นิติพล ผิวเหมาะ หารือปัญหาช้างป่าที่รุกล้ำพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ทั้งการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหาย การปรับปรุงระเบียบที่ซับซ้อน การล่อช้างกลับเข้าป่าด้วยอาหารเพื่อลดความขัดแย้ง และการแก้ไขที่ต้นเหตุที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียวิสัยทัศน์ของผู้นำและการทำลายป่า พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพสัตว์ พรรคก้าวไกล เพื่อความสมบูรณ์ในการอภิปรายและนำเสนอของผมต่อสภา ขออนุญาต อ่านญัตติก่อนนะครับ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า บุกรุกทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายประชาชน รวมถึง นักท่องเที่ยวบาดเจ็บ และถึงแก่ชีวิตเกิดขึ้นทุก ๆ ปีต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และทวี ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบของผืนป่าเป็นแปลงเกษตรที่เกิดจาก การเพาะปลูก และมีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอยู่โดยรอบ รวมถึงช้างป่าบางส่วนไม่ยอมกลับเข้า ผืนป่า และสถานการณ์ช้างป่าบุกรุกพื้นที่ทำกินของประชาชนส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่างชาวบ้านในพื้นที่ถูกช้างป่าบุกรุก ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เช่น การสร้างแหล่งอาหาร ให้ช้างป่า การสร้างรั้วกั้น แต่ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้ช้างกลับคืนสู่ป่าได้ อาจเนื่องจาก การประสานงาน เพราะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายหน่วยงาน เช่น ฝ่ายปกครอง องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กรมปศุสัตว์ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามการฟื้นฟูแหล่งอาศัย และอาหารของช้าง การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้ชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการช้างป่า และความร่วมมือของประชาชนทั้งภายใน พื้นที่และภายนอกพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า รวมถึงการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า ร่วมกับชุมชน การผลักดันช้างป่าเข้าพื้นที่อันเหมาะสมปลอดภัย ทั้งต่อช้างป่าและต่อ ผู้ปฏิบัติงาน โดยไม่ส่งผลต่อสุขภาพและพฤติกรรมของช้างป่า ไม่สร้างความเสียหาย ต่อทรัพย์สิน ผลผลิตทางการเกษตร และชีวิตของมนุษย์อย่างยั่งยืน จึงเป็นเรื่อง สำคัญเพื่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดขอชี้แจงในที่ประชุมต่อไป
ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันที่ผมตั้งตารอมานานนะครับ มีโอกาสได้พูดถึง เรื่องช้างป่าเสียที แต่เพื่อความชัดเจนเราก็ต้องพูดกันให้ชัด ถ้าตั้งใจจะแก้ไขปัญหา เรื่องช้างป่าเราเลือกที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือไปแก้ที่ปลายเหตุ ต้องไล่เลียงต้นสาย ปลายเหตุให้ดี ช้างป่าครับท่านประธาน มีปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน มีทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ ที่มาของปัญหาต่างกันเล็กน้อยครับ แต่หลักใหญ่ ใจความคล้าย ๆ กัน ที่ผมบอกว่ามีปัญหาต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานมันหนักบ้าง น้อยบ้าง ด้วยความที่ว่าเราก็ต้องยอมรับครับท่านประธาน มีพี่น้องของเราบางส่วนที่อยู่บริเวณแนวตะเข็บ ที่เชื่อมต่อระหว่างบริเวณเขตป่าและเขตที่พี่น้องทำกิน แน่นอนครับ ปัญหาเหล่านี้พี่น้อง ที่อาศัยอยู่ในเขตด้านนี้จะมีผลกระทบเรื่องช้างป่ามาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้มากเท่าไร แต่มาในระยะ ๕-๖ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน มันไม่ใช่มีปัญหาแค่เฉพาะที่พี่น้องที่อยู่บริเวณ แนวตะเข็บที่ติดกับแนวเขตป่า แต่มันกลับเข้ามามีปัญหาถึงในบริเวณที่ห่างไกลจากเขตป่าเข้า มาถึงในเมือง เข้ามาถึงในแหล่งชุมชนนะครับ นี่คือเรื่องที่เราจะต้องพูดกัน เหมือนที่ผมได้บอกไปแล้วว่ามันมีต้นเหตุ มีปลายเหตุ เพื่อนสมาชิกของผมหลายท่านก็ได้อภิปราย ได้นำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา ยกตัวอย่างกันไป ในหลาย ๆ ด้านนะครับ โดยส่วนใหญ่ก็คือเป็นการพูดถึงการแก้ไขปัญหาด้านปลายเหตุ ผมก็จะพูดด้านปลายเหตุก่อน แต่จะไม่ซ้ำประเด็นกับที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอ ไปแล้วนะครับ การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ยกตัวอย่างเช่นการทำรั้วรังผึ้ง คูกันช้างก็ดีนะครับ การผลักดันช้างกลับเข้าสู่ป่าก็ดี ต่างประเทศมีการพิสูจน์มาแล้วท่านประธานว่าไม่ประสบ ความสำเร็จ คุณหมอบัญญัติ ผมขออนุญาตต้องเอ่ยนาม คุณหมอบัญญัติได้พูดถึงศรีลังกาโมเดล ผมก็อยากจะบอกให้กับท่านประธาน นำเสนอท่านประธานว่าศรีลังกาโมเดลนี่สามารถ พัฒนาจัดการแก้ไขเรื่องปัญหาช้างป่า จนกระทั่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างมูลค่า มหาศาล สร้างเศรษฐกิจให้คนศรีลังกาจำนวนมาก คนที่เข้าไปทำ คือคนไทยครับท่านประธาน คือคนไทย กระบวนการทำแบบนั้นผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราจะนำเสนอเข้ามาสู่ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แล้วคนคนนั้นก็เป็นผู้ที่อยู่ในสัดส่วนคณะกรรมาธิการ วิสามัญของพรรคก้าวไกล แน่นอนว่าการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุโดยการพัฒนาเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวมีกระบวนการที่ทำได้ ผมยกตัวอย่าง ยกตัวอย่างการผลักดันช้างเข้าสู่เขตป่า แน่นอน ว่าตอนนี้เราอภิปรายถึงเรื่องช้างป่า ช้างป่าคือช้างที่ต้องอยู่ในป่า ไม่ใช่ช้างที่อยู่ในเขตของ ที่พี่น้องประชาชนอยู่อาศัย การที่เราจะไปผลักดันช้างเข้าสู่เขตป่า ปัจจุบันเขาทำกันอย่างไร ครับท่านประธาน แน่นอนว่ามันคือสงคราม มันคือความหวาดกลัวของคน ช้างบุกเข้ามา ทำลายพืชผล ทำลายชีวิตร่างกายให้คนได้รับความเสียหายต่อชีวิตร่างกายและจิตใจ แน่นอนว่าคนก็ต้องฮึดสู้กลับไปครับ แต่เราจะทำอย่างไรให้ช้างสามารถกลับเข้าไปในเขตป่า โดยที่ไม่เกิดความสูญหาย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถสร้างเศรษฐกิจ ผลักดัน ทำให้ชุมชนสามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองต่อไปได้ การใช้ปืนก็ดี การใช้ประทัดก็ดี การใช้เสียงต่าง ๆ ก็ดี ไม่สามารถทำได้ มันแก้ไขไม่ได้ครับ มีแต่จะทวีความรุนแรง ความโกรธเคืองกันระหว่างคนกับช้างป่า สิ่งที่ผมทำครับท่านประธาน ผมไปเริ่มทำโครงการนี้ ที่จังหวัดฉะเชิงเทราครับ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา สิ่งที่ผมทำคือผมใช้วิธีการผลักดันช้างโดยการเอา อาหารไปวางเพื่อล่อให้ช้างไม่กระจัดกระจาย ไม่เดินวน ข้อดีมันคืออย่างไรครับท่านประธาน ข้อดีมันคือว่าผมเอาอาหารจากไหนไปวางให้กับช้าง ผมก็ต้องซื้อผัก ซื้อผลไม้ ซื้ออาหารช้าง จากพี่น้องฉะเชิงเทราครับ คนฉะเชิงเทรา เห็นไหมครับ แค่นี้ก็คือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้กับคนในพื้นที่แล้ว แล้วท่านประธานลองคิดดูว่าวันนี้ช้างป่าอยู่บริเวณตรงนี้ ห่างไกลจาก เขตพื้นที่ป่าเขตอุทยานไป ตีเสียว่า ๑๐ กิโลเมตรครับท่านประธาน การที่เราจะขยับช้างที่อยู่ ในเขตชุมชนให้กลับเข้าไปอยู่ในเขตป่าในระยะทางถึง ๑๐ กิโลเมตร เราไม่สามารถผลักดัน รวดเดียวไปได้ ๑๐ กิโลเมตรหรอกครับ เราต้องค่อย ๆ ขยับทีละ ๑ กิโลเมตร ๒ กิโลเมตร ๓ กิโลเมตร ๔ กิโลเมตร แล้วท่านประธานลองคิดดูว่าอาหารช้างที่ไปวางกองแต่ละวัน แต่ละ ครั้ง แต่ละคราวมันจำนวนมหาศาล เฉพาะค่าอาหารอย่างเดียวต่อวันไม่ต่ำกว่าวันละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทนะครับ เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ที่จะยิงตรงสู่พี่น้องเกษตรกร โดยตรง พอวางเสร็จปุ๊บช้างก็ไม่ขยับออกมาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สวนครับ ก็เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ที่ลึกเข้าไป ลึกเข้าไป ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่าการเคลื่อนตัวของช้างในแต่ละครั้งที่กลับ เข้าไปสู่ในเขตป่าใช้เงินจำนวนมหาศาล แล้วเงินจำนวนนั้นส่งตรงต่อพี่น้องเกษตรกรโดยตรง นี่ละครับจึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนแล้วตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าก็ดี ปัญหาเรื่อง เกษตรกรก็ดี นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุครับ
การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคืออะไรครับ วันนี้นะครับ เพื่อนสมาชิกของผม ส.ส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส. เขต ๓ จันทบุรี หรือแม้กระทั่ง ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู จังหวัดตราด หนึ่งเดียวของเราที่จังหวัดตราด ๒ เขตนี้มีปัญหาเรื่องช้างป่า เพื่อนสมาชิกของผมทั้ง ๒ ท่านลงพื้นที่ไปคุยกับพี่น้องประชาชน ลงไปเป็นยามเฝ้าระวัง ระแวดระวังช้างป่าทุกคืนครับ ดึก ๆ ดื่น ๆ บางทีส่งไลน์ (Line) ให้ผมตีหนึ่ง ตีสอง บอกว่า เพิ่งไปช่วยเฝ้าระวังในพื้นที่เรื่องช้างป่านะครับ แล้วสิ่งที่เพื่อนสมาชิกของผมทั้ง ๒ ท่านได้รับ การสะท้อนมาโดยตลอดเวลาก็คือ เขาต้องการค่าเยียวยาครับท่านประธาน การเยียวยา ความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกร ให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับ ความเสียหายไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ หรือแม้กระทั่งถึงชีวิตก็ดีครับ แล้วได้รับ การตอบสนองไหมครับ ไม่มีเลยครับ นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ที่ง่ายที่สุด แต่ทรงประสิทธิภาพที่สุดครับ ทำยังไม่ได้เลยครับ เจอ ส.ส. ญาณธิชากี่ที ๆ ก็พูดกับผม เรื่องนี้ทุกทีว่าจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาเยียวยาให้กับพี่น้องชาวจันทบุรี ชาวตราดได้ ให้เร็วที่สุด ทำไม่ได้ครับ ติดเงื่อนไข ติดระเบียบ ทำไมเราไม่แก้กฎ ระเบียบตรงนี้ ให้มันง่ายขึ้น ให้มันทันท่วงที เหตุผลที่ผมบอกว่าเป็นเรื่องจำเป็น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน เราต้องนึกภาพให้เห็นนะครับว่าตอนนี้มันคือความโมโห ความเกรี้ยวกราดนะครับ ความไม่ลงรอย มันคือสงครามระหว่างคนกับช้าง เราไปพูดกับช้าง ไม่รู้เรื่องหรอกครับ เราต้องพูดกับคน แล้วทำอย่างไร คนก็ต้องเริ่มที่จะยุติปัญหานี้ ยุติความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าให้ได้ก่อน แต่แน่นอนครับท่านประธาน เพื่อนเกษตรกร ของเขต ๓ จังหวัดจันทบุรีก็ดี จังหวัดตราดก็ดี เขามีหนี้สินที่ต้องจ่ายทุกวันครับ ท่านประธาน เราไม่สามารถเยียวยาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับเขาแบบนี้ได้แล้วเราจะ สามารถเริ่มยุติสงครามระหว่างคนกับช้างป่าได้อย่างไรนะครับ คุยกับ ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู จังหวัดตราด ส.ส. ศักดินัยบอกว่าที่จังหวัดตราดมีสวนทุเรียน ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดตราด ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู บอกว่าคุยกับพี่น้องชาวสวนทุเรียน มีต้นทุเรียนต้นหนึ่งเก่าแก่ อายุ ๕๐ ปี ปี ๆ หนึ่งเฉพาะต้นนี้ต้นเดียวขายได้เงินแสนกว่าบาทครับท่านประธาน แสนกว่าบาทจากต้นทุเรียนต้นเดียวที่จังหวัดตราด แต่นี่เรากำลังพูดถึงสวนทุเรียน สวนผลไม้ ไม่รู้กี่ต้นต่อกี่ต้น แล้วเงินชดเชยที่จะยุติที่จะเป็นประตูในการยุติความขัดแย้งระหว่างคนกับ ช้างป่ามันมีขนาดไหนครับท่านประธาน ไปไล่เลียงดูหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อน แล้วนี่ ถ้าได้มาเงินชดเชยที่ได้คือพันกว่าบาท เทียบได้ไหมกับต้นทุเรียนต้นหนึ่งที่ขายได้ แสนกว่าบาท เทียบไม่ได้ครับ ผมไปลงพื้นที่เจอกับพี่น้องเกษตรกร เจอกับพี่น้องที่ได้รับ ผลกระทบเรื่องปัญหาช้างป่า หลายคนเล่าให้ผมฟังว่าวันที่ไปรับเงินชดเชยเขาเซ็นรับเสร็จปุ๊บ เขาขว้างเงินก้อนนั้นทิ้งเลยครับ จะเรียกว่าก้อนมันก็เกินไป มันไม่ได้เยอะขนาดนั้น พันกว่าบาท แต่ค่าเสียหายเขาหลายแสนครับ หนี้ที่มันทบต้น ๆ ทุกวันจะแก้ไขกันได้อย่างไร นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเรื่องแรก แต่สำคัญที่สุดที่จะเป็นประตูก้าวเข้าไปสู่การแก้ไข ปัญหาที่ต้นเหตุและอย่างยั่งยืน ผมพูดถึงเรื่องปลายเหตุไปแล้วก็ต้องเจาะเรื่องต้นเหตุครับ ถ้าไม่พูดเรื่องต้นเหตุก็อย่าหวังว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่าได้ ผมไปลงพื้นที่มาหลายที่ครับ ท่านประธาน ในทุกภาคของประเทศไทยที่ผมบอกว่าปัญหามันมีความแตกต่างกันบ้าง ในรายละเอียด ยกตัวอย่างเช่น ผมไปที่ภาคเหนือครับ ปัญหาภาคเหนือที่แตกต่างจาก ภาคอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนกันเลยที่เป็นปัญหาเรื่องช้างป่ามันมีกรณีเกิดขึ้น เช่น พี่น้องที่เขาเลี้ยงช้างในการประกอบอาชีพของเขา เขาก็เลี้ยงช้างตัวเมีย ผมพูดง่าย ๆ ก็แล้วกัน จะเรียกช้างตัวผู้ ตัวเมีย เพื่อที่ว่าคนที่ไม่ได้ศึกษาหรือว่ายังไม่ได้มีความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องช้างมากเกินไปจะได้ไม่งงนะครับ ผมพูดว่าช้างตัวผู้ ช้างตัวเมียก็แล้วกัน พี่น้อง เขาก็เลี้ยงช้างตัวเมียครับ เหตุผลที่เลี้ยงช้างตัวเมียเพราะว่าอะไร ก็เพราะว่าเพื่อจะได้เอาไป ผสมพันธุ์แล้วเกิดลูกออกมาจะได้มีลูกช้างไว้ใช้งานต่อนะครับ พี่น้องเขาก็เลี้ยง ช้างตัวเมีย แต่ทีนี้ในหมู่บ้านหรือในบริเวณใกล้เคียงไม่มีช้างตัวผู้ครับ วิธีการเขาทำอย่างไร เขาก็เอาช้างตัวเมียของเขาไปผูกอยู่แนวชายเขตป่า พอทีนี้ช้างป่าที่เป็นช้างตัวผู้พอได้กลิ่น ในช่วงผสมพันธุ์เขาก็เดินมาผสมพันธุ์กับช้างบ้าน ทีนี้เห็นไหมครับ ช้างป่าเดินเข้ามา หาช้างบ้านเพื่อผสมพันธุ์ หลายคนในประเทศไทยก็ทราบดีว่าช้างนี่มีความฉลาด มีความละเอียดอ่อน ซึ่งตรงนั้นเราไม่ต้องไปพูดถึงในรายละเอียดกันแล้วนะครับ ช้างป่า ตัวผู้มาผสมพันธุ์กับช้างป่าตัวเมีย ช้างป่าตัวเมียก็ตกลูกออกมาแล้วก็อยู่กินในบริเวณพื้นที่ อยู่อาศัยของชาวบ้าน ด้วยความรักความผูกพันครับท่านประธาน ทีนี้ช้างป่าที่เป็นพ่อนี่ ก็หมุนเวียนมาหาลูกช้างของตัวเองอยู่ตลอดเวลานะครับ อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แล้วเป็นเรื่องที่ พี่น้องภาคเหนือของผม ส.ส. มานพก็จะรู้ดี เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ที่มีการพูดคุยและรู้ว่าพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ของเราที่จำเป็นต้องเลี้ยงช้าง นี่เป็นปัญหานะครับ นี่คือปัญหาที่แตกต่างกัน แต่ทีนี้ที่ผมบอกว่าปัญหาใหญ่ที่เหมือนกัน ที่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ก็ตามทีนะครับ ผมเพิ่งไปทองผาภูมิมาไม่กี่วันก่อนที่จะเตรียม ในการอภิปรายครั้งนี้นะครับ ก็ลงไปดูในพื้นที่จริงกัน คำถามใหญ่ ๆ ที่อยากจะฝากไว้ให้กับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ให้ท่านลองไปหาคำตอบนะครับ แล้วกลับเข้ามาอภิปราย ในสภากันว่าท่านได้คำตอบไหม
คำถามก็คือว่าทำไมช้างป่าไม่อยู่ในป่าครับ ป่าที่เป็นบ้านของช้างป่าทำไม ช้างป่าไม่อยู่ในป่า มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ช้างป่าไม่กล้าที่จะอยู่ในบ้านของตัวเอง มีเหตุผล อะไร มีใคร มีคนคนไหนที่ไปก่อกวนบ้านของช้างป่าในป่า หลายท่านอาจจะนึกออกมา แว่บขึ้นมาในหัวเลย แน่นอนนั่นก็คือกรณีการล่าสัตว์ป่า การล่าช้างป่า ใช่ไหมครับ ไม่กี่ปี ที่ผ่านมาก็เห็นกรณีเสือดำที่ถูกยิงอยู่ในเขตป่า ช้างป่าผมก็ไม่แน่ใจว่าถูกเข้าไปล่าในเขตป่า หรือเปล่า เลยทำให้ช้างป่าไม่อยู่ในป่านะครับ จากคำถามนี้ลองไปดูครับ งาสวย ๆ งายาว ๆ ของช้าง มันไม่ได้อยู่ในหัวช้าง มันไปอยู่ในบ้านของใคร มันไปอยู่ที่ไหน ทำไมช้างถึงรู้สึกอุ่นใจ มากกว่าเวลามาเดินบนถนน เวลามาอยู่ในสวนทุเรียน สวนผลไม้ก็ดี ทำไมไม่ไปอยู่ในบ้าน ของตัวเองนะครับ แล้วไม้ที่เป็นไม้เศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ถูกลักลอบตัดในเขตป่า ไม้พะยูงก็ดี ไม้สักก็ดี ไม้มีค่าต่าง ๆ ก็ดี ทุกวันนี้ในป่านี่มีไม้เหล่านั้นเหลือมากขนาดไหนครับ นี่คือต้นเหตุครับ นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ช้างป่าไม่อยู่ในป่า ทั้งหมดนี้คืออะไรครับ ก็ต้องบอกตรงนี้พูดกันให้ชัดว่า นี่คือวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำคนที่จะนำประเทศได้ต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้าง ครอบคลุม ถึงทุกส่วน ในการกำหนดแนวนโยบายในการบริหารประเทศให้สมดุลกันระหว่างคน สิ่งแวดล้อมนะครับ ผู้นำที่ดีจะหันมองแต่ทางซ้ายอย่างเดียวไม่ได้เพราะเขาไม่เห็นคนทางขวา ในขณะเดียวกัน จะหันมองแค่ด้านขวาอย่างเดียวไม่ได้เพราะด้านซ้ายจะไม่เห็นเลยว่าต้องการอะไร จะเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะมีคนที่ตามหลังมา ตามหลังมาไม่ทัน จะมัวแต่รออยู่ข้างหลัง ก็ไม่ทันกับโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วครับ ผู้นำที่ดีต้องขึ้นไปอยู่ให้สูงแล้วมองลงมา ให้กว้าง โหนอย่างเดียวไม่พอครับ โหนสูงแค่ไหนก็อยู่ได้แค่ยอดไม้เป็นลิงที่หลอกประชาชน ไปวัน ๆ ครับ ทำไมผมถึงต้องพูดว่าวิสัยทัศน์ของผู้นำเป็นเรื่องสำคัญในการแก้ไขปัญหา ช้างป่า เบื้องต้นเมื่อสักครู่ผมได้พูดโยงไปแล้วนะครับว่าปัญหาช้างป่านี่มีมาหลายปี แต่ที่มันมีมาหลายปีเพราะเนื่องจากว่าเราไปนับรวมกับพื้นที่ที่อยู่ติดกับแนวเขตป่า เลยมีหลายปี แต่ ณ ปัจจุบันปัญหาช้างป่าไม่ได้มีเฉพาะกับชาวบ้านที่อยู่บริเวณแนวเขตป่า แต่มันลึกเข้ามาถึงในตัวเมือง มันลึกเข้ามาถึงเรือกสวนไร่นาของพี่น้องประชาชน ในช่วง ๕-๖ ปีที่ผ่านมา ส.ส. หลายท่านครับ ผมเข้าใจและรู้เป็นอย่างดีว่าทุกท่านลงพื้นที่ ทุกท่านเก็บข้อมูล ได้รับคำตอบที่เหมือนกันหมดว่าปัญหาช้างป่าที่เกิดขึ้นหนัก ๆ มันคือ ช่วง ๕-๖ ปีที่ผ่านมา ๕-๖ ปีที่ผ่านมาเราเกิดเหตุการณ์อะไรครับ เราเกิดเหตุการณ์อะไร มันคือเหตุการณ์รัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ นี่คือต้นเหตุ ต้นตอของปัญหา ทำให้เราได้ผู้นำที่ไม่มี วิสัยทัศน์ การรัฐประหารคือการแช่แข็งประเทศไทยในการพัฒนาในทุกด้าน เว้นอย่างเดียว ที่เอื้อให้ ที่สนับสนุนการรัฐประหาร นั่นก็คือการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มนายทุนครับ เรามองย้อนอดีตกลับไป เดี๋ยวจะหาว่าผมอภิปรายนอกประเด็น ผมอภิปรายอธิบาย ถึงการรัฐประหาร แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ผมพูดให้เห็น ผมจะพยายามพูดให้เห็นว่าย้อนอดีต ถัดไป ไม่ได้กล่าวโทษแค่เฉพาะรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารและสืบทอดมาถึงวันนี้ มองย้อนกลับไปครับ มองย้อนกลับไปก่อนที่จะมีการรัฐประหารในทุก ๆ ครั้งเราก็มีรัฐบาล จากการเลือกตั้งนี่ละครับ แต่ความสำคัญอยู่ที่ผู้นำครับ เราจะเห็นได้จากว่าโครงการก็ดี การพัฒนาต่าง ๆ แนวนโยบาย แม้กระทั่งงบประมาณที่จัดสรรไปก็ดี ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันส่วนใหญ่ไปลงที่ไหนครับ เราไปสนับสนุนในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม ชาวบ้านตาดำ ๆ งบประมาณเคยส่งไปถึงไหมครับ นี่ละครับ นี่คือความผิดพลาดของผู้นำ ความผิดพลาดของวิสัยทัศน์ แน่นอนว่ารู้ปัญหาแล้วเราแก้ไข ปัญหา แก้ไขได้ครับ ไม่โทษกัน แก้ไขได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตให้กับ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ นอกจากจะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่า กับคนแล้ว ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศที่สอดรับสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมด้วย
สรุปสุดท้ายครับท่านประธาน คำถามที่ผมอยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ก็คือท่านอยากแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือเฉพาะแต่ปลายเหตุเท่านั้น คณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ว่ากันให้ชัดเลยนะครับว่าท่านอยากจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุหรือเฉพาะ แต่ปลายเหตุ แต่การแก้ไขปัญหาทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ ถ้าเราไม่แก้ไข เรื่องค่าชดเชยความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน เพราะนี่คือประตูบานแรกที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่า ผมนำกุญแจดอกนี้มาให้ ครับท่านประธาน เป็นกุญแจที่จะไขปัญหา เป็นกุญแจที่จะไขประตูบานแรกในการแก้ไข ปัญหาเรื่องช้างป่า นั่นคือค่าเยียวยาและชดเชยความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ท่านนำกุญแจดอกนี้ไปเลยครับ แล้วเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เรื่องค่าเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์ของตัวเองที่เกิดจากปัญหาช้างป่า หลังจากนั้นครับ เปิดประตูบานแรกด้วยกุญแจดอกนี้ แล้วว่ากันไปถึงการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอของปัญหา ลงลึกให้ถึงรายละเอียด แล้วเราเจอกัน ในชั้นคณะกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ