ทองแดง เบ็ญจะปัก หารือร่างแผนการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นปัญหาในจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ว่าราชการจังหวัดที่ป่วย และเรียกร้องการปฏิรูปกระบวนการสอบสวนคดีเงินทอนวัด โดยย้ำให้วินัยสงฆ์มีบทบาทก่อนดำเนินคดี เพื่อคุ้มครองสิทธิพระสงฆ์ 300,000 รูปในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย อีกทั้งผลักดันให้พระสงฆ์ได้รับการยอมรับเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของชาติ พร้อมเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษา ศาสนา การดูแลสุขภาพ และการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม รวมถึงเสนอให้ผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีความรู้ในพระพุทธศาสนาในระดับนักธรรมเอกขึ้นไป เพื่อความเหมาะสมในการบริหารงานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ เมืองสมุทรสาคร พรรคก้าวไกล ขอร่วมอภิปรายเรื่อง (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ทีนี้จะพูดถึง เรื่องที่เกี่ยวกับตัวจังหวัดสมุทรสาครสักนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน เพราะว่าตอนนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังป่วยอยู่โรงพยาบาลต้องส่งใจให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ให้หายเร็ว ๆ จากสภาผู้แทนราษฎรนะครับ
เรื่องที่ผมจะพูดถึงเรื่องตรงนี้ก็คือทางด้านการปฏิรูป ผมอยากจะเห็น การปฏิรูปทางด้านกฎหมาย ทางด้านกฎหมายนี้ตามที่ติดตามมาแล้วก็ดูมานั้น ความยุติธรรมที่เกิดขึ้นในเรื่องที่เกิดขึ้นที่สนใจอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องเงินทอนวัด ความยุติธรรม ที่เกิดขึ้นในเรื่องกรณีพระสมเด็จ ๔-๕ รูปที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากทางกฎหมายบ้านเมือง เวลาจะทำอะไรก็แล้วแต่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาตัดสินปุ๊บส่งเข้าแล้วก็จับสึกเลย จะไม่มีการสอบสวนทางวินัยของพระ จะไม่มีการสอบสวนถึงเหตุเกิดขึ้นทางพระเสียก่อน นี่คือการก้าวล่วงในการที่จะเข้าไปควบคุมดูแลทางพุทธจักรมากเกินไปในด้านกฎหมายนะครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่าจริง ๆ แล้วเหตุที่เกิดขึ้นกับทางวัดถึงบอกว่าความยุติธรรม ที่จะเกิดขึ้นทั้งหลายทั้งปวงนี้ถ้าความเป็นธรรมไม่มีความสามัคคีก็จะไม่เกิด ชาวพุทธของเรานี่ คือทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศผมก็อ่านมาตลอดเวลาแล้วแต่ละเล่ม ๆ อ่านมา ผมไม่เคยเห็น พูดถึงวัด ไม่เคยพูดถึงพระอีก ๓๐๐,๐๐๐ รูป ไม่ใช่คนในประเทศไทยหรือ หรือไม่ใช่ชุมชน ในประเทศไทย หรือทำให้ตกหล่น คนพิการยังมีโอกาส คนต่างประเทศยังมีโอกาส ยังได้รับ แต่นี่เป็นคนไทย เป็นชาวพุทธตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ รูป พระที่รออยู่ ไม่ว่าจากการศึกษา เราจะบอกว่าการศึกษาโน่นนี่นั่น ผมถึงบอกว่าความยุติธรรมน่ะ จริง ๆ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งหมดต้องสอบสวนทางวินัยก่อน พระพุทธเจ้าบอกไว้แล้วว่าเหตุอะไรเกิดขึ้นเราจะตัดสิน อะไรก็แล้วแต่ทางพระต้องตัดสินเสียก่อน อธิกรณ์เกิดขึ้น วิวาทาธิกรณ์หรืออธิวาทาธิกรณ์ อะไรที่เกิดขึ้นทางวัดต้องให้วัดเป็นคนจัดการเสียก่อนแล้วทางกฎหมายบ้านเมืองค่อยรับ อีกทีหนึ่งอย่างนี้ถึงจะเป็นธรรม แต่ตอนนี้มันไม่มีความเป็นธรรมทางวัดนะครับ
แล้วก็อีกด้านหนึ่งก็คือการออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕ แล้วก็ติดตามมาด้วย พุทธศักราช ๒๕๓๕ ตรงนี้ก็เช่นเดียวกันให้สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ สมัยก่อนนั้นเราอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ อยู่กรมการศาสนา แต่เมื่อเราแยก ออกมาแล้วมาเป็นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขอเรียนไปยังท่านประธาน และผ่านไปที่คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา หรือปฏิรูปความยุติธรรม หรือปฏิรูปทรัพยากร บุคคล เราก็อยากจะให้มองเห็นพระที่อยู่ในประเทศเป็นทรัพยากรบุคคลของประเทศเรา แล้วสามารถที่จะให้ความรู้ให้ความเข้าใจในหลักบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ และไม่ใช่ประโยชน์ในประเทศเราได้ แต่เราไม่เคยครับที่จะพูดถึง ไม่ว่าจะปฏิรูปในสมัยไหน ก็แล้วแต่ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นปัจจุบันนี้ผมอ่านดูแล้วก็ไม่มีการปฏิรูป การปฏิรูปทางวัด การปฏิรูปทางศาสนาอย่างนี้ไม่มีเลย แต่เราบอกว่าเราเป็นชาวพุทธ แต่เราบอกว่าเราเป็น เด็กวัด แต่เราบอกว่าเรามาจากวัด เราโตมาจากวัดอะไรพวกนี้ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทางวัดเลย ตรงนี้จึงฝากท่านประธานไปนะครับ แล้วก็ถ้ามีรายงานต่อไปถ้าเกิดมีตัวนี้เข้ามาผมก็จะเรียนถามอีกว่าวัดมีความสำคัญไหม เกี่ยวกับการศึกษาสมัยก่อนนี่เราไล่ตั้งแต่สมัยอยุธยาลงมา หรือตั้งแต่สมัยที่เราเป็นประเทศไทย เรามาวัดเป็นที่สำคัญนะครับ ให้การศึกษา ให้การอบรม เราตัดตรงนี้ออกไป สังคมเรา ถึงมีแต่ความ เห็นไหมดอกเตอร์เอย ใครเอย ผูกคอตายบ้าง ฆ่าตัวตายอย่างนี้ครับ เป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะว่าเราต้องเติมศีลธรรม แล้วก็ให้การศึกษา แล้วก็มอบให้พระ มีหน้าที่ในการทำงาน อย่างจังหวัดสมุทรสาครตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขนั้น มีความสำคัญนะครับ งบประมาณแล้วก็บุคลากรนั้นผมก็พูดไปแล้วว่าต้องส่งลงไปช่วยนะ ครับ ชาวสมุทรสาครเคยทำงาน เคยส่งเงินเข้าส่วนกลางปีหนึ่ง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอเวลามีโรคเกิดขึ้นมาก็จะปิดจังหวัด ใน ๕ จังหวัด หรือในจังหวัดสมุทรสาคร จะวิ่งผ่านนั้นก็ไม่ให้ความสำคัญหรืออย่างไร เวลาแข็งแรงก็รับเงินค่าแรงไป เวลาเจ็บป่วย จะไม่ดูแลก็กระไรอยู่นะครับ ฝากไปด้วยนะครับ
แล้วก็เรื่องการปฏิรูปทรัพยากรบุคคลที่บอกเอาไว้ ผมจึงอยากจะเสนอ เข้าไปว่าในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้นคนที่จะไปเป็น ผอ. สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติทั่วประเทศอย่างน้อย ๆ ต้องได้นักธรรมเอกในทางพระพุทธศาสนา ถึงจะรู้วินัยของพระ ถึงจะรู้ข้อปฏิบัติของพระ เพราะฉะนั้นในบทการปฏิรูปประเทศนี้ ไม่ได้ใส่เอาไว้ผมเสียดายมากนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงจะฝากท่านประธานไว้ว่า ในทางพระพุทธศาสนานั้นได้บอกไว้ว่า ทิจะนังมินัง จะมะนังอนิจจตัง ทิจะตังมิตัง จะมะตัง อะทิจะนัง เอาคนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแต่ละสิ่งแต่ละอย่างเอาไปตั้งไปยืนอยู่ในที่นั้นมันก็จะ ทำให้มีปัญหาตลอดไป ประเทศชาติเราจะพัฒนาไปอย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธาน ฝากไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ