ขจิตร ชัยนคม แสดงความชื่นชมต่อความพยายามของคณะกรรมการจัดทำร่างแผนปฏิรูปประเทศ พร้อมเสนอความคิดเห็นสำคัญในหลายด้าน ทั้งการปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตโดยการเสริมบทบาทประชาชนผ่านการเปิดข้อมูลงบประมาณ การใช้อาสาสมัคร และการตั้งรางวัลส่งเสริมการมีส่วนร่วม รวมถึงการพัฒนาการเกษตรและระบบชลประทานสำหรับเกษตรกรรายย่อย พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อนโยบายป่าไม้ที่อาจกระทบสิทธิชุมชน และเน้นย้ำความสำคัญของกฎหมายการศึกษา โดยเฉพาะการเทียบโอนผลการเรียนและการเรียนรู้นอกระบบที่ควรคงไว้ในกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ดู (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) แล้ว ต้องขอขอบคุณที่ท่านพยายามที่จะปรับปรุงหรือสร้างความดีให้สมบูรณ์ บนสถานการณ์ในการทำงานของท่านตลอดระยะเวลาของการเขียนการปฏิรูป หรือความพยายามในการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมการทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมจะพูดอยู่ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก ที่การปฏิรูปก็คือเรื่องเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก ผมเป็นคนร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องของ ป.ป.ช. ว่าโดยย่อ แล้วผมก็เป็นคนเสนอให้กำหนดว่าการจะปราบปรามการทุจริตได้ต้องให้บุคคล ที่เสียประโยชน์เขามารักษาประโยชน์ของเขา บุคคลที่เสียประโยชน์ที่ผมพูดถึงคือประชาชน เพราะฉะนั้นท่านมีกิจกรรมมากมายนะครับ ในกิจกรรมการปฏิรูปที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ เริ่มจากหน้า ๒๗๖ ท่านจะส่งเสริมให้มีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านทุจริต ท่านจะพัฒนาการเข้าถึงข้อมูล การคุ้มครองผู้ร่วมมือกับการทุจริต ท่านจะพัฒนาระบบ ให้ยุติธรรม รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ แล้วสุดท้ายท่านจะพัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ ซึ่งอันนี้คือข้อเขียน ความเจตนา ความมุ่งมั่นของท่านซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่ดี แต่ผมมีข้อเสนอแนะในสถานการณ์ในกิจกรรมปฏิรูปการทุจริตก็คือว่า ผมอยากให้ท่านเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งท่านเขียนเป็นกิจกรรมแรก แล้วให้เขามีส่วนร่วมจริง ๆ มีงบประมาณที่ไหน ในชุมชนใดท่านประกาศเลยได้ไหมครับ ท่านติดประกาศ หรือท่านไปประกาศกับชาวบ้าน ใช้ระบบกลไกการปกครองที่มีอยู่ลงไป ประกาศเลย ในหมู่บ้านของเราขณะนี้มีงบประมาณจะสร้างโรงเรียนเท่านั้นเท่านี้บอกเงินไป มีการจะสร้างถนนผ่านหมู่บ้านท่านด้วยงบประมาณเท่านี้ ขอให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม อย่างไรให้แนะนำเขาหน่อยให้เข้าถึงข้อมูล ข้อมูลของท่านต้องลงไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน แล้วท่านต้องใช้อาสาสมัครประชาชน ซึ่งผมเสนอไว้ในกฎหมายขณะนี้ ป.ป.ช. ได้ตั้งแล้ว อาสาสมัครการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน แต่ว่าจำนวนนี่ผมคิดว่าไม่เพิ่ม ไม่เพิ่มมาก เท่าที่ควรจะเป็น ทำไมท่านไม่เอาตัวอย่าง อสม. เอาตัวอย่างของกระทรวงสาธารณสุข เขามีอาสาสมัครมากมายท่านขยายอาสาสมัคร แล้วในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ท่านตั้งรางวัลได้เลย มันจะเป็นกิจกรรมที่ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วก็จะประสบความสำเร็จ อันนี้คือเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะมีความเห็นร่วมก็คือเรื่องการพัฒนาการเกษตร ท่านบอกว่าการเกษตรท่านจะพัฒนาเกษตรให้พัฒนาแบบการสร้างมูลค่าเกษตรสมัยใหม่ เพิ่มมูลค่าสูงหรือทำสมาร์ตฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) อะไรต่าง ๆ ที่ท่านจะทำ แล้วพัฒนาระบบนิเวศเพื่อรองรับผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Start Up) ท่านเขียนไว้ ดีมากครับ แล้วท่านทำให้ประสบความสำเร็จด้วย เพราะว่าท่านเอาระยะเวลาไว้เพียง ๑ ปี ๑ ปีในปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ ท่านประธานครับ มีการเขียนไว้ในเรื่องการพัฒนาคน ดีมากครับ ท่านบอกว่าคนเป็นแกนนำสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติ อันนี้เรื่องจริง แล้วท่านก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ท่านประธานครับ การเกษตร ท่านบอกว่าประชาชนมีการเกษตรแบบดั้งเดิมผมก็เห็นด้วยครับ แล้วท่านมีการพัฒนา ระบบน้ำนอกชลประทาน ผมฝากท่านนะครับ ระบบน้ำนอกชลประทานต้องลงไปถึงเกษตร รายย่อย เสร็จแล้วมีระบบการขุดเจาะบาดาลน้ำใต้ดินเอาขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้ไปดูแลพี่น้องประชาชนให้มันครบ ๓ ล้านครัวเรือน ไม่ใช่มาพูดถึง ๑,๐๐๐ ครอบครัว อะไรต่าง ๆ มาแถลงเป็นผลงานไม่ใช่นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมมีอีก ๒ เรื่อง ที่สำคัญ ผมเป็นห่วงมาตรการในเรื่องกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะว่าท่านบอกว่าท่านจะเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ตามเป้าหมาย ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์อะไรนี่ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แต่ผมเขียนรายละเอียดของขั้นตอน ผมเป็นห่วงครับท่านประธาน หยุดยั้งและป้องกันการทำลายที่ป่าไม้ของรัฐทุกรูปแบบ ให้มีประสิทธิภาพ ใครไปทำลายป่าไม้ ใครไปบุกรุกป่าไม้ ถ้าในคำจำกัดความของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หรือกรมป่าไม้ หรืออะไรของกระทรวงนี้ คิดว่าประชาชนนั้นไปบุกรุก ที่ของรัฐ แต่ถ้าดูกฎหมายแล้วรัฐไปครอบงำที่เขา เพราะว่าการประกาศป่าไม้ ประกาศ อุทยาน ประกาศอะไรจะบอกมีกฎหมายมาตราหนึ่งเสมอว่า เขตอุทยาน เขตป่าไม้ เขตปฏิรูปจะไม่รวมที่ที่ประชาชนมีเอกสารสิทธิ เช่น ส.ค. ๑ แต่วันนี้คนที่มีเอกสิทธิไปอยู่ก่อน พิสูจน์ได้กลายเป็นผู้เดือดร้อน จนกระทั่งทุกวันนี้ผ่านมาประมาณเกือบ ๑๐๐ ปีมาแล้ว ๑. ท่านบอกจะหยุดยั้ง ๒. ท่านจะบอกว่าเพิ่มแล้วพัฒนาป่าอนุรักษ์ แล้วก็เพิ่มพื้นที่ในป่า ก็เป็นเรื่องของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งมองประชาชนในเรื่องบุกรุก ทั้งสิ้น ๓. ท่านบอกจัดระบบการแก้ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับครอบครองและการใช้ ประโยชน์ที่ป่าไม้ของรัฐทุกประเภทอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม อันนี้ผลก็คือกรมอุทยาน หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ยังมองประชาชนเป็นผู้บุกรุก เมื่อไร มองประชาชนเป็นผู้บุกรุกที่ดินแปลว่ามองไม่ถูก ประชาชนไม่ได้บุกรุกที่ดิน อันนี้ผมไม่มีเวลา ที่จะพูดมากนะครับ ก็ให้ความเป็นห่วงมากกับมาตรการนี้ว่าจะมีความขัดแย้งกับประชาชน มากขึ้น ๆ เพราะว่าไม่มีความเคารพประชาชน
สุดท้ายครับ สุดท้ายนี้ผมกลับมาพูดเรื่องการศึกษา ผมมองไม่เห็นการพัฒนา การศึกษาแล้วก็ไม่ได้เห็นว่าท่านได้ศึกษากฎหมายการศึกษา ท่านเขียนไว้บอกว่าท่านจะปรับปรุง กฎหมายการศึกษา แต่ว่าท่านไม่พูดรายละเอียด แต่ผมอยากจะฝากคณะกรรมการปฏิรูป เรื่องการศึกษาครับ ท่านไปดูพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๒ ทำมา ๒๒ ปีนี่ทันสมัยมาก มาตรา ๕ เขาบอกการศึกษามี ๓ รูปแบบ ในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย แล้วมาตรา ๑๕ วรรคสาม ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดหนึ่ง ให้ไปทำได้ไหมครับ เขาบอกว่าข้อความ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่างรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึกอาชีพหรือประสบการณ์ในการทำงาน ตัวนี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะส่งเสริม ระบบการศึกษาไทยให้หลากหลายตามกฎหมายเดิมซึ่งท่านอาจจะละเลยแล้ว เพราะท่าน มุ่งมั่นที่จะเขียนกฎหมายการศึกษาใหม่ ผมฝากท่านไว้นะครับ อันนี้เป็นความก้าวหน้ามาก ในทางการศึกษา ซึ่งเขาบอกให้บุคคล ครอบครัว สถาบันครอบครัว เอกชน จัดการศึกษาได้ หมด แต่ว่ารัฐ โรงเรียนในระบบไม่มีระบบการเทียบโอนจนกระทั่งวันนี้นะครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน การศึกษาตามอัธยาศัยผมกลัวว่ามันจะละลาย แล้วไม่มีในกฎหมายการศึกษาใหม่ครับ เพราะว่าท่านไม่ได้ทำให้มันมีประโยชน์ ท่านเอาไป แขวนไว้ ขณะนี้เอาไปห้อยไว้กับการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัยเขาเขียนไว้ ในกฎหมายว่าอย่างนี้ครับ ผมอ่านตรงนี้แล้วผมจบแล้ว เขาบอกว่า การศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในกฎหมายการศึกษาปัจจุบันนี้ เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ด้วยตัวเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ ผมถือว่านี่คือจะต้องสร้างขึ้น ในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการศึกษาอย่างขยายวงกว้าง ผมเกรงว่ากฎหมายการศึกษาใหม่ จะละเลยสิ่งเหล่านี้ก็เลยฝากไว้ในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ