นพดล แก้วสุพัฒน์ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายและระบบการบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขอพูดถึงเรื่องของ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ฉบับนี้นะครับ คิดว่าการปฏิรูปที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงและเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และประโยชน์ต่อชาติในภาพรวมที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ผมอยากจะพูดถึงด้านต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการแล้วก็มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องของการที่จะใช้บุคลากร เป็นผู้ขับเคลื่อนในด้านการบริการกับประชาชนให้เกิดประโยชน์นะครับ ผมมองว่า ถ้าเราจะต้องตามในเรื่องของการที่จะให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ก็คงจะดูว่าในแผน ที่สภาพัฒน์ได้ทำแผนยุทธศาสตร์ และกำหนดระยะเวลาที่จะเพิ่มเติมตรงนี้คือปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ระยะเวลา ๒ ปี และจะให้ รวดเร็วนะครับ ก็อยากจะมองว่าระบบที่จะทำให้สอดคล้องแล้วก็เกิดประโยชน์ในระบบ การบริหารราชการ ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น แล้วก็ มีภารกิจที่ทำงานซ้ำซ้อนกันอยู่จำนวนมาก มีทั้งระบบการบริหารงบประมาณที่ลงในพื้นที่ เดียวกันที่ซ้ำซ้อนมีโครงการที่ทำแผนบูรณาการต่างๆ แล้วก็ยังมีบุคลากรที่อาจจะ ทำงานซ้ำกันทั้งในระดับพื้นที่ที่เป็นของท้องถิ่นและในระดับภูมิภาคที่ขึ้นสังกัดอยู่กับ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ พวกนี้ ก็จะอยากมองว่าการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นในเรื่องเดียวกัน ยังไม่ชัดเจน และยังไม่เห็นที่บอกว่าจะมีระบบรัฐบาลดิจิทัล (Digital) ที่สามารถกด แล้วลิงก์ (Link) ให้ประชาชนได้ตรวจสอบได้ว่ามีจำนวนหรือบุคลากรจำนวนเท่าไร หรือมีโครงการที่จะไปถึงมือพี่น้องประชาชนที่จะแก้ไขได้อย่างไร การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการบวกกับส่วนราชการยังไม่ชัดเจน และส่วนท้องถิ่นกับท้องถิ่นเอง ก็ยังมีกฎหมายที่ยังไม่เชื่อมโยงกันระหว่างองค์กร ยังมีรัฐวิสาหกิจกับองค์กรอิสระ ที่น่าจะทำงานในเรื่องเดียวกันในพื้นที่ก็ยังมีกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนที่จะให้เชื่อมโยงฐานข้อมูล ซึ่งผมมองว่าตรงนี้เมื่อมีทั้งภารกิจคืองาน มีทั้งงบประมาณคือเงิน และบุคลากรที่ซ้ำซ้อนกัน ถ้าทำร่วมกันจะเกิดประโยชน์ก็จะต้องปรับปรุงกฎหมายให้ชัดเจน มิใช่ว่าผลสัมฤทธิ์ที่ออกมา เป็นจำนวนมากกว่าเนื้องาน และจำนวนที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวชี้วัด อย่างเช่นว่าโครงการนี้ มีผลสัมฤทธิ์กี่โครงนะครับ แต่ไม่ได้ทั่วถึงทั้งประเทศ ทั่วถึงทุกพื้นที่ เช่น ทำงานได้กี่จังหวัด จังหวัดทั้งประเทศไทยทำไมไม่ทำให้พร้อมกันทั้งหมด อีกอย่างหนึ่งเรื่องการปรับขนาด ระบบราชการภาครัฐให้กะทัดรัดและเล็กลง ซึ่งผมคิดว่าเรามีความซ้ำซ้อนตรงนี้ ถ้าทำงาน แล้วก็มีระบบเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นนะครับ ผมคิดว่าจะเป็นการประหยัด งบประมาณที่ทางสภาได้ผ่านให้ อย่างเช่นปีที่แล้วที่ผ่านให้ ๓.๒ ล้านล้านบาท ผมคิดว่า จะตามกันอย่างไรว่าไปอยู่ตรงไหน อย่างไร แล้วซ้ำซ้อนกับใคร ระบบตรงนี้จะเชื่อมโยง ข้อมูลกันได้อย่างไร ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเรื่องของการที่ไม่เชื่อมโยงข้อมูลหลายท่าน ก็ได้มีการพูดถึง อย่างเช่นกรณีเบี้ยผู้สูงอายุที่ซ้ำซ้อนกัน ไม่ว่าจะซ้ำซ้อนกับบำนาญพิเศษ ซ้ำซ้อนกับเงินที่เป็นของ อสม. เพราะผู้สูงอายุก็เป็นอยู่ด้วย ซ้ำซ้อนกับผู้พิการ ซ้ำซ้อน กับระบบที่ราชการต่าง ๆ ได้ตั้งขึ้น ไม่ว่าจะ อปพร. หรือเงินสวัสดิการช่วงโควิด (COVID) ฐานข้อมูลไม่เชื่อมกันก็ไม่รู้ว่าได้ซ้ำซ้อนกันหรือไม่นะครับ แสดงว่าฐานข้อมูลของเรานี่ ต่างคนต่างมี แล้วต่างกระทรวงก็ต่างมี อย่างเช่นสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ถ้าเป็นฐานข้อมูล ที่เชื่อมโยงกันได้หมดจะรู้เลยว่าจ่ายแล้วไม่ซ้ำซ้อน แล้วเกิดประโยชน์ ผมคิดว่าตรงนี้ ทางคณะปฏิรูปเองก็น่าจะปรับปรุงและเพิ่มเข้าไป ไม่จำกัดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาจำนวน ให้มาก ควรจะทำให้เต็มพื้นที่ แล้วบอกว่าปีนี้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ปีต่อไปจะทำให้ครบกี่เปอร์เซ็นต์ บอกให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าทำเป็นรายพื้นที่ได้กี่พื้นที่ ผมคิดว่าคนไทยทุกคนก็ควรที่จะได้รับผล ของการปฏิรูประบบบริหารพวกนี้และเกิดประโยชน์กับประชาชน เกิดประโยชน์ กับประเทศชาติ ผมมองว่าตรงนี้ถ้าเราทำระบบตรงนี้เพิ่มขึ้นไปครั้งหน้าถ้ามารายงาน ถ้าโครงการพวกนี้ยังทำอยู่ก็คงจะชี้ไม่ได้ แต่ว่าถ้าปรับปรุงไปแล้วเกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าน่าจะลองไปเปลี่ยนแปลง แล้วก็ไปปรับปรุงกฎหมาย ที่มีจำนวนมากให้มีอำนาจหน้าที่ที่สามารถที่จะทำงานร่วมกันได้นะครับ ก็จะเกิดประโยชน์ มากขึ้น ขอบคุณมากครับ