มานพ ชี้อุบัติเหตุสูง หนุนมาตรการร่วม-สร้างจิตสำนึกแทนโทษเพียงอย่างเดียว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

มานพ คีรีภูวดล หารือปัญหาอุบัติเหตุจราจรที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นความจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะผู้ขับขี่ สร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบร่วม และส่งเสริมการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อลดการสูญเสีย พร้อมเสนอให้ปรับมาตรการให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น มีการเตรียมความพร้อมและประเมินพฤติกรรมผู้ใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง แทนการลงโทษเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างจิตสำนึกและลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับสมาชิกว่าได้อภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยอด การเสียชีวิต อุบัติเหตุ พื้นถนน ที่เป็นการสูญเสียชีวิตที่ค่อนข้างที่จะเยอะ ถ้าเทียบกับสถิติ ระดับโลก ผมก็เห็นด้วยกับข้อเท็จจริงที่ท่านจิรายุได้อภิปรายไป ขออนุญาตที่เอ่ยนาม อันนี้ สะท้อนความเป็นจริงว่ามันคือข้อเท็จจริงที่เราจะต้องพูดกันนะครับ เพราะฉะนั้นคือการออก กติกาที่มันห่างไกลกับข้อเท็จจริง ผมคิดว่ามันยากที่จะบังคับใช้ ในหลักการผมก็เห็นด้วยว่า มันเป็นเรื่องมาตรการ เช่นการเพิ่มเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น การ ตรวจเลือดอะไรพวกนี้ ผมคิดว่าอันนี้ในหลักการผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ เพื่อป้องปราม เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้เกิดการสูญเสียของชีวิตและร่างกายครับท่านประธาน จริง ๆ แล้ว ผมเข้าใจว่ามันมีองค์ประกอบ มันไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุ ท่านประธานครับ

อันที่ ๑ คือเรื่องของยานพาหนะแล้วก็สมรรถนะนะครับท่านประธาน เรื่องของถนน แล้วก็สิ่งแวดล้อม เรื่องของผู้ขับขี่ และที่สำคัญคือเรื่องของวัฒนธรรม ความรับผิดชอบร่วม ผมคิดว่า ๓-๔ เรื่องมันคือองค์ประกอบใหญ่ เพราะฉะนั้นเวลาเรามอง เรื่องนี้ผมคิดว่าเรามีมาตรการที่จะมีการจัดการที่เด็ดขาด แต่องค์ประกอบอย่างอื่นเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องแล้วก็ทำให้มีประสิทธิภาพร่วมกัน ผมคิดว่ามันก็ไม่อาจ ที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ จริง ๆ แล้วมันมีมาตรการครั้งหนึ่งที่ คสช. เคยบอกว่าห้ามนั่งท้าย รถบรรทุก แต่ผมคิดว่ามันไม่สะท้อนความเป็นจริงของคนชนบท คนบนดอย คนที่อยู่พื้นที่ ห่างไกล เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าใหญ่กว่านั้นผมอยากจะเรียกร้องให้มี มาตรการเชิงรุกครับท่านประธาน ผมคิดว่าประเด็นที่ ๑ คือเรื่องของการเตรียมความพร้อม เรื่องคนที่จะขับขี่ เรื่องคนที่จะใช้ถนน การได้มาซึ่งใบขับขี่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็ อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายแล้วคือเมื่อมันไม่มีการเคารพกติกา เมื่อมีการใช้ช่องทางพิเศษ เมื่อมีการใช้กระบวนการที่มันไม่ชอบเหล่านี้ ผมคิดว่าความเป็นคุณภาพที่จะได้มาซึ่งใบขับขี่ และผู้ขับขี่นี่คือปัญหาในส่วนที่ ๑ นะครับท่านประธานครับ

ส่วนที่ ๒ ผมคิดว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือว่าบุคคลที่ละเมิดกติกาที่นำไปสู่ การทำให้สูญเสียชีวิตและร่างกาย ผมคิดว่าการลงโทษที่เป็นมาตรการเข็ดหลาบอย่างเดียว ผมคิดว่าอันนี้ไม่เพียงพอครับท่านประธาน สำคัญที่สุดผมคิดว่าผมเห็นมีองค์กรเอกชน บางกลุ่มที่ทำเรื่องของการสร้างสำนึกร่วม เอาคนที่เกิดอุบัติเหตุ เอาคนที่เป็นคู่กรณี มีการสูญเสียทั้ง ๒ ฝ่ายได้มาเจอกัน และมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่มาอบรมเรื่องใบขับขี่ มาเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่ต้องคดีอยู่ได้ดู แล้วก็เป็นกระบวนการสร้างความรับผิดชอบ ร่วมกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ ท้ายที่สุดผมคิดว่ามันห้ามไม่ได้ครับในแง่ของการไม่เคารพกติกา หรือเคารพกติกา มันไม่ใช่ว่ากติกาไม่มีครับท่านประธาน มันมีอยู่แล้วเขาบอกว่าห้ามขับเท่านี้ ห้ามแซง ถ้าจะเลี้ยวก็ต้องรอสัญญาณ แต่ทุกอย่างมันก็ไม่เคารพกติกานะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นลึก ๆ จริง ๆ ก็คือว่าการจะทำอย่างไรให้ประชากรหรือพลเมืองที่ใช้รถ ใช้ถนนมีความรับผิดชอบร่วม ผมคิดว่าการมีมาตรการเชิงรุกในแง่ของการสร้างพลังสำนึก จากจิตใต้สำนึกร่วมกันมันมีกระบวนการอยู่ มันมีวิธีการอยู่นะครับ

ผมอยากจะเสนออย่างนี้นะครับ อันที่ ๑ ก็คือว่าเรื่องของการเตรียม ความพร้อมผู้คนที่ใช้รถใช้ถนน ผมคิดว่าอันนี้ต้องมีหลักสูตรหรือว่าต้องมีวิธีการที่จะสร้าง ชุดความคิดชุดนี้ขึ้นมาให้กับคนที่จะต้องใช้รถใช้ถนนครับท่านประธาน

อันที่ ๒ ก็ต้องมีการประเมินนะครับ มีประเมินเมื่อได้มีการปฏิบัติหรือว่า ได้รับอนุญาตได้ใช้รถ ได้ใช้ถนน ได้ใช้ยานพาหนะเรียบร้อย พฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ มันมีการบันทึกหรือว่ามีการปรับเปลี่ยนหรือไม่นะครับ

สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ที่ผมอยากจะเห็นก็คือว่าการที่จะทำให้การลด อุบัติเหตุการสูญเสียบนท้องถนนนะครับ ทุก ๆ ฝ่ายไม่ว่าเป็นฝ่ายกระทำหรือฝ่ายถูกกระทำ ที่เกิดขึ้นนี่ผมคิดว่าสำคัญอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าวัฒนธรรมการเคารพกติกา อันหนึ่งผมมองดู แล้วนะครับท่านประธาน คือมันมีกติกาอยู่หลายระดับมาก เพราะฉะนั้นคือระเบียบกฎหมาย ตัวนี้มันมีบางพื้นที่ครับ ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องของท้องถิ่น บางทีประชาชนจะต้อง อยู่ร่วมกับธรรมชาติ บางพื้นที่ก็จะต้องปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาอย่างนี้ แต่ถามว่า มันผิดกฎหมายไหม ถ้าเอา พ.ร.บ. นี้มันก็ผิด แต่ข้อเท็จจริงแล้วผมคิดว่าทำอย่างไรให้กติกา การใช้รถใช้ถนนหรือว่าใช้พื้นที่สาธารณะตรงนี้ร่วมกัน มันต้องให้ท้องถิ่นหรือว่าให้พื้นที่ บางส่วนได้มีอำนาจในการตัดสินใจ เพื่อที่จะทำให้กลไกการตัดสินใจมันอยู่หลายระดับ แล้วแต่ละพื้นที่ก็จะต้องมีมาตรการในการป้องปรามไม่ให้เกิดความรุนแรงที่จะให้เกิด ความสูญเสียเหล่านี้ อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะฝากนะครับ แต่ในส่วนทั้งหมดที่ได้ยกร่าง มานี่นะครับ ผมเห็นด้วยในหลักการอยู่แล้วนะครับว่าการเพิ่มกระบวนการเรื่องโทษก็ดี การเพิ่มเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ก็ดี ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เพื่อให้เกิดพื้นที่ในการใช้อำนาจของท้องถิ่น หรือว่าใช้อำนาจของพื้นที่ของบริบทที่ต่างกัน ผมคิดว่าอยากจะให้ผู้ที่ยกร่างกฎหมายนี่มองอยู่ ๒ เรื่อง อยากจะเพิ่มเติมนะครับ

อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของให้พื้นที่ที่มันมีบริบทที่แตกต่าง ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ

๒. กระบวนการเชิงรุกที่มันไม่ใช่เป็นมาตรการลงโทษ ที่จะเป็น จะปรับ หรือว่าโทษจับกุมนะครับ อยากจะเป็นเรื่องของกระบวนการสร้างพลังสำนึกร่วมครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ