เกียรติ สิทธีอมร อภิปรายร่างแผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป้าหมายและตัวชี้วัดยังไม่ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้าน พร้อมเสนอให้บรรจุเรื่องพลังงาน ส่วนต่างดอกเบี้ย และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ไข่ไก่ ลงในกลุ่มเป้าหมายใหญ่ เพราะสามารถแก้ไขได้เร็ว ไม่ต้องใช้งบประมาณ และส่งผลดีต่อประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้แก้ไขความไม่ชัดเจนในแผนปฏิรูป ทั้งด้านระยะเวลา งบประมาณ การปรับโครงสร้างภาษี และข้อมูลพลังงาน รวมถึงความไม่สอดคล้องกับแผนงบประมาณของรัฐ พร้อมเน้นย้ำให้ปรับวิธีคิดและวิธีการทำงานให้มีความชัดเจนในโครงการ เป้าหมาย และระยะเวลา เพื่อให้แผนปฏิรูปสามารถดำเนินการได้จริงและเชื่อถือได้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วมอภิปรายในเรื่อง (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) นะครับ ท่านเขียนไว้ ในเอกสารของท่าน ท่านปรับปรุง ๖ ประเด็น ทำไมถึงปรับปรุง เพราะมีการตั้งกรรมการ ไปเพิ่ม ทีนี้เสียดายนิดหนึ่งครับเหมือนท่านไม่ได้เอาข้อมูลที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ทั้ง ๗ ครั้ง ตอนที่มีรายงานต่อสภาไปประกอบในการปรับปรุงนะครับ ผมสนใจข้อเดียวในประเด็น ปรับปรุงของท่าน ๖ ข้อนะครับ ข้อเดียวนี่ก็คือว่าท่านบอกว่ากำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด ให้ชัดขึ้นและวัดผลได้ คำถามว่าพออ่านต่อไปในเอกสารนี้มันเป็นอย่างนั้นจริงไหม ตอบว่า จริงนะครับ แต่เพียงบางรายการเท่านั้นเอง ไม่ใช่ทุกรายการ และตัวที่สำคัญ ๆ ยังไม่ได้ มีการระบุไว้ในเอกสารปรับปรุงนะครับ เดิมท่านเคยใช้คำว่า ควิกวิน (Quick Win) ตอนนี้เปลี่ยนเป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) ก็โอเค (OK) จะเปลี่ยนผมไม่ว่านะครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) ท่านก็นิยามไว้ด้วยครับ ทุกหน่วยงานต้องทำนะครับ ส่งผลเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญด้วย ผมก็ทวงนะครับว่าพลังงานเรื่องใหญ่ ส่วนต่างดอกเบี้ยเรื่องใหญ่ เอาไปใส่ในบิ๊กร็อก (Big Rock) ได้ไหมครับ เพราะมันทำได้ง่ายไม่ต้องใช้งบนะครับ ไม่ต้องใช้งบประมาณด้วยนะครับ ทำได้ง่าย เห็นผลเร็วถ้าทำถูกต้อง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเมื่อสักครู่ไม่ได้ให้ไว้เพราะไม่ได้มีเวลามาก ผมถามท่านนิดเดียวครับ นี่ประชาชนบริโภคทุกวัน ไข่จากตลาด ๓.๒๐ บาท เดินไปนิดเดียว ร้านสะดวกซื้อ ๗ บาท ทำไมครับ ไข่ลักษณะเดียวกัน ฟองเดียวกัน ต้นทางที่เดียวกัน อย่างนี้ครับนี่บิ๊กร็อก (Big Rock) ครับ แก้ได้ทั้งประเทศได้ประโยชน์หมด ทำได้เร็ว ไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้องใช้งบประมาณ น่าจะอยู่ในวาระที่สำคัญของการปฏิรูปประเทศนะครับ
การปฏิรูปที่ผมคิดว่าต้องไปไล่ดูว่ามันตอบโจทย์จริงไหมและตอบความท้าทาย จริงไหม ผมจะไล่ดูแผนปฏิรูปเศรษฐกิจมีเป้าหมายมากขึ้น แต่ยังไม่บอกว่าทำอย่างไร ตรงนี้มันเป็นปัญหานิดหนึ่งครับ ที่ผมพูดอย่างนั้น เช่น ท่านบอกว่าภาคเกษตรการสร้าง เกษตรมูลค่าสูงและขอให้ขยายตัว ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ หน้า ๑๐๓ ท่านไม่บอกว่าในกี่ปีนะครับ เอกสารท่านเองนี่เวลาท่านบอกว่าให้มันโตกี่เปอร์เซ็นต์ท่านต้องบอกว่าภายในกี่ปีครับ ๑ เดือน ๑ ปี ๕ ปี ๑๐ ปี ไม่เขียนไว้นะครับ ตรงนี้งงครับ แต่ผมอนุมานว่าท่าน หมายความว่าต่อปี ถ้าบอกว่าต่อปีแล้ว แล้วท่านก็บอกด้วยเกษตรแปรรูป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ใน ๕ ปี แต่ไม่ได้เขียนว่าทำอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปทำวิธีไหน ไม่พูดถึงละครับ แล้วตอนนี้ปัญหาประเทศเราครับ ท่านประธานครับ ที่เข้ามาในกรรมาธิการ ที่เข้ามาในสภาเราเห็นได้ชัดว่าหน่วยงานราชการเองไม่ทราบว่าจะทำวิธีไหน ต้องทำโครงการ อะไร ต้องใช้งบประมาณเท่าไร ไม่ทราบนะครับ เพราะฉะนั้นผมกำลังจะบอกว่า ถึงท่านปรับปรุงเอกสารฉบับนี้ในการปฏิรูปประเทศไม่พอเลยครับ เพราะหน่วยงานไม่ทราบ จริง ๆ ว่าจะทำอย่างไรนะครับ ไม่มีการพูดถึงในหลายเรื่องที่จำเป็น เช่น ที่ผมยังโยงอยู่ เรื่องภาคเกษตรที่ท่านบอกจะเพิ่มมูลค่า ท่านไม่พูดถึงงบวิจัยครับ งบวิจัยเมล็ดพันธุ์ เอาอย่างไรครับ เดิมแผนปฏิรูปเกษตร ๒๐ ปีบอกว่าจะมีงบประมาณปีละ ๑,๕๐๐ ล้านบาท งบประมาณจริงที่เข้าสภาปีละ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ไปไม่ถึงครับ อย่างไรก็ปฏิรูปไม่ได้ครับ บางเรื่องไม่มีงบทำไม่ได้จริง ๆ ครับ แล้วท่านจะไปเป็นเกษตรมูลค่าสูงก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน ทำอย่างไรท่านตอบผมทีครับ เขียนแผนที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ไม่มีประโยชน์เลยนะครับ เสียเวลาเปล่า ๆ และเสียงบประมาณเปล่า ๆ ถ้าท่านบอกว่าเกษตรจะไปได้ยั่งยืน ท่านไม่พูดถึงการกำกับการนำเข้าของสินค้าคุณภาพต่ำ ราคาต่ำมาตีตลาดในไทย ท่านไม่พูดถึงตรงนี้ก็ไปไม่ได้อีกเหมือนกันนะครับ ท่านทราบไหมท่านไม่ปรับโครงสร้างภาษี การนำเข้าปุ๋ยมาสู่ในประเทศไทยยังมีภาษีนำเข้าครับ เพื่ออะไรครับ ทำไมท่านไม่ปรับ โครงสร้างภาษี การนำเข้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปเข้ามาในประเทศไทยยังมีภาษีนำเข้าอยู่ ถ้าไม่ปรับโครงสร้างภาษีท่านจะบอกว่าเราจะเป็นเลิศทางการผลิตได้อย่างไรครับ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมอยากเห็นจริง ๆ การปฏิรูปผมอยากเห็นสำเร็จครับ ผมไม่อยากเห็น เขียนแผนที่มันฟังดูดีแต่จริง ๆ แล้วผมไม่ทราบเลย หน่วยงานไม่ทราบเลยว่าจะปฏิบัติ อย่างไร แผนปฏิรูปพลังงานท่านปรับปรุงแล้วแย่ลงนะครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ของเดิมที่ผมตำหนิติติงไปก็คือบอกว่าไม่เขียนว่า พลังงานที่เป็นธรรมสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง อันนั้นพูดไปแล้วไม่พูดซ้ำ แต่ในแผนปรับปรุงท่านเขียนอย่างนี้ครับ ระเบียบปัจจุบันยังไม่เอื้อ ต่อการพัฒนากิจการพลังงานให้เป็นไปตามกลไกการแข่งขันของตลาดเสรี ท่านครับ ใครเป็นคนบอกท่านว่ากิจการพลังงานคือตลาดเสรีครับ แม้กระทั่งที่องค์การการค้าโลก เขาบอกไม่ใช่ครับ เป็นกิจการเดียวในโลกนี้ที่ผู้ผลิตสามารถกำหนดราคากันเองได้ พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านฮั้วกันครับ ฮั้วกันกำหนดราคา ถ้าท่านตั้งโจทย์ว่าเป็นไปตามกลไก ตลาดแข่งขันเสรี โจทย์ผิดแล้วครับ ผิดเลยครับ อันนี้ใครเขียนครับ ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับ โจทย์ผิด คำตอบก็จะผิด อันนี้อยู่ในหน้า ๒๒๑ ในโลกนี้ไม่มีครับ แก้ไขด้วยครับ หน้า ๒๒๙ ท่านบอกท่านจะตั้งศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงพลังงาน เดิมมีอยู่แล้วตั้งศูนย์อะไรเพิ่มอีกครับ กระทรวงพลังงานก็ออกตัวเลข มาเรื่อย ๆ ครับ แต่ปัญหาของกระทรวงพลังงานเวลาท่านออกตัวเลขมาท่านทราบไหมครับว่า เกิดอะไรขึ้น ผมไล่ดูนะครับ ตัวเลขของกระทรวงพลังงานไม่ตรงครับ ไม่ตรงกับข้อมูลของ กรมศุลกากร ซึ่งข้อมูลกรมศุลกากรยึดโยงกับทุกประเทศเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุด เพราะมีองค์กรศุลกากรโลกเป็นคนกำกับอยู่ แต่ของกระทรวงวันนี้ก็ยังไม่ตรงแล้วท่านจะไป ตั้งอะไรอีกครับศูนย์สารสนเทศนี่ตั้งวิธีไหนครับ เพื่ออะไรครับ ตรงนี้ก็เป็นปัญหานะครับ นิดเดียวเท่านั้นครับท่านประธานจวนจะจบแล้วครับ เอสเคิร์ฟ (S-Curve) ท่านกำหนดไว้ ท่านเขียนไว้ในหน้า ๒๔๑ ผมงงมากท่านบอกว่า เอสเคิร์ฟ (S-Curve) ใหม่คือพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เราทำมานานแล้ว ไม่ใช่เอสเคิร์ฟ (S-Curve) เลยครับ บรรจุภัณฑ์ให้สินค้าเกษตรและอาหาร ถ้าท่านบอกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ อีโคเฟรนลี (Eco Friendly) ใช่ครับ แต่บรรจุภัณฑ์เฉย ๆ ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ของใหม่เลยครับ ชิ้นส่วนเครื่องบินเราไม่มีธุรกิจการบินเลย ชิ้นส่วนเครื่องบิน เป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) หรือครับ อันนี้ใครเขียนผมก็งงนิดหนึ่งนะครับ ช่วยทบทวนทีครับ
สุดท้ายนะครับ ท่านเคยไปดูไหมครับว่าแผนปฏิรูปแผนพัฒนาประเทศ นโยบายรัฐบาลกับแผนเงินไม่สอดคล้องกันครับ ทำอย่างไรครับ ถ้าท่านจะปฏิรูปท่านต้อง ปฏิรูปว่าแผนเงินกับแผนปฏิรูปต้องตรงกัน และทั้งแผนเงินและแผนปฏิรูปที่ตรงกันนั้น แยกย่อยมาเป็นรายปีเป็นแผนของรัฐบาลและเป็นแผนงบประมาณที่สอดคล้องกัน ถึงจะปฏิรูปสำเร็จครับ ไม่เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้
สุดท้ายนะครับ เป้าหมายยังเป็นนามธรรมมากกว่ารูปธรรมครับ แล้วส่วน ที่เป็นรูปธรรมก็ไม่พูดถึงว่าทำอย่างไร โครงการอะไร งบประมาณเท่าไร เสร็จภายในเวลา เท่าไร เพราะว่าตรงนั้นเป็นปัญหาครับ ผมเรียนท่านประธานครับ เปลี่ยนปรับปรุงแผนไม่พอ ครับ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำ และต้องมีความชัดเจนในส่วนของโครงการ ที่จะดำเนินการด้วยครับ และงบประมาณที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบพระคุณครับ