กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือร่างแผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุง โดยเน้นการปฏิรูประบบสาธารณสุขในหลายมิติ ทั้งการรับมือโรคระบาด ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการระหว่างกองทุนสุขภาพ การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรม และการพัฒนาคุณภาพบริการระดับรากหญ้า พร้อมเสนอให้ปรับโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการใช้ระบบเคพีไอและกระจายอำนาจการบริหารงบประมาณไปสู่พื้นที่เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เรามาพิจารณา (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งผม ได้อ่านโดยละเอียดนะครับ แต่ขออนุญาตในการที่จะกล่าวเฉพาะถึงแผนปฏิรูปด้านสาธารณสุข ซึ่งถือว่ามีความสำคัญแล้วผมก็อยู่ในวงการนี้ ก็นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ต้องขอขอบคุณทางสภาพัฒน์ซึ่งท่านก็ต้องรับเรื่องแผนปฏิรูปมา ถึงแม้ว่าท่านไม่อยากจะรับ หรืออยากจะรับก็ตาม แต่ท่านมารับแล้วนะครับ ผมก็เชื่อมั่นว่าท่านจะนำแผนปฏิรูป แล้วก็เอาข้อแนะนำต่าง ๆ มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศให้สูงสุด แผนปฏิรูปฉบับนี้ ฉบับใหม่จะมีกิจกรรมด้านสาธารณสุขอยู่ ๕ กิจกรรมนะครับ ก็คือ
๑. การพัฒนาปฏิรูปการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข รวมถึง โรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่เพื่อความมั่นคงแห่งชาติด้านสุขภาพ ผมอยากให้ แก้เป็น ด้านสาธารณสุข นะครับ ก็คือว่าเรามีปัญหาเรื่องของโรคอุบัติใหม่ แล้วก็เป็นปัญหา ทั้งโลกนะครับ จังหวัดมหาสารคามของผมก็โดนโควิด (COVID) จากโต๊ะแชร์ ซึ่งก็โชคดี นำเรียนท่านประธานหลายคนเป็นห่วงนะครับว่าจังหวัดมหาสารคามเป็นพื้นที่สีแดงอย่างไร ก็นำเรียนว่าเป็นจากโต๊ะแชร์ แล้วก็พฤติกรรมที่ชงเหล้าแล้วก็ตัวชงเหล้านี่ก็จะไปจาก แก้วคนที่ติดไปคนที่ไม่ติดไปเรื่อย ๆ นะครับ แล้วก็พบว่าทั้งในวงแชร์นี่ก็ติดกันเยอะ แล้วก็ ติดไปถึงหมอ แล้วก็ต้องนำเรียนว่าต้องขอบคุณทางผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านสาธารณสุข จังหวัดที่ได้แก้ไขด้วยความรวดเร็วตามแผนปฏิรูป คือแผนปฏิรูปนี่ด้านการปฏิรูประบบ การแพทย์ฉุกเฉินนี่จะบอกว่ามีเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจนก็คือร้อยละจังหวัดที่มีกลไกบริหาร สาธารณสุขสถานการณ์และบัญชาการสอดคล้องกับเชื่อมโยงกลไกและระบบที่ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ แล้วก็ทุกจังหวัดสามารถควบคุมสถานการณ์โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา-๑๙ (Virus Corona-19) ให้สงบภายใน ๒๑ วัน ซึ่งตอนนี้จังหวัดมหาสารคาม ก็เรียกว่าค่อนข้างจะดูแล้วก็เชิงรุก รุกเร็วนะครับ ไปติดหมอ เขาก็ไปตรวจคนไข้ที่ไปตรวจ ที่หมอ แล้วก็ภายในวัน ๒ วันนี้ก็พบว่าในการตรวจเชิงรุก ๓,๐๐๐ คนก็ไม่พบผู้ติดเชื้อ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ชื่นชมนะครับว่าการทำงานด้านสาธารณสุขของเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีเจ้าหน้าที่ที่ดีแล้วก็มีการจัดการที่ดีนะครับ มี ๕ กิจกรรม ๑. ด้านการฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุข ๒. การปฏิรูปประสิทธิภาพด้านการป้องกันโรงและด้านส่งเสริมสุขภาพ ๓. ปฏิรูประบบบริการผู้สูงอายุ ๔. ปฏิรูประบบประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้อง ๕. ปฏิรูประบบเขตสุขภาพ
ผมนำเรียนว่าในส่วนประเด็นที่ผมจะพูดวันนี้ก็คือ ๑. เรื่องความเหลื่อมล้ำ ของ ๓ กองทุน ก็คือว่ากองทุนมี ๓ กองทุนในระบบสุขภาพก็คือ ๑. กองทุนข้าราชการ ๒. กองทุนประกันสังคม ๓. กองทุนบัตรทอง ผมยังไม่เห็นเคพีไอ (KPI) หรือดัชนีชี้วัดที่จะลด ไอเทม (Item) ที่จะไม่เท่าเทียมกันนะครับ อันนี้น่าจะต้องมีการกำหนดว่าเราจะลด ความเหลื่อมล้ำของ ๓ กองทุนอย่างไร ที่ผมเห็นชัดก็คือเรื่องของการล้างไตนะครับ การล้างไตในคนไข้บัตรทองจะไปล้างโดยใช้ทางเส้นเลือดก่อนไม่ได้ แต่สิทธิข้าราชการนี่ได้ แล้วบางคนเขาจนนะครับ แต่ว่าเขาไปล้างไตจากทางเส้นเลือดแล้วก็ต้องเสียเงิน ต้องมาบริจาคกัน เรียกว่าต้องเอาเงินเอาทองไป แล้วบางทีต้องไปกู้หนี้ยืมสินขึ้นมา ก็เป็นภาระ ซึ่งค่าใช้จ่ายของการล้างไตระบบทางหน้าท้องกับการล้างไตระบบทางเส้นเลือด ราคาไม่ต่างกัน ก็นำเรียนว่าอันนี้น่าจะให้การล้างไตในระบบเส้นเลือดเป็นโอกาสให้กับ บัตรทองด้วยนะครับ
๒. คือความเหลื่อมล้ำของหน่วยบริการ กำลังคนตอนนี้ไม่มีนะครับว่า ในทุกจังหวัดจะต้องมีแพทย์ มีพยาบาล มีกำลังคนในอัตราที่เท่าเทียมกัน เช่น แพทย์ ต่อประชากร พยาบาลต่อประชากร ทันตแพทย์ต่อประชากรอะไรต่าง ๆ จะต้องมี ความไม่เหลื่อมล้ำกันมาก อันนี้ก็ไม่มีในข้อบ่งชี้ในอันนี้นะครับ ก็คือ ๑. ความเหลื่อมล้ำ ของ ๓ กองทุน ๒. ความเหลื่อมล้ำของหน่วยบริการ กำลังคน งบประมาณแต่ละพื้นที่ จะต้องเทียบกับจำนวนประชากรนะครับ
ประเด็นที่ ๒ คือการปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค อันนี้ต้องเพิ่มงบโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค หรือเขาเรียกว่างบพีพี (PP) ซึ่งอันนี้นำเรียนท่านประธานนะครับว่างบพีพี (PP) นี้น้อยมาก ซึ่งต้องเพิ่มไปที่ รพ.สต. อสม. นะครับ อสม. นี่ถ้ามีเครื่องวัดอุณหภูมิ ตอนนี้ต้องซื้อเอง เครื่องวัดความดันก็สามารถจะไปตรวจประชาชนได้ทั่วประเทศของประเทศไทย แล้วก็ ต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่จะเป็นงบด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพิ่มขึ้น อันนี้ไม่มี ไม่ได้ระบุนะครับ และสำคัญที่สุดการจะเพิ่มงบพีพี (PP) จะต้องลดงบส่วนกลางลง และงบส่วนกลางจะต้องสลิม (Slim) และสมาร์ต (Smart) ก็คือว่าจะต้องเอาเงิน จากส่วนกลาง ลดส่วนกลางลงเพื่อไปเพิ่มงบของหน่วยบริการให้เพิ่มขึ้นนะครับ
กิจกรรมที่ ๔ คือการปฏิรูประบบประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้อง เมื่อครู่นี้ก็พูดถึงความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ในบันทึกอันนี้ก็จะมีข้อดีคือการจัดการสาธารณสุข ของคนต่างด้าวทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายอันนี้จะมีความสำคัญครับ ที่มีการระบาด ที่จังหวัดสมุทรสาครเรายังไม่มีระบบการจัดการด้านสาธารณสุขกับคนต่างด้าวตั้งแต่ต้นทาง แล้วก็ความทั่วถึงนะครับ
ขออีกนิดหนึ่งนะครับ ประเด็นที่ ๔ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ รัฐต้องพัฒนา การบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูงอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการจะให้มาตรฐาน ต้องมีคน มีงบประมาณนะครับ ซึ่งตอนนี้มีปัญหาคนล้นเตียง คนไข้ต้องนอนระเบียง ผมคิดว่าอันนี้ต้องมีตัวชี้วัดนะครับว่าจะต้องมีจำนวนผู้ป่วยที่ล้นเตียงนี่ โรงพยาบาลที่ผู้ป่วย ล้นเตียงนี่จะต้องไม่มี ต้องเป็นเคพีไอ (KPI) หนึ่งของตัวปฏิรูปนะครับ แล้วก็สถานบริการ ต้องผ่านมาตรฐาน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เรื่องเขตสุขภาพก็ต้องมีเคพีไอ (KPI) ให้ชัดเจนว่า เขตสุขภาพจะมีการปฏิรูปอย่างไรให้มีการกระจายอำนาจให้ไปสู่เขตภูมิภาคมากขึ้น
สรุปก็คือขอเสนอการจ้างเคพีไอ (KPI) ที่ลดความเหลื่อมล้ำของ ๓ กองทุน ลดความเหลื่อมล้ำของหน่วยบริการ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณคน งบประมาณของโครงสร้าง พื้นฐานต่อประชากร แล้วก็เพิ่มความเข้มแข็งด้านส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคนะครับ ทาง รพ.สต. โรงพยาบาล แล้วก็ทางกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นนี้สำคัญคือกระทรวง สาธารณสุขจะต้องสลิม (Slim) และสมาร์ต (Smart) อันนี้เป็นความกล้าหาญนะครับ ผมอยากให้ทางสภาพัฒน์ตั้งประเด็นนี้เป็นหลักนะครับว่าจะทำอย่างไรให้กระทรวง สาธารณสุขจะสลิมแอนด์สมาร์ต (Slim and Smart) ลดส่วนกลางลง เอางบไปเพิ่ม ในส่วนของพื้นที่และหน่วยบริการให้มากขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ