดคล้องกับ กฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ครับ

ในส่วนของเข็มขัดนิรภัย ขออนุญาตตอบโดยภาพรวมนะครับ เข็มขัดนิรภัย ไม่ได้ลดอุบัติเหตุครับ แต่มันบรรเทาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ในอดีตที่ผ่านมาเรามีกฎหมาย นิรภัยอย่างเดียวครับ คือทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย แต่คาดแบบไหนไม่รู้ เด็กเล็ก เด็กโต คาดอย่างไร ต้องคาด สิ่งหนึ่งที่เรารับนโยบายและรับข้อมูลมาจากดับเบิลยูเอชโอ (WHO) คือจำเป็นจะต้องปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเข็มขัดนิรภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพราะฉะนั้นท่านลองนึกภาพสิครับ ถ้าเกิดเป็นผู้ใหญ่คาดเข็มขัดนิรภัยมันจะอยู่ตรงไหล่พอดี แต่ถ้าเป็นเด็กหรือคนตัวเล็ก ๆ มันจะพาดตรงคอครับ แล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุเข็มขัดนิรภัย มันจะดึงอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นเท่ากับเข็มขัดนั้นกำลังจะสังหารเด็ก จึงจำเป็นต้องกำหนด หลักเกณฑ์แนวทางในเรื่องของความสูง อายุของผู้ใช้เข็มขัดนิรภัยให้มันแยกประเภท ให้ชัดเจน เมื่อสักครู่มีท่านหนึ่งบอกว่าการที่ไปออกแบบให้มีที่นั่งสำหรับเด็กในรถ เป็นการเพิ่มภาระนะครับ ท่านลองนึกภาพตามผมนะครับ ถ้าเกิดผู้ใหญ่ ๑ คน พาเด็ก ๓-๔ ขวบ อีก ๑ คน นั่งไปในรถ จะขับรถอย่างไรครับ ท่านจะต้องขับรถไปด้วย แล้วก็ต้อง ดูเด็กไปด้วย โอกาสจะเกิดอันตรายสูงไหมครับ กฎหมายนี้บอกว่าถ้าเกิดผู้ใหญ่ ๑ คน จะพาเด็กน้อยไป ๑ คน เอาเด็กนั่งในที่นั่งสำหรับเด็ก แล้วมีเข็มขัดรัดไปกันได้ แต่ถ้าไม่มีที่นั่งสำหรับเด็ก คุณหาผู้ใหญ่อีก ๑ คน อุ้มเด็กคนนั้นและนั่งในที่นั่งตอนหลัง แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยใช้ได้ครับ มันไม่ใช่เป็นภาระว่ารถทุกคันต้องไปซื้อที่นั่งสำหรับเด็ก อันละ ๕,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ต้องครับ แต่ขอว่าถ้าเกิดคุณจะเอาเด็กไปด้วยต้องมี ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองดูแลเด็ก มิใช่เป็นภาระหน้าที่ของผู้ขับขี่ที่ต้องดูแลเพียงเท่านั้นครับ

ของท่านวีระกรในเรื่องรถสองแถว ขออนุญาตอย่างนี้ จริง ๆ แล้วร่างนี้ เขียนว่าหากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ให้คนโดยสารที่อยู่ในรถยนต์นั้น นอกจาก คนโดยสารที่นั่งแถวหน้าได้รับการยกเว้นไม่ต้องรัดร่างกาย เพราะฉะนั้นรถสองแถว รถอะไร ก็แล้วแต่ที่ไม่สามารถติดตั้งเข็มขัดนิรภัยได้ ขับชิดซ้ายแล้วใช้ความเร็วไม่เกินวิ่งได้ครับ หลักเกณฑ์นี้ ผบ.ตร. จะออกกำหนดให้ เราไม่ได้ว่าไปออกครอบคลุมหมดแล้วจะต้องใส่ มีข้อยกเว้นให้ เพื่อให้คนจน ชาวบ้านใช้รถโบราณที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัยวิ่งบนถนนได้ แต่ไม่ควรจะเร็วมาก ไม่ควรจะไปอยู่ทางขวา ไปปาดซ้ายปาดขวาแข่งกับคนอื่น วิ่งได้ครับ เรียนยืนยัน มีหลักเกณฑ์ข้อยกเว้นเผื่อไว้ให้แล้วครับ

ใบสั่งนะครับ ตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระบบบริหารจัดการใบสั่ง อิเล็กทรอนิกส์ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่าพีทีเอ็ม (PTM) ของธนาคารกรุงไทย ท่านรังสิมา ต่อไปนี้ตำรวจยึดใบขับขี่ไม่ได้แล้วครับ ถ้าตำรวจเอาใบขับขี่ไปติดคุกครับ เพราะไม่มีอำนาจ แล้วครับ ผมเป็นคนยกเลิกกฎหมายเอง ยกเลิกการเรียกเก็บใบขับขี่ครับ ออกใบสั่งได้ อย่างเดียว แล้วเอาใบสั่งไปชำระที่ไหนก็ได้ครับ ธนาคารกรุงไทยทุกแห่ง สถานีตำรวจทุกแห่ง ในประเทศนี้เอาใบสั่งไปชำระ แล้วก็เป็นราคาเดียวกันทั้งประเทศ หลายท่านกังวลว่า ผมขอเสนอขยายอัตราค่าปรับไปสูงสุดไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท มันจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ในกฎหมายจราจรเขียนว่าอัตราค่าปรับจะถูกกำหนดโดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะฉะนั้น