สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ไตรรงค์ ติธรรม หารือเรื่องช้างในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีปัญหาที่ช้างลงมาจากภูเขาเล่นกินพืชของชาวบ้านและทำให้สวนยางพาราพัง และเรียกร้องให้รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณในการแก้ไขปัญหานี้

นายไตรรงค์ ติธรรม บึงกาฬ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดบึงกาฬ พรรคเพื่อไทย วันนี้เนื่องจาก ผมเห็นด้วยกับญัตติเรื่องช้างวันนี้นะครับ สรุปง่าย ๆ ว่าเป็นเรื่องช้าง จังหวัดผม จังหวัดบึงกาฬ ก็มีภูเขาอยู่ ๓ ลูก ลูกที่ ๑ ก็คือภูลังกา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดต่อกับพื้นที่ของท่านศุภชัย โพธิ์สุ ท่านรองประธานสภานะครับ และอีก ๒ จุด จุดภูเขาที่มีปัญหาที่สุดก็คือเขาเรียกว่าภูวัว เขตอนุรักษ์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ไร่ มีพื้นที่ครอบคลุม อยู่ประมาณ อำเภอบุ่งคล้า ๒ ตำบล อำเภอบึงโขงหลง ๑ ตำบล อำเภอเซกา ๒ ตำบล อำเภอเมือง ตำบลชัยพร ๑ ตำบล ฉะนั้นสมัยเมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้วนะครับ ๓๐ กว่าปีที่แล้ว มีช้างอยู่ ๑๘ ตัวท่าน ปัจจุบันนี้มีช้างอยู่ไม่น้อยกว่า ๕๒ ตัว ฉะนั้นเลยเกิดปัญหาขึ้นมา แต่ว่าต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าคนที่เป็นมนุษย์นี่รักช้าง ช้างเป็นสัตว์ที่น่ารักนะครับ เราต้องยอมรับเหล่านี้ แล้วก็เก็บรักษาช้างไว้ตลอด จนถึง ๕๒ ตัวเป็นอย่างต่ำ ปัจจุบันนี้แล้วเกิดปัญหา ช่วงฤดูหลังจากเดือนตุลาคมของทุก ๆ ปี ช้างเหล่านี้เขาจะลงมาทีละ ๑๐ ตัว ๒๐ ตัว ๓๐ ตัว ๓ ตัว ๔ ตัว ลงมากินพืชไร่ของชาวบ้าน โดยเฉพาะจังหวัดผมนี่ตรงข้างล่างภูวัวมันจะเป็นที่ปลูกข้าวของชาวบ้านนะครับ แล้วก็เป็นที่ ปลูกยางพารา ซึ่งจังหวัดบึงกาฬต้องยอมรับว่ามีพื้นที่ ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ เป็นปลูกยางพารา สัก ๑๒๐,๐๐๐ ไร่ ฉะนั้นจึงสร้างความลำบาก ผมพูดคุยกับชาวบ้านอยู่ พอเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนจะเกี่ยวข้าวมันก็ลงมาแล้ว มากินข้าวทีละเป็น ๓-๔ ไร่นะครับ ละลาย หายไปหมดเลย กินหมดเมล็ดข้าว ฉะนั้นก็เลยสร้างปัญหา ปัจจุบันนี้สร้างปัญหาก็คือ ลงมากินเรื่อย ๆ สวนยางพาราพังระเนระนาด อันนี้คือสิ่งที่ช้างเหล่านั้นได้กระทำต่อมนุษย์ แต่ว่ามนุษย์เราก็ไม่ได้ไปทำลายช้างนะครับ ต้องยอมรับอย่างเพราะเรารักช้าง ผมเคยคุยกับ ชาวบ้านว่าวิธีแก้ปัญหาเรื่องช้างเราจะทำอย่างไร เพราะภูวัวมันมีพื้นที่ตั้ง ๑๑๐,๐๐๐ ไร่เศษ ๆ ทำอย่างไร เขาก็บอกว่าคิดไปคิดมา ผมคุยกันมาเป็น ๓๐ ปีแล้ว เขาก็บอกว่า หมดปัญญา เพราะเขตอนุรักษ์ก็เคยไปทำรั้วไฟฟ้า ปัจจุบันนี้มันก็พังหมดแล้วไม่สามารถ จะทำอะไรได้ แม้แต่ปัจจุบันช้างยังลงมาอยู่นะครับ ยังมาเดินเล่นอยู่ ๔ ๕ ๖ ตำบล ปีหนึ่งเสียหายเฉพาะพืชการเกษตรหลายแสนบาทนะครับ ผมก็คุยกับชาวบ้านว่า เอาอย่างนี้ไหม ปลูกไผ่ไหม ต้นไผ่ที่เป็นหนาม เขาก็บอกว่า คุยกับท่าน ส.ส. ดะนัยเมื่อสักครู่ ท่านก็บอกว่าถ้าเราปลูกต้นไผ่ก็ถูกต้อง แต่ว่ามันยังไม่โตหรอก ช้างมันจะมากินหมด มันยัง จะไม่เป็นหนามนะครับ ฉะนั้นคุยกับนายกท้องถิ่น ๕-๖ ตำบลนี้นะครับ ๓ อำเภอ เขาก็บอกว่าเขาไม่มีงบประมาณเพียงพอ เพียงลำพังที่เขามีงบประมาณที่ทำถนนหนทาง แหล่งน้ำในตำบลก็ปีละ ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท จะเอาเงินที่ไหนมาทำรั้วกั้นที่เป็นแนวไฟฟ้า ฉะนั้นวันนี้ผมอยากหารือไปยังผู้ที่มีความรู้ในเรื่องนี้ เพราะปัญหาเรื่องช้างไม่ใช่แก้วันนี้ ๒ วันจะเสร็จนะครับ เรามีปัญหาเรื่องนี้มาเป็น ๓๐-๔๐ ปีแล้ว ผมก็ฝากผู้ที่ศึกษาวิจัย ในเรื่องนี้มาให้ท่านคิดดูสิว่าจะทำอย่างไร ดีแล้วครับ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขปัญหาเรื่องช้าง เพราะช้างเป็นสัตว์ที่น่ารัก ผมก็มีแนวคิดว่าเราต้องทุ่มงบประมาณ อย่างจริงจัง เพราะสมัยก่อนนะครับ เรียนประธานว่าท่านประธานก็อยู่ใกล้บ้านผม สมัยก่อน ในภูวัวนี่ ภูลังกานี่ สัตว์อีเก้ง อีเห็นอะไรมีหมด ป่าก็เป็นป่าจริง ๆ เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าแล้ง เพราะพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่อยู่บนภูวัวไม่มีแล้วจะเป็นภูหัวโล้นแล้ว ฉะนั้น รัฐบาลต้องทุ่มเท ในความคิดของผมนี่รัฐบาลต้องทุ่มเทปีละเป็นหมื่นล้านบาทนะครับ ท่านกล้าไปสร้างถนน สร้างสนามบิน สร้างอะไรก็แล้วแต่ ท่านต้องมาสร้างรักษาสัตว์บ้าง ปลูกต้นไม้มีทางเดียวท่านต้องกล้าปลูกต้นไม้ ให้เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ปลูก ปลูกทุกปี ๆ ปีละเป็นล้านต้น ๒-๓ ล้านต้น เอาต้นละ ๑๐ บาท ๓๐ บาท มันจะเท่าไรท่าน เอาจริงจังเลย แล้วที่สำคัญที่สุดใช้เครื่องบิน เครื่องบินมีเยอะแยะ เครื่องบินทหารมีเยอะแยะ โปรยเมล็ดพันธุ์ เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน พอฝนตกลงโปรยทั้งปีทั้งชาติเลยครับ ต้นไม้มันก็จะขึ้น โดยธรรมชาติของมัน ฉะนั้นก็ฝากท่านด้วยนะครับว่าท่านตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเลย เป็นสิ่งที่ดีมาก ผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ ขอบคุณครับ