นิยม เวชกามา หารือปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีและการชะลอจ่ายเงินชดเชยโควตา พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขและผลักดันให้การปลูกยาสูบกลายเป็นอาชีพที่ยั่งยืน โดยเรียกร้องให้รัฐพิจารณาเลื่อนการขึ้นภาษีและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบเพื่อจำหน่าย ใบยาสูบ และเพื่อการนำไปสู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน ท่านประธานครับ ยาสูบ เป็นพืชเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นพืชที่เป็นวัตถุดิบหลักในการที่จะผลิตบุหรี่ และเป็นพืช ที่เติบโตง่ายในสภาพภูมิอากาศของประเทศ และภูมิอากาศที่หลากหลาย จึงเป็นพืช ที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนมาอย่างยาวนาน ต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบกลับได้รับความกระทบจากการผลิต ลดปริมาณลง เพื่อในการรับซื้อยาสูบ เนื่องจากแนวโน้มในการสูบบุหรี่ของคนในประเทศลดลง อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีการปรับอัตราภาษียาสูบตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ส่งผลในการยาสูบแห่งประเทศไทย ต้องปรับลดโดยการรับซื้อใบยาสูบ จากเกษตรกร ทำให้ผู้ปลูกยาสูบซึ่งมีอยู่จำนวนมากต้องได้รับความเดือดร้อนจากการที่มี รายได้ลดลงและไม่เพียงพอต่อการยังชีพ อีกทั้งต้องแบกรับภาระหนี้สินอีกจำนวนมาก นอกจากนั้นแล้วเกษตรกรดังกล่าวยังต้องอาศัยการปลูกยาสูบเป็นอาชีพหลักเพื่อหาเลี้ยงชีพ ตนเองและครอบครัวต่อไปในอนาคตอีกด้วย ดังนั้นหากภาครัฐมีแนวทางในการช่วย แก้ปัญหาดังกล่าวจะส่งเสริมให้การปลูกยาสูบสามารถเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบได้อย่างยั่งยืน ก็จะทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้มีรายได้ที่มั่นคงต่อไป ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาในเรื่องนี้หาแนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบเพื่อจำหน่วย ใบยาสูบและเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดดังต่อไปนี้ท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากเกษตรกรที่ปลูกยาสูบมันเหมือนมีเป็นกรรม เกษตรกรกลุ่มนี้เรื่องยาสูบไม่มีในบทบัญญัติหรือไม่มีในโครงการที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์สนับสนุนแต่อย่างใด แต่ที่สำคัญกระทรวงการคลังซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บภาษี กลับเก็บภาษีแบบเอาเป็นเอาตายครับท่านประธานครับ สำหรับสกลนครเองท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่า สกลนครมีพื้นที่การปลูกยาสูบเป็นจำนวนมากในอำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอพรรณานิคม กุสุมาลย์ แม้จะมีพื้นที่การปลูกไม่มากเมื่อเทียบกับการปลูกทั้งประเทศ ในการสำรวจของเกษตรจังหวัดสกลนครปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ระบุข้อมูลพื้นฐานการผลิต ยาสูบ ๓ ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๑ มีพื้นที่ปลูกยาสูบเฉลี่ยลดลง ๓๓๓ ไร่ต่อปี ได้ผลผลิตเฉลี่ยปีละ ๓๕๐ ถึงปีละ ๔๐๐ กิโลกรัม คือประมาณปีละ ๘๕ ตันท่านประธาน ดังนั้นทั้งประเทศซึ่งมีการปลูกยาสูบอยู่ในอัตราเฉลี่ย ๑๕๐,๐๐๐ ไร่ ผลผลิตก็ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ตัน ราคาโดยทั่วไปก็ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ ๖ บาท ทำให้ชาวไร่ซึ่งมีรายได้ที่สามารถ เลี้ยงลูกหลานได้ลดลง ดังนั้นตัวแทนเกษตร ตัวแทนชาวไร่ยาสูบซึ่งเป็นสมาคมท่านประธาน ก็เข้าพบผมที่สำนักงานที่สกลนคร ก็บอกว่าพูดคุยกันเป็นที่เข้าใจว่าตลอด ๓ ปีที่ผ่านมา ภาษีมีแต่ขึ้นท่านประธาน คำตอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ถามกระทู้ในห้องแยกท่านประธาน ชาวไร่ก็ไม่มีความหวังวันนี้ไม่มีความหวังเพราะท่านก็ บอกว่าจะชดเชยให้ จะชดเชยให้ภายในโควตาสิ้นปี ๒๕๖๓ แต่ชาวไร่ยาสูบของกระผม ซึ่งเป็นตัวแทนจึงต้องฝากผมมาบอกท่านประธานว่ามันถึงมีญัตตินี้ขึ้นมา ในระหว่างที่ กระทรวงการคลังซึ่งขอเลื่อนการขึ้นภาษีเป็นปีต่อปี ชาวไร่บอกไม่รู้จะกำหนดชะตากรรม ชีวิตอย่างไร จึงมาขอให้ท่านประธานสภาและสภาแห่งนี้ว่าการเลื่อนการขึ้นภาษีนี่ขอเลื่อนไป อีก ๒ ปี เพราะเรื่องการปลูกพืชทดแทนวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังไม่มีคำตอบ ยังไม่มีอะไรที่แน่นอน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ในภาวะที่เศรษฐกิจที่ยังไม่ดีแบบนี้การขึ้นภาษี จะยิ่งทำให้บุหรี่เถื่อนทะลักเข้ามาในเมืองไทยและเขาขายในราคาที่ถูกกว่าบุหรี่ไทย ท่านประธาน ดังนั้นผมจึงคิดว่าต้องเสนอญัตตินี้เพื่อให้รัฐบาลนำเข้าไปปรับปรุงว่า หากรัฐบาลจะขึ้นภาษีจริง ๆ เกษตรกรชาวไร่ยาสูบก็บอกว่าถ้าจะขึ้นก็ขอให้เลื่อนไปก่อน ให้เศรษฐกิจทรงตัว ให้เศรษฐกิจที่ดีกว่านี้ค่อยขึ้น ที่สำคัญคือเท่าที่โครงสร้างของภาษีจะขึ้น ครั้งเดียวแบบมหาศาลเลย เพราะฉะนั้นบุหรี่ไปไม่ได้บุหรี่ไทย เพราะฉะนั้นการซื้อบุหรี่ ซื้อตัวยา ใบยามันถึงอยู่ไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมก็บอกว่าถ้าจะขึ้นจริง ๆ ก็บอกขอให้ขึ้นละน้อย ๆ และให้หาวิธีการส่งเสริมให้มีพืชทดแทนซึ่งวันนี้ยังไม่มีท่านประธาน อีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ แต่พอเกิดวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะสั่งชะลอการชดเชยเงินโควตายาสูบสำหรับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยา ซึ่งเดิมทีเดียว นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่าจะชดเชยให้ ๑๖๐ ล้านบาทต่อปี ทั้งหมดเกษตรกรทั้งหมดทั้งประเทศ แต่วันนี้บอกให้ชะลอไปก่อน พอบอกชะลอนี่คือ ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรครับท่านประธาน ดังนั้นผมจึงมีความจำเป็นจึงต้องมา บอกท่านประธานว่าเงินชดเชยโควตารับซื้อใบยาสูบในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีชะลอจ่ายเงินไว้ก่อน เนื่องจากภาครัฐมีโครงการที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ก็เกษตรกรอื่นได้รับการช่วยเหลือ แต่เกษตรกร ซึ่งปลูกใบยาสูบ บ้านผมนี่ปลูกเป็นอาชีพ ปลูกเป็นชีวิตจิตใจ ๓๐๐ กว่าไร่ ประชากรที่อยู่ใน ๔-๕ อําเภอผม ไม่ว่าสว่างแดนดินหลายที่ผมอ่านมาเมื่อสักครู่นี่ ต้องขอกราบเรียนประธาน ว่าเขามีชีวิตเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูก อันนี้คือปัญหาต้องฝากว่าผมอ่านดูในรายงานของ กระทรวงพาณิชย์ อ่านดูในรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกรกลุ่มอื่นได้รับ การช่วยเหลือ ๓,๔๐๐ ล้านบาทบ้าง แบบสวนลำไย แต่ปรากฏว่าในส่วนของใบยาสูบบอกว่า ช่วยเหลือทั่วประเทศแค่ ๑๕,๐๐๐ ครอบครัว แล้วเป็นเงินแค่ ๑๖๐ ล้านบาท เขาจึงถามว่า ทําไมเขาก็เป็นประชากร เขาก็เป็นคนไทยที่ทําอาชีพอย่างสุจริต ทําไมให้ความเหลื่อมล้ํา ของเขา นี่คือประเด็นซึ่งผมต้องกราบเรียนเป็นเบื้องต้นก่อน ขอบคุณมากท่านประธานครับ