โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องปัญหาช้างป่า บุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชน และเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางแก้ไข โดยเรียกร้องให้คิดแบบนวัตกรรม คิดใหม่ ทำใหม่ และจัดระบบให้ดี เพื่อให้ช้างและคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ และรักษานิเวศวิทยาป่า
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติที่ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างบุกรุก พื้นที่ทำกิน ทำร้ายประชาชนในเขตพื้นที่ที่หลายพื้นที่ด้วยกันที่เพื่อน ส.ส. ได้เสนอญัตติทุกท่าน ทั้งท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ท่านพรเทพ ท่านเพชรชมพู กิจบูรณะ ท่าน ส.ส. จารึก ศรีอ่อน ซึ่งก็ขอสนับสนุนด้วยนะครับ ประเด็น อยู่ตรงนี้นะครับว่าทำไมผมสนใจเรื่องนี้ เพราะว่าเมื่อฟังสมาชิกที่เสนอญัตติ รวมทั้ง เพื่อน ส.ส. ที่ได้อภิปรายแล้ว ผมเห็นว่าความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของช้างและคน ต้องจัดระบบให้ดี นี่คือสิ่งสำคัญ ก่อนอื่นผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าแรงบันดาลใจผม วันนี้เราพูดถึงช้างป่า แต่ว่าวันหนึ่งผมได้ไปที่จังหวัดสุรินทร์ อบจ. สุรินทร์ก็พูดไว้ เป็นเบื้องต้นว่าตอนนั้นเป็นเรื่องของช้างเลี้ยงที่ อบจ. สุรินทร์ได้สร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับช้าง หลายเรื่อง ไม่ว่าจะทำโครงการช้างคืนถิ่น ก็คือดูว่าช้างที่หายไปเราจะเอากลับคืนมา ได้อย่างไร แล้วก็ทำเรื่องของควาญช้างที่ต้องดูแลช้าง ทำเรื่องของกิจกรรมช้าง ทำเรื่องของ พิพิธภัณฑ์ช้าง รวมทั้งหมดแล้วกลายเป็นเรื่องของ อบจ. ได้ทำ โลกของช้างก็คืออีเลฟเฟนต์ เวิลด์ (Elephant World) สิ่งเหล่านี้ผมประทับใจ แล้วผมได้นำเรื่องนี้ไปนำเสนอทางวิชาการ ที่ประเทศแคนาดา ที่โทรอนโต มหาวิทยาลัยไลเซนส์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยโทรอนโต ยูนิเวอร์ซิตี คนฮือฮามากว่าประเทศไทยได้สร้างนวัตกรรมเกี่ยวกับช้าง ชม อบจ. สุรินทร์ว่าทำได้ดี นั่นคือตัวอย่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคนแอฟริกาที่สัมมนาด้วย คนที่ลาตินอเมริกาที่มาทั่วโลกก็ฮือฮาว่าประเทศไทยจัดการช้างได้ดี แต่มาวันนี้มาพูดกัน เรื่องช้างป่า ซึ่งมีจำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าเชือกโดยประมาณ ตามสถิติที่ฝ่ายสำนัก วิชาการวิเคราะห์ ผมขอชมสำนักวิเคราะห์วิชาการ ผมไม่มีความรู้เรื่องช้างมากแต่ทำให้ ผมเข้าใจ แต่อยากเรียนท่านประธานว่าพอพูดเรื่องนี้ผมเรียนว่ามันสัมพันธ์กันหลายเรื่อง ถ้าเราคิดอย่างด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงใช้คำว่าต้องคิดแบบนวัตกรรม ช้างเลย นั่นก็คือคิดใหม่ ทำใหม่ คิดแบบองค์รวม ไม่ไปตั้งประเด็นไว้ส่วนใดส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ดูแลพื้นที่ป่า อุทยาน หรือว่าเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่า ชาวบ้านที่ถูกกระทบที่ช้างลงมาหาอาหารที่สวนเกษตรกรของชาวบ้าน หรือว่า จะต้องไปดูอย่างเพื่อนสมาชิกพูดนี่ผมชอบมากเลย ต้องจัดการให้เขามีบ้านของเขาไหม บ้านของช้างถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ใหญ่มากที่ต้องคิด เพราะฉะนั้นก็เรียนท่านประธานฝากไป ยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าต้องคิดอย่างเป็นระบบ การคิดแบบมีระบบก็พูดให้ครบว่า ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้างมันหลายส่วนเหลือเกิน อาจจะต้องมีแผนแม่บทที่เกี่ยวกับ ช้างป่าหรือไม่ เพราะจะได้คิดกันเป็นระบบ ดูแลกันอย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ได้พูดเรื่องว่าลองพิจารณาสัตว์ป่าอย่างช้างนี่จะเป็นสัตว์สงวน หรือสัตว์ที่ต้องคุ้มครอง ซึ่งท่านก็บอกว่าน่าจะเป็นสัตว์สงวนเพราะว่าจำนวนไม่มากแล้ว นี่คือสิ่งที่เป็นประเด็นที่ผมอยากจะเสนอผ่านคณะกรรมาธิการว่าเราต้องคิดอย่างเป็นระบบ และเรียนรู้เรื่องบ้านของช้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ดูแลป่า อุทยาน เขตอนุรักษ์สัตว์ป่า ชาวบ้าน ธรรมชาติ การเรียนรู้ธรรมชาติของช้าง หรืออาจจะต้องเรียนญาณวิทยาช้างก็ได้ ซึ่งผมเข้าใจว่าอย่างนี้สำคัญ รวมทั้งที่ช้างมาทำลายเฉพาะหน้าก็ต้องเยียวยาเกษตรกรหรือไม่ อย่างไร อันนั้นก็ต้องดูในระบบระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าจะต้องคิดให้รอบคอบและรัดกุม และทำให้เป็น แผนแม่บท และเป็นแบบอย่างที่จะทำให้เป็นที่ดูแลช้างได้ เพราะว่าช้างกับคนมันต้อง อยู่ร่วมกันได้ แล้วก็รักษาเรื่องของนิเวศวิทยาป่า แล้วก็รวมทั้งไม่ให้มาทำลาย หรือเป็นการป้องกัน ตามญัตติวันนี้ว่าจะหาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าที่บุกรุกพื้นที่ ทำเกษตรกรรมของพี่น้องประชาชน แล้วก็ดูว่าถ้าองค์กรกลางที่จะช่วยเป็นผู้ประสานงาน อย่างเป็นระบบ ผมคิดว่าลองพิจารณาเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ ผมพูดโยงไปที่จังหวัดสุรินทร์ เพราะฉะนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจจะเป็นหน่วยหนึ่ง ที่คอยสำรวจ คอยวิเคราะห์ แล้วก็บูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ให้ทำเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ