ฐนภัทร กิตติวงศา หารือปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนในจังหวัดจันทบุรี ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและสูญเสียชีวิตประชาชนรวมถึงพระสงฆ์อย่างต่อเนื่อง เรียกร้องให้มีการเยียวยาอย่างเป็นระบบและเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมจำนวนช้างและฟื้นฟูพื้นที่ป่าอย่างเหมาะสมเพื่อความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
กราบขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง และอำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ กระผมได้รับมอบหมายจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีครับ ให้เป็นผู้นำเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาช้างป่า บุกรุก รบกวนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ดินทำกินของเกษตรกรและเยียวยาผลกระทบ อย่างยั่งยืนครับท่านประธาน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาประชากรช้างในเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่รอยต่อ ๕ จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ตลอดจนภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในระบบนิเวศ ของช้างไม่มีผู้ล่าครับ ประกอบกับช้างป่าได้ลิ้มรสพืชผลทำให้ชอบลงมาหาอาหารในพื้นที่ เพาะปลูกของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นอย่างเรื่อย ๆ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ ของทางราชการจะใช้กำลังคนผลักดันช้างเข้าสู่ป่าอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ปรากฏว่ายังมีช้างป่า จำนวนมากเล็ดลอดบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำลายทรัพย์สิน ตลอดจนร่างกาย และชีวิตของราษฎรอยู่เนือง ๆ นอกจากนี้ยังมีช้างป่าอีกจำนวนหนึ่งเดินทางข้ามถนนทำให้ เกิดอุบัติเหตุจราจรบ่อย ๆ เป็นอันตรายต่อร่างกาย ชีวิต ทั้งของประชาชนและของช้างป่า อีกด้วยครับ ท่านประธานครับ การดำเนินการอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม และยั่งยืน และยังไม่มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า และยังไม่มีมาตรการ ควบคุมการเพิ่มจำนวนของช้าป่าอีกด้วย ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ปัญหาดังกล่าวครับ
ในส่วนของกระผม ท่านประธานครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา มีความเห็นด้วยกับญัตติของท่าน ส.ส. จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี และเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินและทำร้ายประชาชน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ ปัญหาชาวบ้านกับช้างป่าในเขตภาคตะวันออก โดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีของกระผมนั้น ซึ่งตลอดมาได้มีชาวบ้านได้มาร้องเรียนกับ ส.ส. และผม ซึ่งผมนั้นถึงแม้ว่าจะอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอแหลมสิงห์ ซึ่งถือว่า เป็นพื้นที่ที่เป็นตัวเมืองที่มีตึกรามบ้านช่องมากอยู่ก็ตาม แต่ปัญหาก็มีเฉกเช่นเดียวกับพี่น้อง ประชาชนในอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดจันทบุรีครับ ไม่ว่าพื้นที่นายอำเภอท่าใหม่ แก่งหางแมว นายายอาม มะขาม สอยดาว อำเภอขลุง อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอเขาคิชฌกูฏ ก็ตามครับ ซึ่งปรากฏมีเพียงอำเภอเดียวในจังหวัดจันทบุรีครับท่านประธาน นั่นก็คืออำเภอแหลมสิงห์ ที่ยังไม่มีช้างป่า หรือที่พี่น้องประชาชนเรียกว่าพี่ใหญ่เข้าไปเยี่ยมเยียนในอำเภอแหลมสิงห์ แต่ก็ดีแล้วครับ พี่น้องประชาชนก็ยังไม่อยากให้ท่านได้มาเยี่ยมเยือนในอำเภอแหลมสิงห์ แต่ประการใดครับ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประชากรช้าง ในหลายพื้นที่ในภาคตะวันออก ตลอดจนภาคอื่นของประเทศไทยเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในระบบนิเวศอย่างที่เรียนเบื้องต้นว่ายังไม่มีผู้ล่า ประกอบกับช้างป่าได้ลิ้มรสพืช ผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ ลำไย ลองกอง และผลไม้อื่น ๆ เช่น สับปะรด อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งอำเภอหลายอำเภอในของจังหวัดจันทบุรีนั้นมีการเพาะปลูกโดยเกษตรกร เพราะว่ามีราคา แล้วก็ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีนะครับ ทำให้ช้างป่านั้นหรือว่าพี่ใหญ่ได้มาลิ้มรสแล้วก็คงจะ ติดใจ จึงลงมาในพื้นที่ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และเหตุผลก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีการใช้กำลังคนในการผลักดันช้างเข้าสู่ป่าอย่างสม่ำเสมอ แต่ท่านประธานครับ กำลังคนในการผลักดันช้างนั้น พี่น้องประชาชนที่มาร่วมแรงร่วมใจในการผลักดันช้าง ไม่มีรายได้ มีแต่ค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นการดำเนินการช้างป่าเพื่อผลักดันให้ออกจากป่านั้น ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นัก เนื่องจากว่าก็คงจะต้องใช้เวลาในการที่จะไปทำมาหากินด้วย ของประชาชน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าในปัจจุบันนี้ช้างป่ายังมีจำนวนมากนะครับ เข้ามา ทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำลายทรัพย์สิน ตลอดจนทำร้ายพี่น้องประชาชนบาดเจ็บ ทั้งทางร่ายกายและเสียชีวิตอยู่เรื่อยไป ซึ่งกระผมจะขอยกตัวอย่างสักนิดหน่อยนะครับ ในล่าสุดนี่นะครับ ช้างป่าทำร้ายพระสงฆ์ถึงแก่มรณภาพ ขณะที่ท่านออกบิณฑบาต ในตอนเช้า ซึ่งข่าวที่ปรากฏนี้ก็เป็นที่สังเวช เป็นที่สลดหดหู่ของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่พระสงฆ์นั้นได้อยู่ แล้วก็พี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี ผมว่ารวมทั้งพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศที่ได้ทราบข่าวช้างป่าทำร้ายพระสงฆ์ขณะออกบิณฑบาตนะครับ ชาวบ้านอำเภอเขาคิชฌกูฏครับ ท่านถูกทำร้ายโดยช้างป่าอาการสาหัส ชาวบ้านอำเภอโป่งน้ำร้อน หลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไปในสวนลำไย เนื่องจากพี่ใหญ่เราได้เข้าไปหากินในเขตสวนลำไย พี่น้องชาวอำเภอสอยดาวเช่นเดียวกันท่านประธานครับ เสียชีวิตไปหลายรายแล้วในการที่ พี่ใหญ่ได้ไปเยี่ยมเยือนในสวนลำไย แล้วก็พบกับเกษตรกรอาจจะกำลังกรีดยางพาราบ้าง เก็บยางพาราบ้าง หรือว่าอยู่ในสวนลำไยก็มีการทำร้ายถึงแก่ชีวิตนะครับ ก็และอื่น ๆ ในปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ประมาณกว่าสิบชีวิตที่ผ่านมาครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ประการหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ หรือชีวิตของมนุษย์ศพแล้วศพเล่า ชีวิตแล้วชีวิตเล่า ความสูญเสียของพืชผลทางการเกษตร เสียหายมากมายเหล่านั้น อยากจะขอเสนอให้คณะกรรมาธิการดำเนินการดูในเรื่องของ การเยียวยานะครับ ดูในเรื่องของการเยียวยาด้วยว่าคนที่เสียชีวิตนั้นถึงแม้ว่าเราไม่อยากให้ เขาเสียชีวิตหรอกครับ แต่เมื่อเสียชีวิตไปแล้วนี่ ในเรื่องของการเยียวยาบุคคลที่อยู่ข้างหลัง มีความเดือดร้อน ลูก ภรรยา สามี คนข้างเคียง โดยเฉพาะถ้าผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นหัวหน้า ครอบครัวจะทำอย่างไรครับ ชีวิตที่เหลืออยู่ตาดำ ๆ ในชนบท ในป่า เขามีความเดือดร้อนครับ หมื่นกว่าบาท ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ถึงแม้ ๕๐,๐๐๐ บาทก็ตามที่รัฐได้เยียวยา บวกกับ ประชาชนช่วยกันสมทบทุนในการไปช่วยเหลือคงไม่เพียงพอครับท่านประธานครับ เป็นแสน เป็นล้าน ควรพิจารณาครับ ควรพิจารณาในเรื่องของการเยียวยาด้วยครับ ถึงแม้เราจะ ไม่อยากให้ศพแล้วศพเล่าเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ควรจะมีการเยียวยาอย่างจริงจัง จากรัฐบาลครับ การเยียวยาคนบาดเจ็บครับ ต้องดูแลครับ เขาทำงานได้หรือไม่ เป็นภาระ ครอบครัวที่จะต้องดูแลกันต่อไป การเยียวยาก็จะต้องมีมาตรการครับท่านประธาน พืชผล เสียหายละครับ ทุเรียนกว่าจะปลูก ๕-๖ ปีกว่าจะมีดอกมีผล เงาะ ๕-๖ ปี ๓ ปี ๔ ปี กว่าจะ มีดอกมีผลเก็บได้ พี่น้องประชาชนมีรายได้จากพืชผลทางการเกษตร แต่ต้องถูกพี่ใหญ่ หรือช้างป่าเข้ามากัดกินหรือทำลาย ทำลายล้างเสียหายไป กว่าจะปลูกขึ้นมาใหม่ คิดครับ ควรที่จะคิดเยียวยา ไม่ใช่ว่าครั้งเดียวจบครับ ต้องพิจารณาว่าปีหนึ่งเขาได้เท่าไร ๒ ปีได้เท่าไร เสียหายไปเท่าไร ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปี เขาควรจะได้ รายได้เท่าไร พิจารณาให้เขาครับท่านประธานครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งบางครั้งบ้านเรือน เสียหายจากการที่พี่ใหญ่บุกเข้ามาเยี่ยมเยือนครับ ควรดูแลด้วยมาตรการที่ผมกล่าวมา ข้างต้น ก็อยากจะสรุปว่ากระผมนั้นเห็นด้วยกับการที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินและทำร้ายประชาชน ในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรีของกระผมนะครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนในหลายจังหวัดที่ได้รับ ความเดือดร้อนด้วย กระผมเห็นด้วย แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสได้นำญัตตินี้ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งถือว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศ น่าจะเป็นวาระแห่งชาติด้วยซ้ำไปครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ