สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ขจิตร ชัยนิคม หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าแผนปฏิรูปที่รัฐบาลเสนอมีหลายเรื่องที่ไม่มีความเป็นจริงและไม่มีความก้าวหน้า และเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกแผนปฏิรูปที่ไม่มีความจริงและไม่มีความก้าวหน้า นอกจากนี้ยังพูดเรื่องการบริหารบ้านเมืองและระบบราชการ โดยเฉพาะระบบ eMENSCR ที่ติดตามการทำงานของหน่วยราชการ

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย จากการายงานความก้าวหน้า ตามแผนการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ เล่มนี้ คือไม่ต้องเสียเวลาไปอ่านทั้งเล่มหรอกครับ เพราะว่าทั้งเล่มนี่คือรายงาน ที่พยายามที่จะเขียนให้มันเป็นเล่มเท่านั้นเอง มันไม่มีความเป็นจริงอะไรรองรับเลย ท่านประธานครับ เดี๋ยวนี้อยู่ในระหว่างที่เดี๋ยวตั้งกรรมการเสร็จ ตั้งกรรมการไม่เสร็จ มันจะไปนี่ทำให้สภาผู้แทนราษฎรเสียเวลาเรื่องนี้มาก เรื่องที่ควรจะเป็นสาระกำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญหลายมาตรา กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีสาระหรือความเป็นจริงในเรื่อง ของความก้าวหน้าเลย นี่ผมกล่าวหาแบบนี้ท้าทายได้นะ ท้าทายไปอ่านเฉพาะบทนำเรื่องนี้ ปี ๒๕๖๑ ครม. อนุมัติเมื่อวันที่ ๖ แล้วก็มาการปรับแผนเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๒ ปรับปรุงแผนนี่ แต่ว่ายังไม่ได้ทำอะไรปรับปรุงแล้ว ตั้งคณะกรรมการยังไม่ครบปรับปรุงแล้ว แล้ววันที่ ๕ เห็นชอบขยายแผน วันที่ ๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ ท่านประธานแล้วจะมีอะไรทำ ในเดือนกันยายน แล้วมารายงานทำไมหลาย ๆ ครั้งนี่มันไม่มี เอาอย่างนี้แล้วกันยกตัวอย่าง แผนการปฏิรูปทางด้านการเมืองมันไม่มีอะไรหรอกครับ ยกเว้นว่าเขียนว่าให้ประชาชนเข้าใจ มีส่วนร่วม แต่ความเป็นจริงเป็นอย่างไรครับ คนที่เขียนแล้วรัฐบาลที่บริหารประเทศไม่เข้าใจ เรื่องประชาธิปไตยว่าประชาชนต้องมีอำนาจ ไม่เข้าใจเลย มีใครเรียกร้องอะไรนิด ๆ ท่านก็ไปปราบเขา ไปทำอะไรเขานี่มันของจริงอยู่แล้ว ทำไม่ได้หรอกครับ สภาพัฒน์ก็ไปเขียนท่านก็เขียนตามหน้าที่ท่านนั่นละ ท่านเสียหายด้วยในเรื่องนี้เขียนนี่ ท่านบอกว่าจะทำการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย มีอยู่ ๑๔ ฉบับท่านจะปฏิรูปท่านบอกว่า อยู่ในระหว่างดำเนินการ ๑๒ ฉบับ แล้วท่านทำไป ๒ ฉบับใน ๓ ปี นี่คือความล้มเหลว ที่ผมจะชี้ให้ท่าน อย่าพยายามพูดตามเล่มนี้นะครับ ถ้าพูดตามเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยนะ แล้วท่านบอกว่าแผนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมท่านต้องทำกฎหมาย ๔๐ ฉบับ แต่ว่า ท่านประธานครับ เหลืออีก ๓๕ ฉบับอยู่ในระหว่างดำเนินการ แล้วกฎหมายไม่เสร็จ แล้วปฏิรูปจะเดินไปอย่างไร แผนปฏิรูปด้านเศรษฐกิจต้องทำกฎหมาย ๓๓ ฉบับ เหลืออยู่ ๒๕ ฉบับ ทุกเรื่อง กระบวนการยุติธรรมท่านบอกว่าให้แจ้งความได้ทุกโรงพักทุกที่ที่เกิด เกิดเหตุที่ไหนเข้าไปโรงพักไหนแจ้งได้หมดทางออนไลน์ เดี๋ยวนี้ยังไม่มีวี่แววเลยจะทำ แล้วทำทำไม แล้วรายงานทำไม ซ้ำซาก เสียเวลามาก ท่านประธานไปปรับปรุงหรือไป คิดหน่อยกับรัฐบาลถ้าทำไม่ได้ก็ยกเลิกเสียอย่ามาทำแบบนี้มันอายเขา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่มีบางท่านพูดถึงการปฏิรูปทางด้านการศึกษา ผมนี่ว่าจะไม่พูด แต่ประเด็น ที่ท่านทั้งหลายที่ยังไม่พูดผมขอพูดด้วย เดี๋ยวนี้เขามีพระราชบัญญัติการศึกษา มีกฎหมาย การศึกษา แต่การปฏิรูปการศึกษาคือทำตามกฎหมายทางการศึกษาที่ประกาศใช้อยู่ แต่ว่าท่านไปทำแผนมาตรการอะไรซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยกว่ากฎหมายทางการศึกษามาก หัวใจเลยนะ แล้วรัฐบาลนี้เสนอกฎหมายทางการศึกษาไป เรื่องไปถึงกฤษฎีกา กฤษฎีกา ถามมายังกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการไม่ตอบเขาจำหน่ายออกจากระบบ อายเขาไหมล่ะปฏิรูปการศึกษาอะไรอย่างนี้ เสร็จแล้วกฎหมายการศึกษาในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ แล้วก็มาตราต่อมาเขาบอกว่า ให้สถานศึกษากำหนดการเทียบโอนการเรียน ใน ๓ รูปแบบ คือ ในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย แล้วท่านปฏิรูปอย่างไรการศึกษา ตามอัธยาศัยซึ่งเป็นการศึกษาที่ต้องตอบสนองศักยภาพของประชาชน ตามศักยภาพ ตามเวลา ตามอะไรเขาอาจจะเรียนรู้จากสื่อ จากชีวิตจริง แล้วเขาไปเทียบโอนที่ไหน สถานศึกษาในประเทศไทยในยุคที่ท่านปฏิรูปไม่มีที่จะเทียบโอนเลยเพราะท่านไม่เคยอ่าน กฎหมายการศึกษาอย่างจริงจัง เวลานี้การศึกษานอกโรงเรียนของประเทศไทยทำได้ เกินมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ไหม ต่างประเทศเขาเข้ามาดำเนินการในประเทศไทย ด้วยความยากลำบาก ปริญญาตรีนอกระบบมีหรือยัง ไม่มี ทำได้แค่มัธยมศึกษา แล้วปฏิรูป การศึกษาอย่างไร วันนี้รัฐบาลพยายามพูดถึง พูดถึงว่าอาชีพครูไม่ต้องมีใบประกอบ วิชาชีพครูก็ได้ มีแค่ใบอนุญาตให้ไปเป็นครู แปลว่าท่านกำลังคิดว่าวิญญาณของความเป็นครู จรรยาบรรณแห่งความเป็นครูไม่มีความจำเป็นในยุคการปฏิรูป ใช้ได้ที่ไหนความคิดแบบนี้ สวนทางกับโลกเขา จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพต้องมี มีโดยจะต้องให้ความเคารพ แล้วมีวิชาชีพอะไรที่สูงกว่าความเป็นวิชาชีพครู เพราะครูเป็นคนที่สอนคน สร้างคน แล้วถึงจะไปสร้างชาติ แล้วยังบังอาจทำลายความเป็นครูทั้งขบวนเลย ทั้งขบวนว่า ปฏิรูปการศึกษาไม่ต้องพูดเลย ท่านไม่ต้องอธิบาย ท่านไม่ต้องว่าอธิบายผม มันไม่มีความหมายแล้ว วันนี้ท่านบอกว่าปฏิรูปการเรียนใช้ครู ๔๐๐-๕๐๐ คนเอามาลงทำไม การศึกษารัฐธรรมนูญเขาเขียนใช่ไหมต้องจัดให้การศึกษาฟรี ๑๒ ปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วก็เสมอภาคกันทั่วประเทศ แล้วท่านมาเขียนทำไมปฏิรูปครู ๕๐๐-๖๐๐ คน ในแผนปฏิรูป มันน่าอายมากนะถ้าคนเขารู้เรื่องการศึกษา เขาต้องทำทั้งประเทศแล้วกำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ ไปอ่านดูสิรัฐธรรมนูญน่ะ เสร็จแล้วพอมา เขียนกฎหมายพูดเรื่องยุบโรงเรียนยังไม่จบยังบอกจะยุบอีก รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการแถลง แล้วท่านเขียนไว้ทำไมจะปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้อง กับเทคโนโลยีความเจริญของประเทศชาติและความเจริญของระบบการสื่อสาร เขียนทำไม โรงเรียนเล็ก ๆ ทำไมไปยุบเขา หมู่บ้านเขาและเทคโนโลยีที่เจริญทำไมไม่ใช้ การสื่อสาร ทางไกล ครูอยู่ที่เดียว อยู่มหานครลอนดอนก็ยังสื่อสารมาได้เลย แล้วท่านทำไมต้องไปยุบ โรงเรียนเขา แล้วท่านรู้ไหมว่าเสียงโห่ร้อง ร้องไห้จนกระทั่งเดี๋ยวนี้มันยังมีอยู่ที่ท่านบอก จะยุบนี่ สัปดาห์ก่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังมาแถลงนะ จะเดินนโยบาย ควบรวมโรงเรียน โธ่เอ๊ย ผมบอกเป็นร้อย ๆ ครั้งแล้วในสภานี่เรื่องการศึกษา แล้วทำทำไม แล้วประกาศ คสช. ยกเลิกระบบการบริหารที่ประชาชนมีส่วนร่วม ครูเขามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีระบบการบริหารแบบไตรภาคีโดยตำแหน่ง โดยผู้แทนครู โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านทำลายหมด ท่านโอนการศึกษาไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจคนเดียว เพราะความคิดของเผด็จการอย่างไรแบบนี้ แล้วปฏิรูปมาเสนอทำไมนี่ท่านประธาน ถ้าทำเท่านี้ไม่ต้องเอามาเข้าวาระนะ เสียเวลา เสียความรู้สึกมาก เราแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ ผมก็อายนะ ผมพูดหลายครั้งแล้วเรื่องการศึกษา ไปอ่านพระราชบัญญัติการศึกษาบ้าง ไม่ใช่มาอ่านแผนที่ตัวเองเขียน จิ๊บจ๊อย การศึกษาจะสร้างชาติได้อย่างไร จะปฏิรูปได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่เห็นความสำคัญของครู สมาพันธ์ครูทั่วประเทศเกิดขึ้นด้วยความสำนึก ในการปกป้องวิชาชีพครู ท่านไปทำลายเขาหมด เขากำลังต่อต้านเรื่องกฎหมายการศึกษา จนกระทั่งกระทรวงศึกษาธิการไม่เอา ไม่ยืนยันพระราชบัญญัติการศึกษาของตัวเอง นี่คือเรื่องที่อยากจะพูดแรง ๆ ว่าความอัปยศทางการศึกษา ไปดูให้ดี สภาพัฒน์ไปดูให้ดี

สุดท้ายครับท่านประธาน มีหลายเรื่องแล้วผมพูดได้ ๑ ชั่วโมงยังไม่จบด้วย ๑๓ ด้าน ผมขอพูดด้านสุดท้ายเรื่องการบริหารบ้านเมือง เรื่องปรับปรุงระบบราชการ สภาพัฒน์เขียนระบบดีมาก ระบบอีเมนเซอร์ (eMENSCR) ที่ติดตามการทำงานของ หน่วยราชการให้สีแดง สีเหลือง สีส้ม สีเขียว หน่วยงานไหนประสบความสำเร็จสูงให้ขึ้นสีเขียว