นิกร จำนง แสดงความเห็นสนับสนุนร่างแผนการปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุง โดยยกเหตุผลว่ามีกรรมการครบถ้วนและมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและส.ส. อย่างเป็นรูปธรรม ต่างจากรุ่นก่อน พร้อมเสนอให้ทบทวนแผนปฏิรูปประเทศภายใต้ภาวะวิกฤติโควิด-19 โดยเน้นการกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ระยะเวลา และแหล่งงบประมาณอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแผนปฏิรูปการเมืองเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านประชาธิปไตย และเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสถาบันพระปกเกล้า สำนักนายกรัฐมนตรี ปยส. และ กกต. ทำหน้าที่อย่างชัดเจนตามเป้าหมายที่กำหนด แม้จะเห็นชอบกับหลักการแต่ก็ตั้งข้อกังวลถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด และเรียกร้องให้ติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมเสนอให้ปรับความถี่ในการรายงานจากทุก 3 เดือนเป็น 6 เดือนหรือปีละหนึ่งครั้งเพื่อลดภาระ และตั้งคำถามถึงความคาดหวังของประชาชนเมื่อแผนปฏิรูปดำเนินไปในช่วงเวลาที่เหลือเพียงไม่ถึงสองปี ก่อนแสดงจุดยืนสนับสนุนการปฏิรูปประเทศโดยรวม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมจะ ขออภิปรายนะครับ ผมเห็นด้วยกับการทำ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นี้นะครับ ผมเรียนท่านประธานว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยนะครับในระดับหนึ่ง ระดับหนึ่งความหมายผมไม่ใช่ว่าระดับหนึ่ง เป็นระดับที่ ๑ นะครับ เพราะว่าตั้งแต่ ออกกฎหมายนี้มาช่วงนั้นผมอยู่ สปท. ผมไม่เห็นด้วยมาตลอดทาง ว่าจะมีปัญหา ว่าจะปฏิรูป ไม่ได้ พอเป็นรัฐธรรมนูญแล้วผมก็ไม่เห็นด้วยกับการ ๓ เดือนต้องรายงานอีกนะครับ กับการแยกส่วนอย่างนี้ พอเข้ามาพอรายงานตั้งแต่ฉบับแรก ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย ตั้งแต่ฉบับแรก เพราะผมรู้ปัญหาว่ามีปัญหาในเรื่องกรรมการ มีปัญหาเรื่องการจัดทำ ฉบับนี้ผมให้ความเห็นว่าผมเห็นด้วยในระดับหนึ่ง เพราะอะไรครับท่านประธานครับ ฉบับนี้ ที่มาขณะนี้เดิมบางครั้งเรามีกรรมการปฏิรูปแค่ ๒ คนมาเป็นหลายเดือนมากจะทำอะไรได้ ขณะนี้ถูกยกร่างขึ้นมาในขณะที่เรามีกรรมการครบถ้วน บวกเพิ่มเข้ามาจาก ๑๑ บวก ๒ เป็น ๑๓ เสียด้วยซ้ำ ฉบับนี้นะครับ ท่านประธานครับ มีการรับฟังความเห็นตามสมควร ก็คือไปฟังความเห็นประชาชน ฉบับแรกที่ทำนี่ไม่ฟังความเห็นใครเลย เป็นการทำมาเสร็จแล้ว แล้วก็เอามาเข้าขั้นตอนของ สนช. เท่านั้นเอง นอกจากนั้นฉบับนี้ยังมีการรับฟังความเห็น จาก ส.ส. คือเอามาเข้าสภาหลายครั้ง สภาเราเองก็ให้ความเห็นไปในหลายมิติ ดังนั้น ความเห็นตรงนี้ท่านเอาไปปรับปรุงตามสมควร คือฟังความเห็นตามสมควร
อันที่ ๒ ประเด็นต่อมาก็คือมีการปรับปรุงสถานะท่ามกลางความเบี่ยงเบน ที่ยิ่งใหญ่ การทำแผนปฏิรูปหรือแผนงานท่านประธานครับ เรามีปัญหากับความเปลี่ยนแปลง ของโลก ผมเคยเตือนไว้หลายครั้งในการทำแผนว่าเราเป็นประเทศเล็ก เราควบคุม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ดังนั้นการกำหนดแผนไว้ยาวเกินไปเหมือนแผน ๒๐ ปี ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่ามันมีความเปลี่ยนแปลง และขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงคือเกิดโควิด (COVID) ที่เป็นปัญหาทั้งโลกประเทศใหญ่ ๆ ยังรับมือไม่อยู่ ดังนั้นแผนของเรานี่เราไปเขียนไว้ก่อน โควิด (COVID) แต่ขณะนี้ตอนที่เราปรับปรุงแผนนี่มีโควิด (COVID) แล้ว เรารับทราบแล้ว เราปรับแผนไปตามโควิด (COVID) สาธารณสุขเราก็มีการปรับปรุง ดังนั้น มันเป็นการเขียนในสภาวะที่มีความเปลี่ยนแปลง เบี่ยงเบนอันยิ่งใหญ่ของโลก ดังนั้นเรา ถือว่าเราอยู่ในระดับหนึ่ง เรารู้ว่าประเทศเราขนาดไหนจะทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ เรามีงบประมาณแค่ไหน ถือว่าสถานการณ์ที่ทำแผนนี่ดีนะครับ ต่อจากนั้นในการปรับปรุง มีการปรับปรุงตัวชี้วัด ท่านประธานครับ ครั้งที่แล้วไม่มีอะไรเลย แต่คราวนี้มีการกำหนด ทุกแผนมีเป้าหมาย มีตัวชี้วัดชัดเจน และในตัวชี้วัดอันนั้นมีกำหนดเสร็จ ท่านประธานครับ ในแผนนี้ ในการปรับปรุงครั้งนี้นะครับ ระยะเวลา หน่วยงานว่าใครรับผิดชอบ ระยะเวลา ในการดำเนินการกำหนดชัด ระยะการขยายผลซึ่งตรงนี้ยังเป็นประเด็น เพราะว่าอายุ ของท่านถึงเดือนเมษายนของปีหน้าเท่านั้นเอง ขยายผลนี่มันเป็นอนาคตนะครับ งบประมาณ กำหนดชัดและแหล่งที่มาว่างบประมาณเอาจากไหน จากงบประมาณหรือเอาจากไหน ในฉบับเดิมที่ทำมาตรงนี้หลวมมาก ไม่ได้กำหนดเสียด้วยซ้ำนะครับ แล้วก็นอกจากนั้น มีการกำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินการไว้ ผมเรียกว่าฉบับนี้ไม่ใช่เป็นการปรับปรุง ที่ท่านทำ เป็นการปฏิรูปประเทศผมเลยเห็นด้วยในระดับหนึ่ง ผมมีตัวอย่าง ยกตัวอย่าง ลึกลงไปว่าความเห็นที่ผมเสนอไว้มีอย่างไรบ้าง เราดูการปฏิรูปการเมืองก็แล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ การปฏิรูปการเมืองมีเป้าหมายอยู่ก็คือการส่งเสริมให้ประชาชน มีการกำหนดเป้าหมายตามเดิมนะครับ มีการส่งเสริมความรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป้าหมายที่ ๑
เป้าหมายที่ ๒ ประชากรมีส่วนร่วมทางการเมือง ตรงนี้ท่านกำหนดว่า ให้สถาบันพระปกเกล้าเป็นคนทำ เดิมนี่ไม่กำหนด ตรงนี้กำหนดสถาบันพระปกเกล้า และมีตัวชี้วัดทั้งหมด ก็คือตัวชี้วัดนี่วัดเป็นสภาพประชาธิปไตยของประเทศหรือดีโมเครซี อินเดกซ์ (Democracy Index) ท่านทำไว้เกินไม่เยอะนะครับ เป็นจุดเท่านั้นเอง ก็สามารถ จะฟังได้ว่ามีความเป็นไปได้ เป้าหมายที่ ๒ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเรื่องนโยบาย สาธารณะ ท่านกำหนดว่าหน่วยงานรับผิดชอบนี่ให้สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ ชัดเจนแล้ว เพราะสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนควบคุมเรื่องนโยบายของรัฐ ดังนั้นให้หน่วยนี้ เป็นผู้รับผิดชอบก็ใช้คนถูกคนแล้ว ถูกตัวแล้ว
เป้าหมายที่ ๓ การเมืองมีเสถียรภาพ ความมั่นคง ตลอดจนเกิดความปรองดอง สมานฉันท์ ท่านใช้ ปยส. ซึ่งไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไรนักนะครับ ปยส. คือสำนักงาน การขับเคลื่อนประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการปรองดอง ใช้ตรงนี้เป็นผู้รับผิดชอบ
เป้าหมายที่ ๔ พรรคการเมืองและนักการเมือง เป้าหมายก็คือยึดมั่น ในประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก ท่านกำหนดให้ กกต. ถูกแล้วเพราะ กกต. เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง
ผมมีตัวอย่างลึกลงไปอีกท่านประธานครับ เรามาดูเรื่องแผนการปฏิรูปแรก จะได้เห็นชัดว่าที่ท่านเขียนมานี่เป็นอย่างไร มีการปฏิรูปแผนที่ ๑ การส่งเสริมความรู้ ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป้าหมายนี่ ให้ประชาชนมีความรู้ทางการเมือง ตัวชี้วัดก็คือคะแนนการเคารพสิทธิ หน้าที่ของประชาชน ในความเป็นประชาธิปไตยนี่คือตัววัด ตัววัดที่ ๒ คือคะแนนความยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ด้านที่ ๓ คือคะแนนด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน และด้านที่ ๔ คือคะแนน ด้านการสนับสนุนประชาธิปไตยนี่คือตัววัดของท่าน ผู้รับผิดชอบคือสถาบันพระปกเกล้า ที่สังกัดรัฐสภาแห่งนี้ถูกตัวแล้ว เพราะว่านี่เป็นการให้ความรู้ต้องใช้สถาบันความรู้ คือสถาบันพระปกเกล้า ระยะเวลาให้เสร็จสิ้นภายในปี ๒๕๖๕ ภายในสิ้นปีนี้อาจจะมีปัญหา ได้เพราะว่าท่านมีอายุถึงวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ เท่านั้นแต่ก็ขยับไปได้ ขั้นตอนนี่นะครับ ใช้วิธีอะไร ช่องทางผ่านสื่อ ทางสื่อมวลชน ใช้ชุดความรู้ทางด้านการเมือง แล้วก็ มีการบูรณาการกับหน่วยงาน ให้หน่วยงานเหล่านั้นไม่ว่ากระทรวงมหาดไทยก็ตาม ให้เอาส่วนนี้ไปขยาย ถือว่าเป็นการถูกต้องแล้ว
และสุดท้ายท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่าเห็นด้วยกับแผนปฏิรูปในระดับหนึ่ง ตามที่ว่า ผมเป็นระดับหนึ่งเพราะเห็นด้วยในเป้าหมายว่าเป้าหมายท่านชัดมีเป้าหมาย แต่ว่าการปฏิบัตินี่ผมยังมีปัญหา แล้วก็ขออนุญาตท่านประธานฝากประเด็นที่ยังต้องติดตามดู เรื่องการปฏิบัติ เพราะว่าด้านที่ ๑ ท่านเหลือเวลาอีก ๑ ปี ถ้าตามนี้นะครับ ตามรัฐธรรมนูญ กับ ๓ เดือนเท่านั้นเองในอายุตรงนี้ เพราะฉะนั้นท่านจะทำอย่างไรกับตรงนี้
อันต่อมาก็คือว่าท่านยังมีปัญหาอยู่ในการรายงานทุก ๓ เดือน ท่านยังไม่แก้ ตรงนี้ เราเสนอความเห็นไปเห็นด้วยมาจากทำเนียบรัฐบาลแล้วว่าควรจะมีการแก้ไข เป็น ๖ เดือนหรือ ๑ ปี ดังนั้น ๒ ส่วนนี้คือชาเลนจ์ (Challenge) ของท่านก็คือว่า ท่านต้องรายงานทุก ๓ เดือนมันจะกร่อนความคาดหวังของประชาชน เพราะว่าทำงาน ไม่ได้หรอกทุก ๓ เดือนท่านจะทำอย่างไร อันที่ ๒ ก็คือท่านมีอายุเหลืออยู่ ๑ ปีกับ ๓ เดือน เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามผมขอสนับสนุนการปฏิรูปประเทศคราวนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ