ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก โดยชี้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของรถปิกอัปและการบรรทุกผิดกฎหมายที่นำไปสู่ความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเสนอให้แก้ไขโดยกำหนดอัตราค่าปรับตามขนาดและน้ำหนักบรรทุกแทนการใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อลดการบังคับใช้แบบเลือกปฏิบัติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็สืบเนื่องจากปัจจุบันนี้อุบัติเหตุทางถนนของประเทศมีสาเหตุมาจากผู้ขับขี่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ความปลอดภัยในทางจราจรทางบก และประกอบพระราชบัญญัติ จราจรทางบก ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ เป็นเวลานาน วันนี้บ้านเมืองเจริญ บ้านเมืองเจริญ เสร็จแล้วรถก็ได้รับการพัฒนา แต่ก่อนท่านประธานครับ รถปิกอัป (Pickup) มันคันเล็ก ๆ ครับ ปิกอัป (Pickup) ๑,๖๐๐ คันเล็ก ๆ บรรทุกก็บรรทุกได้ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ กิโลกรัมต่อรอบ วันนี้ปิกอัป (Pickup) ๓,๐๐๐ คันใหญ่แล้วก็บรรทุกเยอะนะครับ ซึ่งแต่ก่อน ๕๐๐ กิโลกรัม วันนี้บรรทุกตั้ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วก็อาชีพก็มีอาชีพใหม่ ๆ มาเพิ่มขึ้นนะครับ อาชีพที่พี่น้องเปลี่ยนสังกะสีมาเป็นสรรไทอย่างนี้ แล้วใช้รถปิกอัป (Pickup) ปิกอัป (Pickup) นี่คันหนึ่งความยาว ๓ เมตร แต่ปิกอัป (Pickup) บรรทุกสรรไทข้างหน้าก็ ๑๐ เมตร ข้างหลังก็ ๑๐ เมตรนะครับ แล้วก็ปิกอัป (Pickup) มาดัดแปลงใหม่ ปิกอัป (Pickup) มาดัดแปลงเป็น รถบรรทุกพืชผลทางเกษตรเขาต่อโครงเหล็กขึ้นมาสูงครับ ปิกอัป (Pickup) มาบรรทุกแกลบ ก็ต่อสูงอีก ปิกอัป (Pickup) มาบรรทุกโค กระบือก็ต่อท้ายยาวออกมาอีก แต่แปลกตรงที่ว่า เวลาไปต่อทะเบียนมันต่อได้ครับ พอต่อได้เสร็จแล้วเวลาเอามาใช้มันผิดกฎหมาย มันผิด กฎหมายจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลั่นแกล้งประชาชน แต่ก่อนรถหกล้อก็ประมาณ ๕ เมตร วันนี้รถหกล้อ ๗ เมตร กว้างอีก ยาวอีก รถสิบล้อก็ยาวอีก ผมอยากจะขอเสนออย่างนี้ครับ ว่าวันนี้ไหน ๆ จะแก้อยู่แล้วนะครับ ถนนก็จากถนนดินเป็นถนนคอนกรีต เป็นถนนลาดยาง เป็นถนนลาดยาง ๒ เลน (2 Lane) ๔ เลน (4 Lane) ๖ เลน (6 Lane) ถนนก็เยอะ แล้ววันนี้ ความเจริญของบ้านเมืองก็เยอะ แต่วิถีชีวิตประชาชนบางทียังต้องทำปศุสัตว์อยู่ ต้องเลี้ยงสัตว์อยู่ แต่ก่อนรถชนวัว รถต้องเสียสตางค์ให้วัว แต่พอวันนี้รถชนวัว วัวต้องเสียสตางค์ให้รถนะครับ มันต้องปรับปรุงนะครับ แล้วก็การระวางโทษผมว่าอย่าระวางโทษหนัก ถ้าระวางโทษหนัก ผู้ที่โดนจับก็จะกลัวว่าปรับเท่านี้ต้องติดคุกอย่างนี้ สุดท้ายก็ขอขึ้นศาลเตี้ย ศาลเตี้ยก็ขึ้นกับ ตำรวจ และตำรวจแต่ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก่อนที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คอยให้ ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์น้อยคนครับ ก็จะพยายามจับให้ได้ รางวัลนำจับก็คือจับปรับ ๒๐๐ บาท พ.ร.บ. จราจรไม่ใส่หมวกกันน็อกปรับ ๒๐๐ บาท ก็จะได้ ค่าจับร้อยละ ๙๐ บาท ทีนี้ผู้กำกับไปอยู่อำเภอเมืองเสียสตางค์เยอะ ๆ ก็จะสั่งให้ลูกน้อง ที่เป็นจราจรไล่จับ วัน ๆ ตื่นขึ้นมาก็ไล่จับเพื่อจะเอารางวัลนำจับ รางวัลนำจับ ๑๐๐ บาท เขาได้ไป ๙๐ บาท เข้าหลวง ๑๐ บาท ถ้าสมมุติจับได้ ๑ ล้านบาท ก็เข้าโรงพักแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือเป็นของตำรวจที่ไล่จับ จึงไม่มีความปราณีต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็จะเอากฎหมาย มาบังคับใช้ด้วยความรุนแรงแล้วก็กดขี่ประชาชน เช่น เมาแล้วขับ ซึ่งพวกเราบอกว่า เมาแล้วขับจะทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต วันนี้เมาแล้วขับก็บอกว่าใครที่ดื่มสุราเอามาเป่า ถ้าเป่า เกินมีความผิด ซึ่งเราก็บอกว่าดึก ๆ ดื่น ๆ เขาจะนอนมึงมาขับรถอะไรนี่ต้องให้ตำรวจไล่จับ แต่เวลาเราไปงานแต่ง เราเป็นงานบวชเราก็ดื่มแก้วสองแก้วมาก็เป่า เป็นข้าราชการด้วย โดนวินัยด้วย สุดท้ายก็จ่ายศาลเตี้ย ๘,๐๐๐ บาท เพราะไปปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ต้องไป ที่ศาลด้วย กลัวผิด กลัววินัยผิด วันหนึ่งถ้าตั้งด่านจับสัก ๑๐ คัน ขึ้นศาลเตี้ยสัก ๑๐ คัน ตั้งด่านวันนั้นก็ได้เป็นแสนแล้ว จึงอยากจะฝากว่าไหน ๆ จะแก้ รถปิกอัป (Pickup) กำหนด เลยครับว่ารถปิกอัป (Pickup) ถ้าเป็นรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารจะทำอย่างไร วันนี้ รถปิกอัป (Pickup) ที่จะส่งคนที่จะเดินทางมาทำงานกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรถปิกอัป (Pickup) แล้วต่อหลังคาสูง ๆ ไปจดทะเบียนก็วัดเลยว่าถ้าสูง ๑ เมตร เก็บอีกปีละ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าสูง ๒ เมตร เก็บปีละ ๒,๐๐๐ บาท ถ้าคุณจะต่อท้ายยาวไป ๕๐ เซนติเมตร ก็เก็บปีละ ๕๐๐ บาท ถ้าจะต่อท้ายไปอีก ๑ เมตร ไปบรรทุกปศุสัตว์ ใส่โค กระบือเพื่อจะให้มันยาวขึ้น ถ้า ๑ เมตรก็ ๑,๐๐๐ บาท ๒ เมตรก็ ๒,๐๐๐ บาท ๒ เมตรครึ่งก็ ๒,๕๐๐ บาทต่อปี รถหกล้อ รถสิบล้อ ใครจะมาต่อก็ต่อให้มันถูกกฎหมาย ไม่ใช่วันนี้จะไปต่อก็รื้อเหล็กออกแล้วก็ไปต่อ ต่อเสร็จก็ผ่าน กลับมาเสร็จต่อทะเบียนเสร็จ ก็มาต่อเอาเหล็กใส่เหมือนเดิม ก็ไปวิ่งบนถนน เหมือนเดิม ก็ไปบรรทุกเหมือนเดิม สุดท้ายเขาไม่ได้ถามว่าทะเบียนคุณขาดไหม เขาถามว่าวันนี้ คุณบรรทุกวัวมา วัวมันฉี่ใส่ถนน วัวมันขี้ใส่ถนนต้องจับต้องปรับ ตำรวจก็ข่มเหงประชาชน วันนี้กรมการขนส่งทางบก ตำรวจทางหลวง กับตำรวจภูธร ผมว่าท่านต้องมาคุยกันว่าจะเอา อย่างไรในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าออกกฎหมายแล้วมีแต่ไปข่มเหงพี่น้อง ประชาชน เศรษฐกิจยิ่งแย่ การทำมาหากินก็ลำบาก ซึ่งตอนนี้ก็อยากฝากว่าทะเบียนขาดแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีสตางค์ไปต่อก็ขอผ่อนผัน ความเร็วนี่ก็ไม่ค่อยมีหรอกครับ ตอนนี้รถไม่มี บนถนนก็วิ่งเร็วหน่อย ก็ช่วยดูแลหน่อยนะครับ ไม่ใช่ว่าจับ ๆ เพื่อจะปรับอย่างเดียว เพื่อจะ เอาเงินรางวัลนำจับอย่างเดียว เราจึงเห็นว่าวันนี้ผู้กำกับอำเภอเมือง เราได้ยินข่าวว่า มีการเสียสตางค์เป็นสิบล้าน แล้วไปเอาคืนตรงไหน เขาบอกว่าเอาคืนง่ายจะได้ ก็ พ.ร.บ. จราจรนี่ละ เดือนหนึ่งจับ ๑ ล้าน ได้ ๙๐๐,๐๐๐ ถ้า ๑ ปี ได้กี่ล้าน ปีเดียวก็ได้ทุนคืนแล้ว ๑๒ เดือนได้ ๑๐ ล้านแล้ว จึงอยากฝากว่าตรงไหนที่จะมีการปรับที่รุนแรงก็ขอให้ลดลง เพื่อจะได้ดูแลพี่น้องประชาชน ก็ถือโอกาสอภิปรายไว้แค่นี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ