เพชรชมพู กิจบูรณะ หารือปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับชุมชนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งการออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ทำลายพืชผลและก่ออันตรายต่อชีวิตประชาชน พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ โดยเน้นความปลอดภัยของทั้งชุมชนและสัตว์ป่า รวมถึงการทบทวนมาตรการเดิมที่ยังไม่ได้ผลชัดเจนเพื่อให้เกิดทางออกที่ยั่งยืนและตอบสนองความคาดหวังของประชาชนที่ได้รับผลกระทบมานาน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อให้เป็นไปตามสิ่งที่ท่านประธานกรุณาแนะนำ และเพื่อให้ เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ในการนำเสนอญัตติ ดิฉันขออนุญาตอ่านญัตติและจะนำเสนอ เหตุผลแล้วรายละเอียดในลำดับต่อไปค่ะ วันนี้ดิฉันขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหากรณีช้างป่า ออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้าทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของประชาชน และทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิตค่ะ
ด้วยมีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรม ทำลายพืชผลทางการเกษตร และทำลายทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ทำร้าย ประชาชนได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในหลายพื้นที่ ที่ติดกับพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า มานานมากกว่า ๑๕ ปี เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นลำดับทุกปี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ต้องดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ ด้วยความหวาดวิตก ไม่มีหลักประกันความปลอดภัย ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ามาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ได้ผล จำเป็นต้องหาทางแก้ไข อย่างเร่งด่วนค่ะ จากสถิติตัวเลขของคณะทำงานพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่เกิดจากช้างป่า พบว่าในปี ๒๕๖๒ มีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า รวม ๖ ครั้ง ทำลายทรัพย์สินและพืชผล ทางการเกษตร ทำร้ายเกษตรกรขณะออกไปกรีดยางและชาวบ้านที่ออกไปทำมาหากิน ถึงแก่ความตาย รวม ๒ ราย ในปี ๒๕๖๓ ช้างป่าออกจากเขตอนุรักษ์ รวม ๒๒ ครั้ง ทำลาย พืชผลการเกษตรและทรัพย์สินของประชาชน รวมตลอดถึงทำร้ายเกษตรกรเสียชีวิต จำนวน ๔ ราย และพระภิกษุขณะออกบิณฑบาต จำนวน ๑ รูปจากสถิติตัวเลขเปรียบเทียบ ปี ๒๕๖๒ กับปี ๒๕๖๓ จะเห็นได้ว่าช้างป่าออกจากเขตอนุรักษ์เพิ่มมากขึ้นอย่างน่าวิตก เป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือในปี ๒๕๖๒ มีช้างป่าออกเขตอนุรักษ์ จำนวน ๖ ครั้ง ทำร้ายเกษตรกร และประชาชนถึงแก่ชีวิต ๒ ราย ส่วนปี ๒๕๖๓ ช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์ จำนวน ๒๒ ครั้ง ทำร้ายเกษตรกรเสียชีวิต ๔ ราย และพระภิกษุอีก ๑ รูป คิดจำนวนครั้งที่ช้างป่าออกนอก เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าในปี ๒๕๖๓ มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๒ คิดเป็นร้อยละ ๒๖๖ และจำนวนตัวเลขที่ประชาชนถูกช้างป่าทำร้ายถึงแก่ชีวิตในปี ๒๕๖๓ ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากปี ๒๕๖๒ คิดเป็นร้อยละ ๑๕๐ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นล่าสุดก่อนที่ดิฉันจะได้ยื่นญัตตินี้ ต่อสภาเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์พาดหัวข่าวหน้า ๑ ว่าช้างป่า บ่อทองคลั่ง ตื้บคนตายศพที่ ๓ ในรอบ ๒๐ วันขณะกรีดยาง เหตุเกิดเช้าวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ หมู่ ๗ ตำบลธาตุทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อเกิดเหตุการณ์ ที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเช่นนี้ การนิ่งเฉยไม่ให้ความสนใจ ที่จะแก้ปัญหากรณีช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ย่อมสร้างความเสียหาย ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกปีค่ะ ในขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของตนเองถึงขั้นทำอันตรายต่อชีวิตช้างป่าที่ออกมานอกเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่าได้ รายละเอียดช้างป่าที่ออกนอกเขตอนุรักษ์มาสร้างความเสียหายให้กับ ทรัพย์สินและพืชผลของเกษตรกร ทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิต ดังปรากฏตาม ข่าวหนังสือพิมพ์และตามรายงานของคณะทำงานพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับประโยชน์สำคัญของประเทศ ประชาชนให้ความสนใจ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความมั่นคงของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหากรณี ช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเข้ามาทำลายทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร ของประชาชน และทำร้ายประชาชนถึงแก่ชีวิต ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภา ต่อไปค่ะ
ท่านประธานที่เคารพคะ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างและคนนับวัน จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จากสภาพสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยของช้างป่าที่มีความเสื่อมโทรม แหล่งอาหารที่ลดลง และประชากรช้างที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ทำให้ช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์ พันธุ์สัตว์ป่าเข้ามาในพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนทำการเกษตรที่อยู่ในชายขอบของป่าเพิ่มมากขึ้น แนวทางการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการขุดคูกันช้าง มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ต้องใช้ อาสาสมัคร ประชาชนและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันต้อนช้างกลับเข้าเขตอนุรักษ์พันธุ์ หรือแม้แต่ การให้ความรู้ประชาชนถึงพฤติกรรมของช้างป่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ค่อนข้างจะปลายเหตุ ถ้าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวางแผน การวางแผน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานจริง ๆ ที่จะสามารถหาทางบูรณาการ หาทางออกของปัญหา หาการเยียวยา ที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดิฉันดีใจที่ได้เห็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีการจัดทำแผนการจัดการช้างป่า พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๑ หรือที่เราเรียกกันว่า แผน ๒๐ ปีค่ะ แล้วก็จะมีการจัดการช้างป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๗๐ อีก โดยมีเป้าหมายในการขจัดปัญหาระหว่างคนและช้างป่า แล้วก็จะทำ ให้คนและช้างป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อผ่านมา ๔ ปีแล้วเราก็ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าแผนทั้ง ๒ ฉบับนี้ สามารถนำมาบังคับใช้ได้จริงมากน้อยเพียงใด ใช้ได้ประโยชน์อย่างไร และที่สำคัญที่สุดเพราะเหตุใดสถิติของช้างป่าที่ออกมาสร้าง ความเสียหายให้พี่น้องประชาชนกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีค่ะ
ท่านประธานคะ สุดท้ายนี้ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้เพื่อมาร่วมกันหาทางออกร่วมกัน ลดความขัดแย้งระหว่างช้างและคนให้เกิดความปลอดภัยกับทั้ง ๒ ฝ่าย สำหรับพี่น้อง ประชาชนบางกลุ่มที่เฝ้าดูอยู่ทุกวันนี้นะคะ เขาประสบปัญหานี้ทุกวันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เขาก็มีความคาดหวังรอคอยที่จะให้ผู้แทนของประชาชนมาแก้ปัญหานี้ให้เขา ก็หวังว่าเขาจะ ไม่ต้องรอไปนานมากกว่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ