กษิดิ์เดช ชุติมันต์ เสนอแก้ไข พ.ร.บ.จราจร เพื่อรองรับยานพาหนะใหม่และปรับกฎหมายความเร็วให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเน้นการปรับปรุงกฎหมายจราจรผ่านการตรวจสอบแอลกอฮอล์ การบังคับใช้มาตรการรัดเข็มขัด และการดำเนินคดีอย่างมีประสิทธิภาพ กษิดิ์เดช ชุติมันต์ ยังเสนอแนวทางแก้ไขโดยกำหนดทัศนคติใหม่ต่อไฟเหลือง ศึกษาโมเดลการจัดการรถร่วมจากต่างประเทศ และเรียกร้องบทลงโทษหนักพร้อมระบบบันทึกประวัติผู้กระทำผิด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ. จราจรที่มีผู้เสนอร่าง เพื่อจะแก้ไขกฎหมายนะครับ เราก็คุ้นเคย พ.ร.บ. จราจรตำรวจท่านใช้เป็นเพียงผู้เดียว บังคับใช้กฎหมาย วันนี้เรามาพูดถึงการแก้เพื่อรองรับวิวัฒนาการการขับขี่ยวดยานต่าง ๆ การใช้รถใช้ถนนของคนเรานี่นะครับ ต้องบอกนิดหนึ่งว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงมาถึงจุดที่ต้อง แก้ไขแล้วนะครับ เรามีรถบรรทุก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน แล้วก็ผู้คน ที่สัญจรไปมาบนท้องถนนนะครับ เราอยู่ร่วมกันครับ เราเอื้ออาทร เราแบ่งปันกันในการใช้ ถนนนะครับ ฉะนั้นกฎหมายวันนี้ที่จะแก้ก็เพื่อจะเอื้อกับการใช้รถที่ปลอดภัยอย่างที่ เสนอมานะครับ ผมยกตัวอย่างนิดหนึ่งว่าในส่วนของการแก้ไขในข้อที่ได้เสนอมาในข้อ ๑ กำหนดให้รถบรรทุก รถโดยสาร จักรยานยนต์ สามารถใช้ช่องทางขวาได้นี่เป็นส่วนที่ดี เพราะว่าก็ปิดช่องว่างของการตำรวจเรียกรับในส่วนของการให้ร้ายกันนะครับ แล้วก็ในส่วนของการเพิ่มน้ำหนักขยายให้รถเพิ่มน้ำหนักได้ อันนี้ก็เห็นด้วยนะครับ แล้วก็ ในส่วนของลักษณะความผิดทางกฎหมายที่ว่าด้วยการแก้ไขในเรื่องของความเร็ว ให้สอดคล้องกัน ต้องยอมรับนะครับ วันนี้การทะเลาะวิวาทบนทางด่วนเราจะเห็นเลยนะครับ คนบอกว่าถูกกฎหมาย วิ่งด้วยความเร็ว ๙๐ หรือประมาณ ๑๒๐ ในบางกรณีที่มีเขาแจ้งมา แล้วก็ยืนยันว่าเขาทำถูกกฎหมาย วิ่งขวาสุดแต่ใช้ความเร็ว ๙๐ ก็ถือเป็นการกีดขวาง การจราจรนะครับ ก็ถือว่าเขาบอกว่าเขาถูก แต่กีดขวางการจราจร อันนี้ก็คือสมัยก่อน เรื่องสมรรถนะยังไม่เหมือนปัจจุบัน วันนี้วิ่งกัน ๑๔๐ ผมว่าน่าจะเหมาะบนทางด่วนหรือว่า บางสาย แล้วก็ต่างจังหวัดบางเส้นอย่างสิงห์บุรีหรือสุพรรณบุรีผมขับผ่านก็โดนจับ เพราะว่า ขับประมาณ ๑๒๐ จริง ๆ แล้วเขากำหนดไว้ ๙๐ ซึ่งมันเป็นกฎหมายเก่านะครับ แล้วก็วันนี้ เราก็มีเรื่องของระบบดิจิทัล (Digital) มีการถ่ายรูป การเก็บ แล้วก็ส่งเขาเรียกว่าใบแจ้งปรับ แจ้งอะไรไปที่บ้าน ซึ่งผมก็คิดว่ามันเป็นกฎหมายที่ยังล้าหลัง ต้องแก้ไขนะครับ
ในข้อที่ ๓ กำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถขอความร่วมมือนายแพทย์มีอำนาจ ในการตรวจสอบ ในการตรวจร่างกายเกี่ยวกับการที่ผู้ขับขี่อาจจะดื่มแอลกอฮอล์มา มึนเมาแล้วไม่ยอมให้ตรวจ ผมก็ถือว่าทางแพทย์ต้องให้ความยินยอม ให้ความร่วมมือ นี่ก็ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน แล้วก็สามารถที่จะหยุดในเรื่องของความอันตรายนะครับ ผู้ที่ไม่พร้อมในการขับขี่ เช่น เมาสุรา ต่าง ๆ
ข้อ ๔ นี่ก็ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรัดเข็มขัด อันนี้ไม่ต้องพูดถึง ก็ถือว่าดีอยู่แล้วนะครับ
แล้วก็ในส่วนของข้อที่ ๕ เพิ่มมาตรการเรื่องการแข่งขันรถ เมื่อก่อน เขาหนักกว่านี้อีกนะครับ สมัยท่านจิรายุ ขอเอ่ยนาม ผมก็เป็นวัยรุ่นกันอยู่ ตำรวจเขาจริงจัง แข่งไม่ได้ครับ ถ้าในส่วนของผู้บังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง แล้วก็เพิ่มในเรื่องของการเก็บ หลักฐานถ่ายรูปนะครับ แล้วก็ตามไปดำเนินคดี ผมเชื่อว่ากฎหมายก็ดีพอสมควร แต่เพิ่ม วิธีการเข้าไป อันนี้ก็ถือว่าดีนะครับ
ในส่วนข้อ ๖ การปรับปรุง การควบคุมรถที่มีสภาพไม่ถูกต้อง อันนี้ผมเข้าใจว่า ความตั้งใจเขาก็คงเป็นพวกรถขนกล่อง ขนของที่มันตีโป่งออกมาซึ่งไม่มีความแข็งแรงเลย ขนพวกฟาง พวกอะไรพวกนี้ อันนี้คงต้องจริงจัง แล้วก็กำหนดให้ชัดเจนว่าถ้ารูปแบบ ตามอย่างนี้วิ่งไม่ได้แล้ว ต้องไปดำเนินคดีนะครับ อันนี้ก็อยากเล่าให้ฟังว่าในญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเขา อย่างบ้านเราไฟเหลืองคือต้องรีบไป แต่ของเขานี่ ไฟเหลืองต้องรีบหยุด ต้องแก้ทัศนคติพวกนี้ ฉะนั้นกฎหมายเขารุนแรงเกี่ยวกับเรื่อง การยึดใบขับขี่ อะไรต่าง ๆ นะครับ แล้วก็การใช้รถร่วมกัน อย่างประเทศอียิปต์ เมืองไคโร หรืออินเดีย นิวเดลี หรือประเทศจีนที่ปักกิ่งเขาใช้ลักษณะนี้ อยากให้ไปศึกษาดู รถเล็ก ต้องใหญ่กว่ารถใหญ่เสมอนะครับ เขาจะให้เกียรติกันมากเลย เขาจะด่าทออะไรกันเขาก็ไม่กล้า ทะเลาะกัน กฎหมายบ้านเราวางมวยยันเลย ผมคิดว่าถ้าลงมือก่อนเสียแค่ ๕๐๐ แล้วก็ไปสู้ คดีกันอย่างนั้นหรือเปล่า ซึ่งประเทศที่เขาผ่านจุดนี้มาแล้วที่มีรถใช้ร่วมกันบนถนน เยอะแยะไปหมด เขาเกร็งต่อกฎหมายมากเลยนะครับ เพราะว่ากฎหมายเขาจริงจัง และรุนแรงมาก อันนี้ผมเล่าให้ฟัง ก็อยากให้เราได้เอาไปปรับใช้บ้างนะครับ
ในส่วนของข้อ ๗ เกี่ยวกับบทลงโทษ คนที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่บุคคลอื่นแล้วไม่หยุดรถ ผมคิดว่ามนุษย์พวกนี้เป็นมนุษย์ที่ไม่รับผิดชอบ คนพวกนี้ก็ควร ต้องได้รับโทษอย่างหนัก อันนี้ก็เขียนเพื่อจะให้เกี่ยวกับยืนยันความผิดให้มันชัดเจน สั่งพักเพิกถอนใบอนุญาต ผมคิดว่าคนพวกนี้มันเป็นสันดานนะครับ มนุษย์บางคนต้องมี เรคอร์ด (Record) ถ้าคุณขับรถอย่างนี้อีกก่อให้เกิดความเสียหายกับคนอื่น โดยเฉพาะ พวกขับรถใหญ่ ๆ เที่ยวเหยียบหมา เหยียบแมว เหยียบมอเตอร์ไซค์บ้าง นึกว่าจะรอดพ้น เดี๋ยวก็กลับมาขับอีก ตรงนี้ต้องเล่นงานให้หนักนะครับ ตรงนี้ผมเห็นด้วยเลยว่าเรื่องของ พฤติการณ์การขับรถต้องถูกบันทึก แล้วก็จริงจังกับการดำเนินคดีนะครับ
ข้อ ๘ กำหนดให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาต อันเนื่องมาจากการกระทำความผิด ว่าด้วย พ.ร.บ. จราจรทางบก อันนี้ก็เป็นการยืนยันว่าต้องดำเนินคดีอย่างจริงจริงเพราะถึงขั้น เพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ ๙ กำหนดบทเฉพาะกาลเรื่องกฎหมายให้บังคับก่อนวันบังคับใช้ โดยไม่แย้ง อันนี้ก็คล้าย ๆ กันนะครับ ผมก็อยากจะสรุปสั้น ๆ นิดหนึ่งว่าโดยภาพรวม ๆ แล้วอยากให้ เราจริงจังกับการลงโทษ เพิ่มบทลงโทษกับผู้กระทำความผิด ขอบคุณครับ