รังสิมา รอดรัศมี หารือการแก้ไขกฎหมายจราจรให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น โดยเสนอให้กำหนดค่าปรับแบบอัตโนมัติ กำกับการใช้กล้องจับความเร็วอย่างชัดเจน แก้ปัญหาการฮั้วผลประโยชน์ในระบบขนส่ง ป้องกันการฝ่าฝืนเช่นการย้อนศรและการกลับรถอันตราย พร้อมเรียกร้องมาตรฐานการตรวจสภาพรถและควบคุมอุปกรณ์ยานพาหนะอย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันเห็นด้วยกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือประเด็นนี่ดิฉันก็นั่งฟังหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วนะคะ แต่ดิฉันก็อยาก จะฝากว่า
ประเด็นที่ ๑ เรื่องค่าปรับ คือดิฉันอยากจะให้เปลี่ยนเป็นค่าปรับแบบ อัตโนมัติ ไม่ให้เป็นค่าปรับแบบใช้ดุลยพินิจ อย่างที่ท่านณัฐวุฒิได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ คือดุลยพินิจดิฉันเคยถูกจับ ดิฉันก็ถูกจับบ่อยนะคะ อย่างเช่น พอจับแล้วไปที่โรงพัก บางโรงพักเขาก็ไม่ปรับ เขาบอกว่าอยู่ที่ดุลยพินิจว่ากล่าวตักเตือน แต่บางโรงพักถ้าเราไป เถียงมากเขาก็ปรับ ๕๐๐ บาทค่ะ แต่บางโรงพักเขาก็ปรับ ๒๐๐ บาทค่ะ ดิฉันก็ว่าอย่างนี้ มันไม่ถูก แต่ถ้าปรับอัตโนมัติ คือท่านเขียนไปเลย สมมุติปรับ ๕๐๐ บาทจะอย่างไรก็แล้วแต่ ต้องเสีย ๕๐๐ บาท อย่างนี้ดิฉันเห็นด้วย
แล้วอีกประการหนึ่ง คือใช้กล้องความเร็วจับ มันจะมีใบมาที่บ้าน คือดิฉันก็โดนเยอะนะคะ ดิฉันจ่ายทุกเดือนเลย เดือนหนึ่งก็ประมาณหลาย ๆ ใบ คือดิฉัน ก็ไม่รู้หรอกตรงไหนมันมีกล้องไม่มีกล้องอะไรอย่างนี้เราต้องทำเวลา เพราะว่าเดี๋ยวเราจะต้อง ไปงานโน้นงานนี้เราไม่ทันเราจะเสียคะแนนอะไรอย่างนี้ แต่ว่าบางคนบอกว่าไปเสียทำไม เขาเยอะแยะเลย เขาไม่เคยเสียเลย เราบอกไม่เสียไม่ได้เวลาไปต่อ พ.ร.บ. เขาก็ไม่ต่อให้ เขาบอกนี่เขาไม่เสียเขายังต่อได้เลย ดิฉันก็เลยงงว่าอย่างนี้จะต้องเสียหรือไม่เสีย แต่ดิฉันนี่ เสียทุกใบนะคะ ทีนี้ถ้าท่านไปเป็นกรรมาธิการก็อยากฝากประเด็นนี้ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ คือเป็น ส.ส. ประชาชนก็คาดหวังว่าเวลาถูกจับก็จะมาให้ ส.ส. ไปเอาใบขับขี่อยู่ตลอดเวลา วัน ๆ หนึ่งเยอะมากเลย ถูกจับใบขับขี่จนดิฉันประกาศไปเลย ดิฉันไม่กลัวเสียคะแนน คุณทำผิดกฎหมายคุณต้องโดนจับ คุณต้องเสียค่าปรับ ไม่ใช่ให้ ส.ส. วัน ๆ วิ่งไปเอาใบขับขี่อย่างนี้ไม่ได้ ดิฉันไม่เอาให้ ดิฉันก็รอดไป แต่ว่าที่อื่นนักการเมือง ท่านไปถามได้เลย ก็ต้องมีลูกน้องคอยไปประสานกับโรงพัก เพราะฉะนั้นท่านต้องไม่ให้สิทธิ อะไรทั้งนั้น ต้องเก็บสตางค์อย่างเดียว
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน อันนี้ให้ท่านออกกฎหมาย อย่างไรก็แล้วแต่มันมีการจ่ายส่วยรายเดือน ท่านไปดูถนนสิคะ ยกตัวอย่าง สมุทรสงคราม ดิฉันมาเป็น ส.ส. ๕ สมัยนี่พูดทุกสมัย แต่ไม่เห็นแก้ไขอะไรได้เลย มันบรรทุกน้ำหนัก เกินล้นเลย แล้วผ้าเต็นท์อะไรก็ไม่มีปิด แล้วก็ร่วงเต็มถนนไปหมด โดยเฉพาะหน้าฝน รถมอเตอร์ไซค์มาเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เพราะว่าดินเวลามันโดนน้ำแล้วมันจะลื่นใช่ไหม ดินมันเหนียว แล้วเวลารถสิบล้อมันบรรทุกน้ำหนักเกิน วิ่งสายพระราม ๒ พอเวลาด่านจะตั้ง ตรงไหนมันรู้ มันเลี่ยงเข้าถนนเส้นในที่สามารถไปทะลุทางอื่นได้ มันทำให้ถนนของ อบต. ทางหลวงชนบทนี่พังหมดเลย พอพังเสร็จก็ของบไปซ่อม พอซ่อมเสร็จรถมันก็วิ่งเข้าไป มันจะมีอิทธิพลไม่กี่คนหรอกที่จังหวัดดิฉัน ดิฉันพูดอยู่เรื่อย แต่ก็ยังจับไม่ได้เพราะมันจ่าย รายเดือน มันเป็นคนฮั้วหมด คือรถสิบล้อทุกคันจะต้องอยู่บริษัทนี้เป็นคนฮั้ว เพราะจ่าย รายเดือน ทีนี้พอรถถูกจับไปแล้วมันน่าจะยึดรถเลย แต่มันก็คืนรถให้ตลอด เพราะมันมี สติกเกอร์ (Sticker) ติดหน้ารถ มันมีโค้ด (Code) ค่ะ ว่าสติกเกอร์ (Sticker) ต้องเป็นชื่อนี้ มีโค้ด (Code) อันนี้ จ่ายสตางค์แล้ว คนนี้ไม่ต้องจับ เป็นของนายพลคนนี้อะไรอย่างนี้ ดิฉันว่าอย่างนี้มันไม่ถูกนะคะ มันทำให้ประเทศชาติเสียหาย แล้วประชาชนได้รับอุบัติเหตุ จากรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่ทำให้หิน ดิน ทราย หล่นระหว่างทาง คนขับมาตามหลังก็เกิด อุบัติเหตุได้นะคะ
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องไฟ ตอนนี้รถมันเปลี่ยนไฟ เขาเรียกไฟอะไร ไฟซีนอน (Xenon) ใช่ไหมคะ ถึงแม้จะมีกฎหมายดิฉันก็เปิดดู มันมีกฎหมาย แต่มันก็ยัง เปลี่ยนเยอะแยะไปหมดเลย เวลาเราขับรถมันชอบสวนเลน (Lane) พวกนี้ถึงแม้จะไม่สวนเลน (Lane) อยู่อีกฝั่งหนึ่งนี่เราก็จะมองไม่เห็นทางนะคะ เพราะไฟมันจ้า มากเลย อันนี้ดิฉันคิดว่าไม่ควรเสียค่าปรับด้วยสิต้องยึดรถค่ะ เพราะว่าเห็นมีค่าปรับ ๒,๐๐๐ บาท พวกนี้มันก็ยังมีอีกมากเลย ถึงแม้จะเสียอย่างไรก็ยอม แต่ต้องการที่จะติดไฟมันสว่างมาก เกินไปนะคะ
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องการตรวจสภาพรถที่ให้ไปตรวจที่เอกชน คือดิฉันมองว่า อย่างเช่นตรวจเอ็นจีวี (NGV) อย่างนี้บางจังหวัดไม่มีนะคะต้องไปตรวจจังหวัดอื่น แล้วราคา แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน คือดิฉันอยากให้กำหนดราคาไปเลยทุกจังหวัดถ้าตรวจเอ็นจีวี (NGV) เกี่ยวกับแก๊สนี่ สมมุติว่าราคา ๑,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันใช้เอ็นจีวี (NGV) คิด ๑,๕๐๐ บาท แต่บางจังหวัดดิฉันต้องย้ายว่าจังหวัดนี้ ๕๐๐ บาท แต่อีกจังหวัดหนึ่งมันคิด ๑,๕๐๐ บาท คือมันแล้วแต่ว่าบริษัทมันจะเป็นผู้กำหนด ทีนี้ประชาชนมันจะเสียโอกาส เพราะมันจะ กำหนดเท่าไรก็ได้ ทีนี้ถ้าเกิดกำหนดเท่าไร ถ้าเกิดไม่ไปตรวจทางกรมการขนส่งก็ไม่ต่อ ใบอนุญาตให้อีก เพราะฉะนั้นเพื่อความเป็นธรรมกับผู้บริโภคดิฉันอยากให้ท่านกำหนดไปเลย ว่าการตรวจสภาพรถจะคิดเขาคันละเท่าไรต่อคัน แล้วก็ทุกจังหวัดให้เท่ากัน
ประเด็นสุดท้ายนะคะ เรื่องการย้อนศร ตอนนี้ยิ่งโดยเฉพาะของกรมทางหลวง การยูเทิร์น (U-turn) มีหลาย ๆ ท่านที่ได้พูดไปแล้วยูเทิร์น (U-turn) ทีหนึ่ง ๓ กิโลเมตรครึ่ง ไปกลับ ๗ กิโลเมตร ดิฉันก็ว่ามันก็ไกลนะคะ แต่ว่าเรื่องความปลอดภัยดิฉันก็เห็นด้วย แต่ว่า บางที่ประชาชนอย่างยูเทิร์น (U-turn) ใต้สะพานทั้งหลายคนที่ขับรถยนต์ไม่สามารถที่จะ ขับได้เลยนะเพราะเขาขับทั้งเลน (Lane) ซ้าย เลน (Lane) ขวา เรานี่รถใหญ่ต้องรอให้เขา ไปก่อนนะคะ เพราะฉะนั้นอันนี้ดิฉันคิดว่าถ้าตำรวจไม่สามารถที่จะไปดำเนินการได้ท่านต้อง ติดกล้อง แล้วคนพวกนี้ต้องปรับ ปรับให้หนัก ๆ เพราะว่าการที่เกิดอุบัติเหตุเขารถเล็ก พอเวลาชนปั๊บรอใหญ่ผิดนะคะ เพราะฉะนั้นต้องเอาจริงเอาจังนะคะ แล้วก็ต้องปรับ ให้หนัก ๆ ค่ะจะได้หมดไปเสียที แต่มันไม่หมดหรอกค่ะ แต่ดิฉันอยากให้มันเบาลงหน่อย ขอบคุณค่ะ