จิรัฏฐ์ ชี้ปัญหาจราจรฉะเชิงเทรา ห่วงกฎหมายไม่เป็นธรรม-เหลื่อมล้ำสังคม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ หารือปัญหาการจราจรและโครงสร้างถนนในจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะถนนบางนา-ตราดที่ตัดแบ่งชุมชน ส่งผลให้ประชาชนต้องเสี่ยงอันตรายจากการย้อนศร พร้อมเรียกร้องให้มีกฎหมายรองและอำนาจการจัดการของท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาตามบริบทพื้นที่อย่างแท้จริง รวมถึงเสนอให้ปรับปรุงการใช้กล้องจับความเร็วให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงความเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมายและระบบคะแนนความประพฤติที่เอื้อประโยชน์ผู้มีอิทธิพล วิพากษ์วัฒนธรรมอุปถัมภ์และร่างกฎหมายเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถที่สร้างความเหลื่อมล้ำเพื่อสนองอัตตา พร้อมเรียกร้องความยุติธรรมและความเท่าเทียมในสังคม

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ก็ว่าด้วยเรื่องกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมก็คิดว่าจริง ๆ ผมไม่ได้ติดตัวเจตนาที่ท่านต้องการจะออกกฎหมายนะครับ ผมคิดว่าเจตนาท่านต้องการ ให้มันเป็นไปตามที่เราต้องการกันอยู่แล้วละ แต่ว่าผมคิดว่าการออกกฎหมายมันสามารถ ที่นอกจากจะเปลี่ยนให้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว มันสามารถที่จะเปลี่ยน อย่างอื่นได้มากกว่านั้นนะครับ ผมคิดว่าการออกกฎหมายทำให้สังคมดีขึ้นด้วยในวิธีการออก กฎหมายนะครับ ผมขอเล่าพื้นที่ผมให้ฟังนิดหนึ่ง ผมอยู่จังหวัดฉะเชิงเทรา บางปะกงมันเป็น ชุมชนที่ค่อนข้างจะใหญ่ แล้ววันหนึ่งถนนบางนา-ตราด ก็มาตัดตรงกลาง เป็นถนนเกือบ ๑๒ เลน (12 Lane) นะครับ แล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ก็ถูกแบ่งแยกออกเป็น ๒ ข้าง การเชื่อมต่อการสื่อสารความสัมพันธ์ของ ๒ ฝั่งนี้ก็ลำบากครับ เพราะว่าถนนเกือบ ๑๒ เลน (12 Lane) ถามว่ามอเตอร์ไซด์นี่กลับรถอย่างไรครับ ทุกครั้งที่ไปกลับรถนี่เสี่ยงตายตลอด ที่กลับรถก็แทบจะไม่มีให้ พอย้อนศรก็ถูกจับ ทุกวันนี้กลายเป็นว่าที่บ้านผม มอเตอร์ไซค์ย้อนศรกันวันละเป็นพันคัน เพราะว่ามันจำเป็น ต้องย้อนศรครับ มันไม่สามารถใช้ถนนหลักได้ ผมคิดว่าอันนี้มันจำเป็นต้องออกกฎหมายให้มี ถนนหลัก ถนนรอง แล้วก็มีการออกกฎหมายที่เป็นถนนรอง น่าจะยกไปให้พวกท้องถิ่น เขาจัดการ เพราะว่าแต่ละพื้นที่มันไม่เหมือนกันครับ เราต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ด้วย ถนนที่ ให้เขาใช้นี่มันก็เละเป็นหลุมเป็นบ่อ ถนนบางนา-ตราด ถ้าท่านขับซ้ายนี่ไม่รถพังก็รถคว่ำครับ ๒ อย่าง มันจำเป็นต้องขับขวาครับ ถ้าท่านต้องการจะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ผมก็ต้องคิดว่ามันก็ต้องออกแบบเมือง ออกแบบถนน การคมนาคมให้มันสอดคล้องกับพื้นที่ สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของประชาชนด้วย การบูรณาการนี่ท่านใช้คำว่าบูรณาการกันบ่อย ก็ต้องใช้ให้มันจริงครับ อย่างเช่น ถนนบางนา-ตราด ที่ผมพูดถึง ยกตัวอย่างขึ้นมานี่กลับรถที ไกลมากครับ เป็น ๒๐-๓๐ กิโลเมตร ในขณะที่เรามีทางขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีอยู่แล้ว แค่จะ ขอให้เปลี่ยนจากทางขึ้นให้มันกลับรถได้นี่ ไม่ได้ครับ มันติด ติดเรื่องสัมปทานบ้าง ติดเรื่องอะไรบ้าง

อีกเรื่องนะครับ การตรวจจับความเร็วนี่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี มันสามารถ ลดอุบัติเหตุได้จริง แต่ว่าวิธีการเก็บข้อมูลนี่ผมอยากให้เอาข้อมูลที่เราเก็บไว้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์มากกว่านี้ แล้วคำถามบางคำถามมันก็เป็นประเด็นเหมือนกันนะครับ อย่างเช่น คำถามที่ว่าถ้าเกิดผมขับรถ แล้วก็ถ้าเกิดว่าอยู่บ้านดี ๆ มีจดหมายส่งมาบอกว่าใบสั่งมีรูปรถผม แล้วก็ป้ายทะเบียน แล้วก็บอกว่าผมต้องไปจ่ายค่าปรับ มันไม่ได้เป็นหลักฐานว่า ผมกระทำความผิดเลยนะครับ แล้วมันก็เป็นคำถามอีกว่าสรุปแล้วใครผิดกันแน่ รถผิดหรือว่า คนขับผิด ถ้าคนขับผิด ทำไมต่อทะเบียนรถไม่ได้ ผมว่าอันนี้ต้องหาคำตอบให้ได้ แต่ว่า อย่างไรผมก็สนับสนุนให้มีการใช้ให้เกิดประโยชน์นะครับ ตัวกล้องจับความเร็ว

อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องของคะแนนความประพฤติ ผมว่าอันนี้มันก็แปลก ๆ อยู่ที่จะให้คะแนนความประพฤตินะครับ ผมว่าท่านน่าจะทบทวนนิดหนึ่ง แต่ว่าอย่างที่บอกครับ ผมไม่ได้ติดเรื่องกฎหมายครับ ผมติดเรื่องการบังคับใช้มากกว่า เพราะไม่ว่าท่านจะออกแบบ กฎหมายให้มันเพอร์เฟกต์ (Perfect) ขนาดไหน จะเพิ่มโทษติดเอาให้หัวโตกันไปข้างหนึ่งเลย มันก็ไม่มีประโยชน์ครับ ถ้าเกิดว่ามันยังมีการเคลียร์ (Clear) กันอยู่ได้ บางคนใช้อำนาจตรงนี้ ในการเคลียร์ (Clear) ตำรวจ เพื่อที่จะให้เป็นบุญคุณก็มี ผมเล่าให้ฟังนะครับ ตอนผมเลือกตั้ง ไปเดินหาเสียง มีบางคนบอกผมว่าไม่เลือกหรอก จะเลือกอีกคนหนึ่ง เพราะว่าอีกคนหนึ่ง เขาเคลียร์ (Clear) ใบสั่งให้ได้ แบบนี้มันเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ถูกต้องไม่ว่าจะประเทศไหน ก็ตาม ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ มันสามารถใช้อำนาจที่เหนือกว่าเปลี่ยนให้ถูกได้ และสิ่งแบบนี้ มันเกิดขึ้นบนท้องถนนตลอดเวลา ถ้ามีการทำวิจัย เผลอ ๆ น่าจะเกิดขึ้นทุก ๆ วินาทีด้วยซ้ำ ถ้าเรายังปล่อยให้สังคมเรามีวัฒนธรรมอุปถัมภ์พวกพ้อง แล้วก็วัฒนธรรมคนผิดลอยนวล ซึ่งมันแย่มากนะครับ วัฒนธรรมแบบนี้ ท่านจะออกกฎหมายแค่ไหน มันก็ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอกครับ ท่านต้องเลิกเชิดชูทำให้คนกลายเป็นเทวดา ด้วยการมีรถ นำขบวนเสียทีครับ ไม่ว่าจะโรงเรียน อบต. เทศบาล เดี๋ยวนี้จะไปไหนที ทัศนศึกษามีรถ ตำรวจนำขบวน ก็ขับขวาได้ไม่เห็นผิดตรงไหน ท่านประธานครับ ลองคิดดูนะครับ ตำรวจนี่ กล้าโบกไหมครับ เบนซ์ป้ายแดง ๒ ประตู รถอัลพาร์ดป้ายแดงกล้าเรียกไหมครับ แต่ผมนี่ขับ รถกระบะมาสภาครับ ผมโดนเรียกทุกด่านครับในสภา ตรวจว่ามีสติกเกอร์ (Sticker) จริงไหม ตรวจว่าเป็น ส.ส. จริงไหม แล้วโดนทุกวันด้วยครับ คันอื่นไม่เคยเรียก ผมโดนอยู่ คนเดียว นี่มันคือวัฒนธรรมอะไรครับ ไม่เข้าใจ

อีกเรื่องนะครับ เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ผมเห็นมีข่าวว่ามีกฎหมาย ให้สามารถเปลี่ยนทะเบียนรถจากตัวเลขเป็นตัวอักษรได้ ผมว่าแค่ป้ายประมูลที่เรามีกันอยู่ มันก็เหลื่อมล้ำมากเกินพอแล้ว นี่ยังเปลี่ยนเป็นตัวอักษรได้ด้วยนี่เห็นบอกว่าประมูลขั้นต่ำ ๑ ล้านบาท ผมว่าท่านต้องเกรงใจความรู้สึกของคนอีก ๙๙ เปอร์เซ็นต์ในประเทศนี้บ้างครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนองอีโก้ (Ego) สนองตัณหาคนชนชั้นสูงขนาดนั้น คือผมได้ข่าวอันนี้ ตอนแรกผมจะไปจองเปลี่ยนเหมือกันนะครับ อยากจะเปลี่ยนเป็นคำว่า เรียกกูมึงโดนย้าย อย่างนี้ได้ไหมครับ ผมขออนุญาตใช้คำหยาบนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน หรือว่าถ้าจะให้มัน เหมาะสมกับเจตนาที่ออกกฎหมายอันนี้มาผมคิดว่าน่าจะเปลี่ยนเป็นคำว่า อิจฉาละสิอีพวกไพร่ อย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน คือถ้ามันจะสนองตัณหาคนชนชั้นสูงขนาดนั้นก็เอาแบบนี้กัน ไปเลยครับ

สุดท้ายครับ ผมอยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วท่านจะออกกฎระเบียบอะไร ให้มันเกิดประสิทธิภาพนี่ผมเห็นด้วย ผมยินดีที่จะสนับสนุน แต่ว่าการออกกฎหมาย มันสามารถออกเพื่อที่จะแก้ปัญหาในสังคมบางอย่างได้ ออกกฎหมายให้ความเท่าเทียม มันเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ให้ความไม่เท่าเทียมความอยุติธรรมมันเกิดขึ้นตั้งแต่บนท้องถนน และสุดท้ายมันก็นำมาสู่ปัญหาของประเทศนี้ที่มันใหญ่กว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน