เท่าพิภพ สนับสนุนแก้ พรบ.จราจร ให้มอไซค์เลี้ยวขวา-เตรียมกฎหมายรถอัตโนมัติ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.จราจรทางบก โดยเน้นการแก้ไขข้อกำหนดเพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์สามารถเลี้ยวขวาได้เมื่อจำเป็น และเรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ขับขี่สองล้อ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเพิ่มคำว่า "ผู้ใด" ควบคู่กับ "ผู้ขับขี่" ในกฎหมาย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมสำหรับยุครถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยเสนอให้กำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันช่องว่างทางกฎหมายในอนาคต

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะมาขออภิปรายสนับสนุนแล้วก็ อาจจะตั้งคำถามแล้วก็ชี้แนะเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งก็เข้าใจในหลักการว่าอยากให้การคมนาคมในประเทศไทยซึ่งค่อนข้างอันตราย ปลอดภัยขึ้น ซึ่งผมจะอภิปรายในส่วนที่เกี่ยวกับผมโดยตรง แล้วก็เกี่ยวกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนหลายคนที่ได้บ่นกับผม เนื่องจากผมเองเป็นผู้ที่ใช้จักรยานยนต์มาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนเป็นผู้แทนราษฎร รวมถึงวันนี้ขณะยังเป็นผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ ซึ่งในพระราชบัญญัติที่จะแก้ไขนี้ก็มีมาตราหนึ่งที่ได้บอกให้มีการแก้เกี่ยวกับว่าให้รถบรรทุก หรือรถที่ขับช้า หรือรถโดยสารประจำทาง รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ แต่เดิมต้องขับชิดซ้าย ตลอดเลย ท่านประธานครับ ต้องขับชิดซ้ายตลอดเลย นี่ก็เป็นความเข้าใจได้ในอดีตว่าเขียน กฎหมาย มอเตอร์ไซค์แต่ก่อน หรือรถบรรทุกแต่ก่อน หรือรถเมล์แต่ก่อนมันช้ามาก ๆ เราก็ต้องให้ขับชิดซ้ายเพราะว่ารถเร็วก็ไปทางขวา อันนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่เทคโนโลยีเปลี่ยนไป มอเตอร์ไซค์หรือจักรยานยนต์เอง รถบรรทุกต่าง ๆ เองก็มีความเร็วนะครับ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ก็อนุญาตให้เหมือนรถปกติเลย ก็คือถ้ามีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้าก็ให้ออกขวาได้หรือจะ เข้าแยกเพื่อเปลี่ยนช่องเลน (Lane) จะเลี้ยวขวาก็ออกขวาได้ อันนี้ผมก็ขอบคุณที่ร่างแก้มา เพื่อชาวสองล้ออย่างยิ่งนะครับ เพราะว่ากฎหมายนี้ท่านประธาน หรือ ส.ส. หลายท่าน อาจจะไม่ค่อยใช้มอเตอร์ไซค์แบบผมอาจจะไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหากับชาวสองล้ออย่างยิ่ง เนื่องจากว่าโดยปกติแล้วท่านก็ทราบอยู่แล้วว่าหลายครั้งเอง อย่างผมเคยโดน เล่าจาก ประสบการณ์ตัวเองเลยนะครับ เส้นถนนวิภาวดีอย่างนี้ผมก็ขับไปนะครับ แล้วก็ไปเจอ ป้ายรถเมล์ก็ถูกต้องใช่ไหมครับที่รถเมล์ก็ต้องจอด ปกติสามัญเราก็ต้องออกขวา ปรากฏว่า ออกขวามาจ๊ะเอ๋กับตำรวจเลยครับท่านประธาน โดนปรับหาว่าออกขวา แล้วมันจะไปได้ อย่างไรครับ คนก็อยู่อย่างนั้นนะครับ อันนี้ก็กลายเป็นช่องทางคอร์รัปชัน หรือว่าหากินขูดรีด ประชาชนชาวสองล้อ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งโดนปฏิบัติเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศก็โดนบ่อย จนน่ารำคาญครับ วันนี้ก็น่ายินดีอย่างยิ่งที่ทางรัฐบาลเสนอเข้ามา แล้วก็หวังว่าถ้าผ่านแล้ว ตำรวจก็จะเลิกพฤติกรรมเช่นนี้ จะได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจจราจรเองด้วยว่า เป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น แล้วก็ไม่ได้เอาเปรียบประชาชนชาวสองล้อ

เรื่องที่ ๒ ผมอยากตั้งข้อสังเกตในการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ หลายอันนะครับ หลายมาตรา ปกติแล้วถ้ากฎหมายทั่วไปจะเขียนว่าผู้ใด อะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ กฎหมาย ฉบับนี้ก็จะเขียนว่าผู้ขับขี่ ซึ่งเข้าใจได้ว่าผู้ขับขี่ก็จะเป็นคนที่รับผิดชอบต่อการกระทำ ของตัวเองขณะขับขี่ยานพาหนะต่าง ๆ แต่กฎหมายนี้ก็เพิ่มคำว่าผู้ใดมา ผมก็ไม่แน่ใจว่า เพิ่มมาเพื่อความชัดเจนหรือว่าทับซ้อนหรือเปล่า อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตที่ ๑ นะครับ ข้อแนะนำที่ ๒ ผมอยากแนะนำนะครับ ถ้าจะแก้อย่างนี้แล้วอยากให้ท่านแก้ไปเลยครับว่า ต่อไปในอนาคตให้กฎหมายก้าวข้ามปัจจุบันไปนะครับว่าต่อไปเรามีเซลฟ์ไดรวิง คาร์ (Self-driving car) หรือออโตโนมัสคาร์ (Autonomous car) หรือภาษาไทยจะเรียกว่า ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ก็คือต่อไปจะมีเอไอ (AI) หรือว่าเป็นอินเทอร์เน็ต ออฟ ทิงส์ (Internet of things) ที่เราคอยดูรถระยะห่างต่าง ๆ เราจะไปไหนเราก็ไม่ต้องขับแล้ว ซึ่งเป็นอนาคตที่ดี แล้วก็อาจจะใช้เวลาทำความเข้าใจ และไว้เนื้อเชื่อใจกับมนุษย์อย่างเรา แต่ผมเชื่อว่าถ้าเทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นจริงมันก็จะทำให้การจราจรปลอดภัยมากขึ้น เพราะว่า มันได้นำส่วนของความประมาทของมนุษย์ออกไปนะครับ แล้วก็เป็นการที่คำนวณแล้วก็ ทำให้ทุกคนปลอดภัยขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ผมมองว่าในหลายประเทศก็มีการพูดคุยกัน เรื่องกฎหมายอย่างนี้ว่าถ้าเกิดรถที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติขับไปชนใครมีความรับผิดอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิด เจ้าของรถหรือ ถามว่าเจ้าของรถไหมครับท่านประธาน ผมเป็นเจ้าของรถ ผมนั่งเฉย ๆ ในรถผม อยู่ดี ๆ ระบบทำงานเอไอ (AI) ผิดพลาดไปชนคนตาย ผมต้อง รับผิดชอบด้วยหรือ ผมไม่มีเจตนาเลยด้วยซ้ำ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ ไม่ใช่ความผิดผม เลยด้วยซ้ำ อันนี้ก็เป็นคำถามหนึ่งนะครับ หรือว่าจะให้เจ้าของบริษัทรถไหม เขาก็บอกว่า เขาซื้อขาดมาแล้ว คุณดูแลไม่ดีเอง อย่างนี้ครับเราต้องคุยกันในสภาแห่งนี้นะครับ ตอนนี้ก็เตรียมร่างญัตติขึ้นมาอันหนึ่งนะครับ เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ที่สนใจก็มาลงกับผมได้ ผมจะตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความรับผิดของ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัตินะครับ ผมว่าสภาเราควรจะต้องเริ่มทำได้แล้ว เพราะว่ามันจะเป็น อิฐก้อนแรกในการที่เราจะสร้างคำว่าดีทรอยต์ (Detroit) แห่งเอเชีย (Asia) กลับมา ถ้าเราไม่ ทำเรื่องนี้ สมมุติว่าวันหนึ่งวันนี้ผมเชื่อว่าหลายบ้านมีรถเทสลา (Tesla) อันนี้ไม่ได้โพรโมท (Promote) ให้เขานะครับ ที่สามารถขับด้วยตัวเองได้ ถึงแม้นว่าเมืองไทยจะใช้ไม่ได้ วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาแล้วทำอย่างไรครับ วันหนึ่งมีแท็กซี่ที่วิ่งไปเรื่อย ๆ ไม่มีคนขับ แท็กซี่ แล้วไม่มีคนนั่งอยู่ด้านในแล้วไปชนคนตาย กฎหมายว่าอย่างไรครับ อันนี้คือช่องว่าง ทางกฎหมายที่จะเป็นปัญหาในอนาคตอันใกล้นะครับ เทคโนโลยีมันไว มันไวกว่า สภาเรา ก็อยากฝากทางรัฐบาลแล้วก็ผู้เสนอร่าง รวมถึงกรมการขนส่งทางบกต้องคิดถึง ประเด็นนี้ด้วยนะครับ จะได้รับการแก้ไข ถ้าเขียนว่าผู้ขับขี่ผู้ใด ผมแนะนำง่าย ๆ เติมไปเลยครับ และสิ่งใด ก็ได้นะครับ เพราะว่าเป็นเอไอ (AI) เป็นตัวเครื่องจักรเอง อย่างนี้ผมว่าเราต้องคิด ให้รอบคอบว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะว่าอันนี้มันเป็นโลกยุคใหม่แล้วครับ ความ รับผิดชอบของคนที่ขับขี่มันไม่ได้มีแค่คนที่ขับขี่อย่างเดียวครับ มันมีเครื่องจักรแล้วก็มีสมอง กลด้วย อย่างไรฝากท่านประธานไปถึงผู้เสนอร่างด้วยครับ ขอบคุณมากครับ