จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก โดยเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะจากมอเตอร์ไซค์ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ห่างไกล และการทบทวนเกณฑ์การสอบใบขับขี่ที่ควรมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ไม่คล่องเทคโนโลยี พร้อมเรียกร้องความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งเรื่องกล้องตรวจจับความเร็ว การจัดการรถท่องเที่ยวในชุมชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานถนน จุดกลับรถ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการปรับแก้จากพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๒๒ ที่มีมาในภาวะที่เปลี่ยนแปลงในยุค โลกาภิวัตน์ ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนว่าประเทศไทยนะครับ เมื่อปี ๒๕๔๙ สาเหตุ การตายจากอุบัติเหตุของประเทศไทยอยู่อันดับ ๒ ของโลก พอมาช่วงปี ๒๕๖๑ มาเป็น อันดับ ๙ ดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีใจ เพราะอยู่ในท็อปเท็น (Top ten) ที่อุบัติเหตุ
ประเด็นที่ ๒ อุบัติเหตุที่เสียชีวิตมากที่สุดคือมอเตอร์ไซค์ และเป็นอันดับ ๑ ของโลก นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง ที่พวกเราเป็นห่วง ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่าจากที่ พวกเราได้มีประสบการณ์จากที่ประชาชนมาหา จากที่เราเจอคนที่มาร้องเรียนในเรื่อง การจราจรนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ และปรับปรุง แก้ไขหลาย ๆ ส่วน ส่วนแรกที่เกี่ยวกับทางด้านการแพทย์ก่อนนะครับ ก็คือมาตรา ๔๓ ทวิ ที่เกิดผู้ป่วย หรือผู้ประสบอุบัติเหตุแล้วหมดสติไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นได้แก้ให้ว่าแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถให้แพทย์ได้ตรวจเรื่องของระดับแอลกอฮอล์หรืออะไรต่าง ๆ ได้แต่ไม่อินเวซีฟ (Invasive) กับคนไข้อันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ โดยที่เราไม่ได้ล่วงเกินสิทธิเสรีภาพมากเกินไป ตรงนี้ควรต้องแก้ หรือแม้กระทั่งว่าถ้าเกิดรู้ตัวแต่ว่าไม่ยอมให้ตรวจตรงนี้ก็ต้องมีกฎหมาย บังคับว่า ในเมื่อมีความจำเป็นในเรื่องของการรักษาด้วย ในเรื่องสุขภาพเขาเองด้วยอันนี้ เห็นด้วย
ประเด็นที่ ๒ ที่มีความเป็นห่วงในหลายเรื่อง เรื่องแรกก็คือมีพี่น้องอยู่ในพื้นที่ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วไปขับรถมอเตอร์ไซค์ชนเสาไฟฟ้าแล้วก็เสียชีวิตที่ทางภาคใต้ เป็น ๒ ท่าน แล้วยังไม่ได้รับเงินเยียวยา เสียชีวิตทั้ง ๒ คน ก็แสดงความเสียใจด้วย ผมก็ไปร่วมงานทั้ง ๒ ท่าน ก็มาหาผมบอกว่า ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่ไกลมาก แล้วก็ท่านเสียชีวิต รถก็พัง ตรงนี้อยากจะให้ดูแล ในเรื่องของความประสานงาน เพราะว่าทางตำรวจเองก็อยู่ไกล ทางพื้นที่ก็อยู่ไกลในการที่จะ ช่วยนี่ลำบาก แล้วการที่จะได้เงินเยียวยา ทราบว่าคนที่ซ้อนจะได้เงินสูงสุดพอสมควรทีเดียว แต่ว่าคนขับจะได้แค่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งยังไม่พอค่าซ่อมรถ ค่าทำศพเลย ตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องฝากว่าในเรื่องของการประสานงาน
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการทำใบขับขี่ เขามีการปรับในการทำใบขับขี่ซึ่งเมื่อก่อน ทำข้อสอบ ๕๐ ข้อ ๔๐ กว่าต้น ๆ ก็ได้ ตอนนี้ต้องเพิ่มมากขึ้น ปัญหาคือเราก็คิดว่า มันจะต้องเป็นคอมโพรไมส์ (Compromise) คือคนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ไม่ถนัดคอมพิวเตอร์ คนที่อายุมากหน่อยทำไม่ผ่านหรอกครับ ลำบาก แต่ก็นั่นละก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้การจราจร มีการออกใบขับขี่นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยากให้อยู่ในส่วนว่าถ้าเขาใช้ไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องไปอ่านให้ฟัง หรือแปลให้เขาฟัง เป็นต้น นี่คือการคอมโพรไมส์ (Compromise) ทำให้เกิดใบขับขี่ที่ถูกต้อง เพราะถ้าเขาไม่มีใบขับขี่แล้วเขาไปขับรถ เกิดอุบัติเหตุ นั่นยิ่งซ้ำร้ายกับครอบครัวเขาด้วยซ้ำไป อย่างเช่น ตัวอย่างที่ผมได้อภิปราย
ประเด็นถัดมา ก็คือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายสำคัญ เช่น ที่มีการแก้ พ.ร.บ. จราจรทางบก ปี ๒๕๖๒ แล้วใช้โดยการปรับความประพฤติในการประเมิน แล้วมา เชื่อมโยงระหว่างทาง สนทช. กับทางขนส่งผมคิดว่าตรงนี้มันค่อนข้างที่จะคอนโทรเวอร์ซี (Controversy) คือยังไม่ชัดนะครับ ดี หรือไม่ดี การประเมินขึ้นอยู่กับใคร ไบแอส (Bias) ที่ตัวบุคคลหรือเปล่านะครับ
เรื่องถัดมา ก็คือเรื่องที่เราเป็นคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว เราไปที่ชุมชน ต่าง ๆ ทุกที่เขาจะมีรถที่เป็นรถท่องเที่ยวต่อเป็นรถรางนั่งในส่วนของเทศบาล ชุมชน ในหลายเมืองมีเกือบหมด หรือแม้กระทั่งตามแหล่งขึ้นท่องเที่ยวจุดต่าง ๆ ตรงนี้เขาก็ร้องเรียน มาหายังคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ผมเป็นคณะอนุกรรมาธิการการท่องเที่ยวว่าก็ไม่ได้ ถูกต้องตามกฎหมายแต่ก็อยากทำให้ถูกต้อง แต่ก็ยังไม่มีใครดำเนินการให้ก็อนุโลมกันไป เพราะว่าขับในส่วนของชุมชน แล้วก็ไม่ได้ไปที่ไหนไปไกลไม่ได้ออกนอกสถานที่ ตรงนี้ก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีดูเรื่องของการท่องเที่ยวและตอบให้ด้วย เพราะว่ามันจะเป็น จุดที่ทำให้หลังจากโควิด (COVID) การท่องเที่ยวจะต้องฟื้นกลับมานี่เราจะต้องดูแลเขา ผู้ประกอบการต่าง ๆ จะให้เกิดประโยชน์
เรื่องถัดมา ก็คือเรื่องของกล้องซีซีทีวี (CCTV) ที่เราเห็นว่ามีการตรวจจับว่า เกิน ๑๒๐ เป็น ๑๒๑ แล้วส่งมาจับ ทางท่านประธาน รัฐมนตรี ทางคณะดูสรุปอย่างไร เอา ให้ชัดเจนอย่างที่หลายคนบอก เสียก็ได้ ไม่เสียก็ได้ เพราะว่ามันมีการเชื่อมโยง มีคำสั่ง ปฏิวัติ คณะอะไรต่าง ๆ คสช. เอาให้ชัดเจน แล้วพูดให้พี่น้องประชาชนชัดเจน แล้วก็ต้องมี การเตือนกันนะครับ
สุดท้ายก็คือโครงสร้างถนน ถนนที่บ้านผมในเขตจากโชคชัย-เดชอุดม เส้นทาง ๒๔ จุดกลับรถถ้าจุดหนึ่งประมาณ ๔ กิโลเมตร แต่ถ้าเขาจะกลับรถได้เพื่อไปหา ที่อะไร เขาต้องย้อนกลับไป ๔ บวก ๔ เป็น ๘ กิโลเมตร ๘ กิโลเมตรนี่เสียทั้งเงิน เสียทั้ง ค่าใช้จ่าย แล้วก็เสียเวลามากเขาก็จำเป็นย้อนศร บางคนก็ไปขอเรี่ยไรเงินทำโลคัลโรด (Local road) ในพื้นที่เจ้าของเองและจุดเชื่อมก็เอามาทางเชื่อมเทดินถนนแล้วก็ผ่านกัน ไปมา กลับกลายเป็นว่าทำให้เกิดอุบัติเหตุมากกว่าที่จะเป็นเพิ่มจุดกลับรถให้อีกสัก ๒ กิโลเมตรครั้งหนึ่ง ๒ กิโลเมตรแห่งหนึ่ง เขาก็จะลดลงไปได้เป็นทางเลือก ตรงนี้หลายแห่ง ในเขตของอำเภอกันทรลักษ์ก็มี ที่บ้านศรีอุดม เขตทางอื่นเยอะแยะนะครับ ทางขุนหาญ ของท่าน ส.ส. ธีระก็มี คือผมว่า ส.ส. ที่รับมาเป็นทั่วประเทศในเรื่องจุดกลับรถ เพราะฉะนั้น อยากให้ทางรัฐมนตรีช่วยไปดูว่าการจะทำจุดกลับรถให้ไปถาม เรียกว่าฟังความคิดเห็นการมี ส่วนร่วมของประชาชนด้วย ไม่อย่างนั้นผู้ใหญ่ผู้ช่วยถ้าเขาเดือดร้อนต้องเรี่ยไรเงินกันมาทำ ถนนข้าง ๆ เพื่อเป็นจุดที่จะให้เขากลับรถ รวมทั้งถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ และการเข้าโค้ง การทำคลื่น ความโค้งยกระดับ ซึ่งตามหลักของความหนืด M = tan = ความเร็วตีโค้ง ไม่ได้ก็เกิดหลุดโค้งไปเยอะแยะ อันนี้ก็ต้องแก้ในเรื่องของถนนหนทางในการดำเนินการ วันนี้ก็ต้องเรียนว่าปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องสะท้อนมานี่ก็หวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้ ช่วยแก้ปัญหาให้เราได้ ผมคิดว่าเราคงต้องดำเนินการต่อไป แล้วก็อันไหนที่มีความเดือดร้อน ก็ช่วยแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะข้อร้องเรียนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ