โกวิทย์ วิจารณ์ร่างแผนปฏิรูปประเทศ ชี้กำกวม ขาดความต่อเนื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

โกวิทย์ พวงงาม วิพากษ์ร่างแผนปฏิรูปประเทศที่ขาดความชัดเจน ต่อเนื่อง และการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบเป้าหมายสำคัญ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแผนดังกล่าวคล้ายรายงานขอของบประมาณมากกว่าแผนปฏิรูปที่แท้จริง โดยเน้นว่าการปฏิรูปต้องนำโดยผู้นำประเทศร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ผลักภาระให้ข้าราชการเพียงฝ่ายเดียว และเสนอแนวทางลดความเหลื่อมล้ำผ่านการเพิ่มรายได้คนจน ลดภาษีผู้มีรายได้น้อย ส่งเสริมเกษตรกร และปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออภิปราย (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งก็เป็นเอกสารที่จัดทำเป็นรูปเล่ม แล้วก็ ขอชมเชยผู้ทำด้วยนะครับว่าได้พยายามให้รายละเอียดกับสภานี้พอสมควร แผนปฏิรูปนี่ มันมีการจัดเป็นด้านนะครับ ท่านประธานครับ ทั้งหมด ๑๓ ด้าน แต่ผมเรียนว่าในแต่ละด้าน ค่อนข้างจะดูยากอยู่พอสมควร ในการที่จะทำความเข้าใจจะต้องอ่านแล้วก็ดูรายละเอียด พอสมควรเหมือนกันว่าจะเชื่อมโยงแต่ละเรื่องอย่างไร ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะพูดไว้ ผมขอยกตัวอย่างสัก ๑ เรื่องที่มีการเดินเรื่องตามเล่ม ผมเข้าใจว่ามีการพูดถึงความสอดคล้อง ของการปฏิรูปกับยุทธศาสตร์ชาติเป็นเบื้องต้น แล้วต่อด้วยเรื่องของการที่ไปทำเรื่องปฏิรูป แต่ละเรื่องปฏิรูปเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ ในแต่ละด้าน แล้วก็ไปกำหนดเป้าหมายว่า จะปฏิรูปอะไร อย่างไร มีตัวชี้วัด มีหน่วยรับผิดชอบ และมีระยะเวลาที่กำหนด อันนี้ก็เป็น ฟอร์ม (Form) ที่ได้ทำเหมือนกันทุกด้าน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในแต่ละด้าน และแต่ละเรื่องที่ปฏิรูปฟอร์ม (Form) เป็นอย่างนี้ ทั้งหมดผมเคยพูดก่อนหน้านั้น เรื่องความคืบหน้าของการปฏิรูป ผมดูเหมือนว่าแต่ละเรื่องมันจะโยนไปให้ส่วนราชการ เกือบทั้งหมดกับส่วนที่เป็น เช่นสถาบันพระปกเกล้า ผมยกตัวอย่างเรื่องประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมเรียนท่านประธานว่าอันนี้เป็นเป้าหมาย แต่ตัวชี้วัดก็เป็นคะแนน คะแนนด้านการเคารพ สิทธิเสรีภาพ หรือคะแนนด้านยึดมั่นในหลักนิติธรรม คะแนนด้านการมีส่วนร่วม ของประชาชน เป็นต้น ผมตั้งคำถามว่าการให้ความรู้ความเข้าใจใช่สถาบันพระปกเกล้า อย่างเดียวหรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่าเราฝากความหวังไว้ที่สถาบันพระปกเกล้าเพื่อสร้าง ความรู้ความเข้าใจของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข อันนี้เป็นประเด็นสำคัญนะ ผมอยากจะเรียนไว้ ทีนี้ไปอีกสักหน้า จะยกตัวอย่าง ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่ผมบอกว่าบางทีก็สับสน หน้า ๒๗ เขียน แล้วผมก็ชอบมาก ในข้อ ๔.๓ ภาครัฐมีขนาดเล็กแล้วก็มีขนาดที่เหมาะสม แล้วก็ไปส่งเสริม การกระจายอำนาจ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น สนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีสมรรถนะสูง อันนี้ดีแล้วก็เป็นประเด็นที่ผมคิดว่า ผมพูดเสมอว่าประเทศ ต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพราะฉะนั้นพอเราดูในหน้าต่อ ๆ ไปหายไปเลยครับ ผมอยากถามเหมือนกันเรื่องนี้ไปอยู่ตรงไหน ไปปฏิรูปที่เท่าไร เพราะว่ามีปฏิรูปที่ ๑ ถึง ๒ ถึง ๓ ถึง ๔ ไม่มีเรื่องนี้เลย หายไปเลย ก็อยากถามผู้ร่างผู้ทำเหมือนกันว่าไปอยู่ตรงไหน แล้วบางเรื่องผมดูในหน้า ๙๒ ผมชอบมากเรื่องของการสร้างความเท่าเทียม หรือลด ความเหลื่อมล้ำ สร้างความสมดุล อยู่ในหน้า ๙๒ แต่ทำไปทำมาเรื่องนี้หายไปเลยครับ ปฏิรูปแต่ละเรื่องก็หายไปเหมือนกันไม่มีรายละเอียด คำถามผมก็คือว่าทั้ง ๒ เรื่องที่ผมยกมา ไม่ต่อเนื่องและไม่รู้จะอยู่ตรงไหน ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่ดี นี่คือสิ่งที่มันสับสนอยู่ในร่างแผน การปฏิรูป แต่อย่างไรก็ตามข้อสังเกตของผมจะพูดให้ท่านประธานทราบสัก ๓-๔ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ผมถามเสมอว่าแผนปฏิรูปนี้ที่ร่างนี่เหมือนกับส่วนราชการ ทำของบประมาณ ผมเคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ๒ ปีแล้ว เขียนอย่างนี้เหมือนเป๊ะเลยครับ มีเป้าหมาย มีตัวชี้วัด มีหน่วยรับผิดชอบ แล้วก็มีงบประมาณ อันนี้มันเป็นรายงาน ที่ของบประมาณประจำปีหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นผมตั้งคำถามว่านี่หรือคือแผนปฏิรูป แผนปฏิรูปคืออะไรครับ

ผมเคยอภิปรายเมื่อก่อนหน้านั้นว่าแผนปฏิรูปจะต้องทำในสิ่งที่รัฐบาล อยากจะทำ ในหลายประเทศการปฏิรูปที่ประสบความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ส่วนราชการ แต่อยู่ที่ผู้นำประเทศ อยู่ที่นายกรัฐมนตรี อยู่ที่คณะรัฐมนตรี อยู่ที่ประชาชนของชาติ ที่ร่วมไม้ร่วมมือกันปฏิรูปประเทศ แต่ถ้าคณะกรรมการปฏิรูปเป็นตัวแทนของผู้นำประเทศ คณะกรรมการจะต้องรับผิดชอบต่อการปฏิรูปไม่ใช่ไปให้ส่วนราชการรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่ผม อยากจะบอกท่านประธาน

เรื่องที่ ๓ ผมอยากจะบอกว่าผมชอบลดความเหลื่อมล้ำ ผมอ่านหนังสือ เล่มหนึ่งชื่อ สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ แล้วอ่านอีกเล่มหนึ่ง จีน ๓ มิติ ซึ่งวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ได้นำไปแปล ผมอยากจะเรียนว่าประเทศเรามีทุกข์อะไรครับ ถ้าทุกข์เรื่องของความยากจน ความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวย จนกับรวย สีจิ้นผิง บอกว่าปัญหาของชาติต้องวิเคราะห์สาเหตุว่าความแตกต่างระหว่างคนจนคนรวยอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นอยากจะพูดสั้น ๆ นิดเดียวท่านประธานว่าเขาก็ไปวิเคราะห์นโยบายของเขา ก็คือว่าเขาจะเพิ่มรายได้กับคนจน อันนี้ก็คือสิ่งที่เขาจะทำ ผมไปอ่านในนี้มันไม่มีครับ จะทำอย่างไร เช่น ยกเว้นภาษีกับผู้มีรายได้ต่ำ เป็นต้น มันต้องทำเป็นเรื่อง เป็นเรื่อง เป็นเรื่อง หรือไปดำเนินการที่จะผลักดันให้คนจน คนเกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะเรียนว่าในประเทศจีนก็บอกอีกเรื่องหนึ่ง เช่น ต้องไปปราบ อาชญากรทางเศรษฐกิจเพื่อความยุติธรรมของคนในสังคมแล้วก็เดินเรื่อง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมพูดไว้ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าผมอยากเห็นว่าการปฏิรูปนี่มันจะต้อง เป็นรูปธรรมและทำให้เห็นชัดอย่างชัดเจน ก็เลยฝากว่าเมื่อสักครู่ผมเรียนท่านประธานว่า ผมมีทั้งคำถามและก็มีประเด็น เพราะฉะนั้นถ้าประเด็นมันแยกย่อยมากมันไม่เห็นภาพ มันจึงกลายเป็นแผนของส่วนราชการในการปฏิรูปประเทศไม่ใช่การปฏิรูปประเทศ โดยรัฐบาลเพื่อจะนำพาประเทศไปสู่สันติสุข ขอบคุณท่านประธานครับ