คารม พลพรกลาง อภิปรายร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยเน้นปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนนที่ทวีความรุนแรงจากจำนวนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น จนนำไปสู่อุบัติเหตุและความสูญเสียจำนวนมาก จึงเสนอให้มีการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะประเด็นรถไม่มั่นคงแข็งแรง การติดป้ายห้ามใช้รถ และการขาดป้ายจราจรในพื้นที่ท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้จัดตั้งศาลจราจรเพื่อลดปัญหาและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสที่จะอภิปรายต่อ ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต้องเรียนนะครับว่าปัจจุบันนี้ทุกที่ เต็มไปด้วยรถยนต์ ทุกที่เต็มไปด้วยรถจักรยานยนต์ ความสูญเสียจากอุบัติเหตุในวันที่ ๙ ขอ ภาพสไลด์ (Slide) นะครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ในวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ คุณหมอแท้จริง ขออนุญาตพูดถึงท่านในทางที่ท่านส่งข้อมูลให้เป็นประโยชน์ทุกวัน วันที่ ๙ เสียชีวิต ๕๘ คน โควิด (COVID) ณ วันนี้ประมาณ ๗๐ ถ้าผมจำไม่ผิด สะสมมาตั้งแต่ เดือนมกราคม ท่านดูนะครับ อันนี้เป็นตัวอย่าง แล้วก็เป็นข้อบ่งชี้ชัดว่าความสูญเสียตรงนี้ ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ในฐานะที่เป็นคนบ้านนอก แล้วก็เดินทางบ่อย ตั้งแต่ก่อนที่เป็น ทนายความจนมาเป็น ส.ส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โทษใครก็ไม่ได้ ต้องโทษอุปนิสัย ของคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคารพกฎจราจร ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน ท่านประธานครับ ความสูญเสียจากการจราจรที่เกิดจากครอบครัวหนึ่งเสียชีวิต ต้องเรียนว่า มันไม่ได้เฉพาะคนเสียชีวิตและมันจบ มันพาลให้ครอบครัวล่มสลายนะครับ ท่านลองดูครับ พ่อ แม่ ลูก เสียชีวิตไปคนหนึ่งทิศทางการดำรงชีวิตเปลี่ยน เพราะฉะนั้นวันนี้การที่มี กฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา โดยหลักการต้องกราบเรียนว่าเห็นชอบ แต่มีข้อที่ผมจะท้วงติงแล้วก็ อยากเพิ่มเติม โดยเฉพาะผมเห็นท่าน พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ซึ่งเคยเป็น คณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางถนนด้วยกันนี่ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความรู้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ สถิติของประเทศไทยอย่างที่ท่าน ส.ส. จากสกลนครพูดนี่ไม่ใช่เป็นสถิติน่าดีใจเลย ครับ อย่างสถิติของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้เราอยู่อันดับ ๔ ที่ดีนับจากบนลงล่าง อันนี้เรา นับจากบนลงล่างเราอยู่อันดับ ๙ ทั้งที่เรามีกฎหมายจราจรทางบกมาตั้งนาน ผมจับข้อสังเกต ได้อย่างหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นด่านแรกและเป็นด่านหน้าที่จะอนุวัติให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่กฎหมายนั้นจะต้องเป็นไปตามยุคสมัย ยุคนี้เราต้องกราบเรียนว่าการประชาสัมพันธ์ ให้คนตระหนักในเรื่องกฎจราจร น้อยครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้มาชี้แจง ลักษณะ ที่บอกตกตึกลงกี่ชั้นเท่ากับรถชนในความแรงเท่าไรแว้บ ๆ ก็ไม่มาอีกแล้วทั้งที่มีงบประมาณเยอะ ท่านประธานครับ ทั้งที่เราสามารถที่จะส่งสัญญาณเตือนคนได้ ท่านไปดูโควิด (COVID) ทำไม เราต้องระวัง ท่านประธานเห็นพวกผมนั่งอยู่ในห้องนี้ไม่ใส่แมสก์ (Mask) ท่านยังเตือนเลย ผมบางทีเผลอเราก็ต้องรีบใส่ เพราะอะไรครับ เพราะเรากังวล แต่เรื่องจราจรมันห่างตัว เพราะฉะนั้นเพื่อให้เวลากระชับ แล้วผมก็ไม่ชอบเกินเวลา ผมจะวกเข้าในมาตรา ๑๔๓ ที่เพิ่ม มานะครับ ที่อยู่ในมาตรา ๕ ในเรื่องลักษณะที่ขับรถกีดขวางการจราจรหรืออาจก่อให้เกิด ความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เขียนขึ้นมาอย่างนี้ถูกต้องและดีครับ แต่ขอกราบเรียนท่านประธาน ไปยังผู้ชี้แจงว่าใน (๓) ที่เพิ่มเรื่องอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น เป็นดุลยพินิจครับ ท่านเอกรักษ์ ดุลยพินิจตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ตรงไปตรงมา อย่าไปกลั่นแกล้ง ประชาชน อันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเพิ่มขึ้นมาซึ่งถูกต้องแล้ว เพราะบางที เขาไม่ได้กีดขวางการจราจรครับ แต่ว่าทำให้เราเดือดร้อน ขับขวามาอย่างนี้ครับ จะไปซ้าย ก็ไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ เราเห็นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการ อันนี้คือ ข้อหนึ่งที่ผมตั้งข้อสังเกต
ส่วนที่ผมสนใจจริง ๆ คืออยู่ในมาตรา ๑๓ ของฉบับใหม่ แต่เป็นมาตราเดิม คือมาตรา ๑๔๓ เรื่องรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรงเอามาวิ่งในถนน ซึ่งสอดคล้องกับที่ท่านสุพิศาล ได้อภิปรายไป อันนี้ผมเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด เวลาผ่านถนนมิตรภาพ ผ่านเส้นที่จะ ไปอุบลราชธานีครับ รถที่ไม่มีไฟหลัง รถที่สภาพไม่ควรใช้ เจ้าหน้าที่ต้องกล้าจับนะครับ ต้องกล้าจับครับ จับแล้วก็จะทำให้เขาต้องเอารถที่มีสภาพที่พร้อมใช้งานมาใช้ ท่านได้เขียนไว้ เพิ่มเติมในมาตรา ๑๔ แต่เพิ่มเป็น ๑๔๓/๑ แต่ว่าสงสัยอยากจะให้ตอบผมเหมือนกันว่าการที่ กำหนดให้ว่าติดป้ายคำสั่งห้ามการใช้รถ หมายความว่ารถนั้นมันไม่เหมาะแล้วจะติดป้าย ติดอย่างไร ติดนานแค่ไหน แล้วก็ถอดออกมีความผิดอย่างไร (๒) ก็เหมือนกันครับ คำสั่งระงับ การใช้รถเป็นการชั่วคราว ใน (๒) ท่านก็ตอบให้ชัดเจนนิดหนึ่ง อันนี้เป็นข้อที่คิดว่าน่าจะ เป็นประโยชน์กับคนที่จะต้องรับกฎหมายตัวนี้ซึ่งเป็นกฎหมายมหาชนคุ้มครองสาธารณะ แล้วท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมยังไม่เห็นเรื่องหนึ่งในกฎหมายฉบับนี้ อยู่ในต่างจังหวัด ท่านไปเห็นเลยครับท่านเอกรักษ์ ผ่านท่านประธานไปยังท่านเอกรักษ์ ป้ายจราจร สุดถนนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน อบจ. ก็ดี ใน อบต. ก็ดี ป้ายจราจรไม่มีครับ ทั้งที่ บ้านหนึ่งมีรถ ๓-๔ คันท่านประธาน แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่อยู่บ้านนอกเยอะก็คือ ผิดกฎจราจร ทางเข้าท่านกลับออก ทางออกท่านกลับเข้า เขาไม่เข้าใจกฎ การประชาสัมพันธ์ ซึ่งน้อยอยู่แล้วยิ่งอันตรายครับ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าท้ายที่สุดผมอยากจะสรุปสั้น ๆ ว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกัน ศาลจราจรควรจะเกิดได้แล้ว ศาลจราจรควรจะมีได้แล้ว ศาลแผนกยาเสพติด แผนกเฉพาะชำนาญพิเศษ มีได้แล้ว จราจรก็ควรมี สิ่งที่ผมอภิปรายนี้ ผมอยากให้ประชาชนได้ติดตามว่าผลประโยชน์ตกอยู่กับท่าน กฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์มาก เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าแม้แต่พรรคก็เห็นชอบในหลักการ แล้วอยากให้ ทุกคนช่วยกันลดสถิติเกิดมูลเหตุจากการจราจร แล้วประเทศเราจะไม่สูญเสีย ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านต่อปี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ