ธีรภัทร หารือปรับกฎหมายจราจร-เพิ่มความเข้าใจร่วม-เสนอใช้เทคโนโลยีรองรับ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ธีรภัทร พริ้งศุลกะ หารือการปรับปรุงกฎหมายจราจรทางบกให้ทันสมัย ครอบคลุมต้นเหตุของปัญหา และเน้นความร่วมมือระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่เพื่อการบังคับใช้อย่างยั่งยืน โดยเสนอให้มีการเพิ่มความเข้าใจในกฎหมายโดยเฉพาะกับเยาวชน ปรับปรุงระบบการอบรมและสอบใบขับขี่ จัดทำเครื่องหมายจราจรให้ชัดเจน พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเช่นกล้อง CCTV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและลดข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมก็เป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการแก้ไข กฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กฎหมายการจราจร ทางบกฉบับแรกเริ่มตั้งแต่ปี ๒๔๗๗ นะครับ แล้วก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข กันเรื่อยมา จนกระทั่งก่อนที่จะมาถึงปัจจุบันนี้ก็คือเราใช้ในปี ๒๕๒๒ เกือบ ๔๐ ปีแล้วครับ ที่เรายังใช้กฎหมายฉบับเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ครั้งนี้จะเป็นครั้งหนึ่งที่เราจะให้โอกาสว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้มีการใช้ไปอีก เป็นระยะเวลายาวนาน เพราะว่าสภาพการจราจร สภาพสังคม สภาพเศรษฐกิจที่มัน เปลี่ยนแปลงไปครับ ทำให้กฎหมายฉบับนี้ต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง และทำให้ ทันสมัยและล่วงหน้าไปเสมอ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในข้อสังเกตของผมเท่าที่ได้ดู เท่าที่ดูแล้วส่วนมากจะเป็นการกระทำที่ให้อำนาจของเจ้าหน้าที่จราจรมากกว่าให้อำนาจ ในทางกฎหมาย มากกว่าให้อำนาจในการจับ ให้อำนาจในการปรับมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผมเชื่อว่าประเด็นเหล่านี้มันเป็นประเด็นของปลายเหตุ เป็นประเด็นของปลายปัญหา ถ้าหากได้มีการประมวลในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ทุกส่วนมีการแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้น ของปัญหา ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้สามารถนำไปใช้ไปได้นานครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เราก็จะเห็นเลยครับ มันมีความขัดแย้งของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ขับรถหรือผู้ใช้รถใช้ท้องถนนกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็คือว่าจราจรจะมีความขัดแย้งอยู่ตลอดเวลาเมื่อเวลาเราใช้ถนนนะครับ ในความรู้สึกของประชาชนกับเจ้าหน้าที่เมื่อเวลาพบกัน ความรู้สึกที่เป็นมิตรมันจะรู้สึก น้อยมาก ทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่หลาย ๆ ท่านได้ทำหน้าที่ของท่านอย่างเถรตรงและทำตาม กฎหมาย แต่ขณะเดียวกันประชาชนอย่างพวกเรานี่ครับ เมื่อทำความผิดกฎหมายแล้ว บางครั้งเราอาจจะไม่ให้ความร่วมมือในสิ่งเหล่านี้ด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นการให้โทษอย่างเดียว การจับปรับอย่างเดียวบางทีอาจจะไม่ใช่เป็นคำตอบ ถ้าเรา ให้ดาบที่รุนแรง ให้ดาบหรืออาวุธที่รุนแรงนะครับ มันไม่ได้เป็นการหมายความว่า เราสามารถจะแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นที่ผ่านมาได้ทั้งหมด ท่านประธานครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นที่เคยประสบ วันนี้เมื่อเวลาเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกความรู้สึกของประชาชน ผมบอกได้เลยว่ามองในแง่ลบ เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าสิ่งที่ตัวเองเกิดขึ้น หรือปัญหา หรือข้อ กฎหมายที่เราทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องจราจรนั้นคืออะไร เวลาเราไขกระจกลง เวลาเจ้าหน้าที่มาใช่ไหมครับ บางทีเรามือสั่นแล้ว ยื่นมือยื่นไม้ยื่นใบขับขี่ไปบางทีไม่รู้เลยด้วย ซ้ำว่าเราผิดอะไร แต่เป็นหน้าที่ เหมือนกับว่าด้วยความตกใจเราต้องส่งสิ่งเหล่านี้เข้าไปก่อน บางทีอาจจะเป็นข้อแนะนำต่าง ๆ ด้วยซ้ำที่เป็นประโยชน์ แต่นี่มันทำให้เราได้เห็นว่าเวลา เราเจอจราจรเรากลัว เรากังวลอย่างไร นี่คือภาวะที่ประชาชนพบทั่วไป เจ้าหน้าที่ ก็เหมือนกันครับ ผมเห็นเจ้าหน้าที่หลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่จราจรช่วงเช้า ๆ ช่วงเย็น ๆ ที่ต้องอำนวยการจราจรมายืนโบก มีเครื่องมือเครื่องไม้ที่พอบ้าง ไม่พอบ้าง มีหน้ากาก ขณะเดียวกันเขาต้องทำหน้าที่ยืนตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเย็น ผจญกับควัน ผจญกับ อุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ก็ต้องอำนวยการจราจร เจ้าหน้าที่ที่ต้อง ประสบกับภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าฝนตกอย่างไร ตกหนักอย่างไร น้ำท่วมอย่างไร อากาศร้อนมาก น้อยแค่ไหน เราก็จะเคยเห็นครับ มีภาพของเจ้าหน้าที่เหล่านี้มาช่วยราษฎรที่ประสบปัญหา อยู่เสมอ แต่ภาพเหล่านี้มันไม่ได้ถูกแพร่ไปมาก เลยทำให้เกิดภาพเวลาเราพบเจ้าหน้าที่ หรือตำรวจต่าง ๆ มันถึงได้มีความกังวลเป็นขั้นแรก ท่านประธานครับ ถ้าเราจะทำให้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วมันเป็นการใช้งานได้อย่างยั่งยืนและอย่างถาวรในช่วงระยะเวลาถัดไป หลังจากที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป ผมเรียนว่ามันจะต้องมีการทำงานอย่างน้อย ๆ ที่สุด ๓ ส่วน ที่จะต้องทำให้การจราจรในวันนี้มันเป็นไปได้

ท่านประธานครับ อย่างแรกก็คือว่าการให้ความรู้ การให้ความรู้มันทำให้ ประชาชนมีความเข้าใจในทางกฎหมาย กฎหมายในวันนี้อย่างน้อยที่สุดคนไทยส่วนใหญ่ ในประเทศจะต้องได้ทราบนะครับ เพื่อที่ทุกคนได้รู้ว่าหน้าที่ของตนเองเมื่อเวลาขับรถ หรือเป็นผู้โดยสารจะต้องรู้ว่าควรปฏิบัติและทำหน้าที่ของตนเองอย่างไร ทั้งต่อตัวเองและทั้ง ต่อผู้ร่วมใช้ถนน ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่ากรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานต่าง ๆ สามารถ ร่วมกันได้ การให้ความรู้ ให้ความเข้าใจเยาวชนตั้งแต่เล็ก ๆ การเข้าไปในสถานศึกษา การทำ ความเข้าใจ หรือแม้แต่กระบวนการขั้นต้นของการขับรถ ก็คือว่าการให้ใบอนุญาตใบขับขี่ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น วันนี้มีการอบรม มีการสอบข้อเขียน หลังจากนั้นก็สอบภาคปฏิบัติ ถามว่าสิ่งเหล่านี้ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้เราอำนวยความสะดวกประชาชนมากเกินไปหรือเปล่า เพราะว่าท่านจะได้เห็นว่ามันมีหลายสถานที่มากเลย วันนี้ที่ภาคเอกชนเข้ามามี ส่วนช่วยในการทำเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่ามันไม่สามารถสะท้อนข้อเท็จจริงก็คือว่าได้ใบขับขี่ ได้ง่าย ขับรถได้ง่าย ทำผิดกฎหมายได้ง่าย

ประเด็นที่ ๒ เรื่องวิศวกรรม เราเวลาขับไปทางจราจรบางทีเครื่องหมาย เราเห็นไม่ชัดเจนหรอกครับ เส้นทางจราจรในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟสัญญาณจราจร สัญลักษณ์บริเวณข้างทาง สิ่งเหล่านี้ต้องมาพร้อมกัน ต้องทำให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความอุ่นใจ กับผู้ใช้รถใช้ถนน บางครั้งนะครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เหมือนเอาไปจอดข้าง ๆ ถนน ริมฟุตพาท (Footpath) บางทีทาสีไม่ชัด แต่ปรากฏว่าตรงนั้นเป็นขาวแดง ประชาชน ถูกใบสั่ง สิ่งตรงนี้เมื่อเกิดใบสั่งแล้วเกิดการโต้แย้งกับเจ้าหน้าที่ทันที ทั้ง ๆ ที่บริเวณตรงนั้น อาจจะเกิดจากความไม่ชัดเจน เกิดจากการบกพร่องของการทำสัญลักษณ์เหล่านี้ให้ชัดเจน ก็ได้

ประเด็นสุดท้าย ที่เป็นที่มาของเรื่องนี้ก็คือว่าการบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรง ซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนก็ได้ให้การสนับสนุน เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรงมีส่วนหนึ่งสามารถหยุดยั้งการยับยั้งชั่งใจของผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ให้เกิดความประมาทมากขึ้น ตรงนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านเมื่อได้เห็นกฎหมายในหลาย ๆ ตัวแล้วผมก็เชื่อว่าสนับสนุน นอกจากนี้นะครับ สุดท้ายก็คือว่าการนำเครื่องมือเครื่องไม้ ปัจจุบันที่นำมาใช้ เทคโนโลยีอย่างเช่นมีกล้องซีซีทีวี (CCTV) การบันทึกการกระทำผิด กฎหมายด้วยการใช้เครื่องมือ ซึ่งตรงนี้กรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ บูรณาการกันได้ คนที่ทำผิดจะต้องถูกปรับ ถ้ามีการกระทำผิดซ้ำจะต้องถูกปรับมากกว่าเดิม มีการเช็ก (Check) ข้อมูลอย่างชัดเจน ซึ่งผมเชื่อว่าเทคโนโลยีตรงนี้มันสามารถช่วยมีผลกระทบทำให้การกระทบกระทั่ง และความไม่เข้าใจของประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่ลดลงไปได้ เพราะเราจะไม่มีการใช้คำว่า จะไม่ยอมจำนนต่อหลักฐานเลย ถ้าเราไม่มีเอกสารที่เป็นข้อเท็จจริง นี่คือเป็น ๓ ส่วนที่ผม อยากจะฝากในคณะกรรมาธิการถ้าหากได้มีการจัดตั้งและได้นำเรื่องนี้มานั่งถกเถียงกันในชั้น กรรมาธิการ และผมก็เชื่อว่าคนไทยทุกคนพร้อมที่จะปฏิบัติตาม พ.ร.บ. จราจรฉบับนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน