กนก ชี้ปฏิรูปการศึกษาล้มเหลว จี้สภาพัฒน์นำทัพแก้จริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

กนก วงษ์ตระหง่าน หารือการปฏิรูปการศึกษา โดยตั้งข้อสังเกตว่าแม้มีแผนงานและรายงานความคืบหน้า แต่การเปลี่ยนแปลงยังไม่ถึงตัวนักเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและช่วงการเรียนออนไลน์ พร้อมตั้งคำถามถึงความล้มเหลวของนโยบายด้านการศึกษา เช่น โครงการ STEM และระบบดิจิทัล ที่ไม่ส่งผลต่อการเรียนรู้ที่แท้จริง และเรียกร้องให้สภาพัฒน์เข้ามานำบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้อง ตรวจสอบข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงให้ สตง. เน้นตรวจสอบผลลัพธ์แทนเอกสาร เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในเรื่องของการรายงานการดำเนินงาน แผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้เราได้ยินการอภิปรายของ ส.ส. ๒ ท่าน ซึ่งอยู่ต่างพรรคกัน ท่านแรกก็คือดอกเตอร์พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ซึ่งอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และอีกท่านหนึ่งคือนางสาวสกุณา สาระนันท์ ซึ่งอยู่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทยอภิปรายสะท้อนภาพเดียวกันครับท่านประธาน นั่นคือสะท้อนภาพที่เป็นหัวใจ ของปัญหาของการปฏิรูปประเทศ นั่นก็หมายความว่าทั้งสองท่านสะท้อนให้ชัดว่าการปฏิรูป ประเทศไปไม่ถึงประชาชนเป้าหมาย และที่สำคัญก็คือตัวปัญหาที่ไปไม่ถึงนั้นเป็นเพราะ หน่วยปฏิบัติของการปฏิรูปราชการเป็นสำคัญครับท่านประธาน เช่นเดียวกันครับท่าน ประธาน ผมจะขออนุญาตพูดเฉพาะแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่ไปไม่ถึงตัว นักเรียนครับท่านประธาน ซึ่งก็เป็นเสียงสะท้อนอีก ๑ เสียงที่เหมือนกันว่าการปฏิรูปประเทศ ไปไม่ถึงเป้าหมายคือประชาชนของเรา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือการสร้าง โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยซึ่งรายงานว่าได้ทำไปนะครับ ในความเป็นจริงพบว่าผู้ที่ปฏิบัติหน่วยงานนี้ก็คือกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางด้าน การศึกษา ซึ่งมีหน้าที่ช่วยเด็กยากจนพิเศษ เด็กที่มีปัญหาพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ ท่านประธาน แต่ในเวลาเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการกำลังควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก แล้วก็ ปล่อยให้โรงเรียนที่อยู่บนภูเขา อยู่ตามเกาะในถิ่นทุรกันดารที่เรียกกันภาษาสวย ๆ ว่า สแตนด์อะโลน (Stand alone) ยืนตายตามลำพัง ตามยถากรรม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่าการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษานั้นมีการทำบางส่วนจริง แต่เรื่องใหญ่ไม่ได้ทำครับ อันนั้นเป็นปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการ ตัวอย่างที่ ๒ ครับ ท่านประธาน ในรายงานบอกว่ามีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ ของนักเรียนซึ่งดีมาก แล้วก็ขอบคุณสภาพัฒน์นี้ เพราะคำนี้เป็นคำที่ผมอภิปรายมาตลอด แล้วสภาพัฒน์ก็เปลี่ยนนะครับ การเรียนการสอนต้องนำไปสู่การเรียนรู้ของนักเรียน อันนี้ก็ขอบคุณสำนักงานสภาพัฒน์ท่านทำถูกต้องนะครับ วันนี้ครับท่านประธาน การจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้มันไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับท่านประธาน ที่ไปไม่ถึง ตัวนักเรียน ก็เพราะว่านักเรียนยังมีปัญหาอยู่ทุกวันนี้ การสอนออนไลน์ (Online) วันนี้ในสภาวะโควิด (COVID) ก็ไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับ ท่านประธาน แล้วก็มีรายละเอียดอีกเยอะมาก แต่ถ้าลงไปดูในรายละเอียดของการปฏิบัติ ในรายงานก็จะบอกว่ามีการปรับปรุงกลไกการปฏิรูป มีการจัดทำแผนการศึกษาอะไรต่าง ๆ ฟังดูดีหมดเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น แผนรับรองการบรรจุนักเรียนทุน โครงการผลิตครู เพื่อพัฒนาท้องถิ่นปีการศึกษา ๒๕๖๓ จำนวน ๕,๓๑๑ อัตรา ฟังดูดีนะครับเหมือนกับว่า เราจะมีครูให้กับท้องถิ่น ๕,๓๑๑ อัตรา คำถามก็คือครู ๕,๓๑๑ คนนี้มีอะไรบ้างที่จะ ประกันว่าเขาสอนแล้วจะทำให้เกิดการเรียนรู้ของนักเรียนครับ จบลงแผนปฏิรูปคือ มีครูเพิ่มขึ้น ๕,๓๑๑ คนครับแต่นักเรียนไม่ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นนะครับ อันนั้นคือปัญหาที่เกิดขึ้น

ต่อไปครับท่านประธาน ตัวอย่าง โครงการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ สเต็ม (STEM) ศึกษาครับ สเต็ม (STEM) ศึกษาพูดกันหมดทั้งกระทรวงครับ แต่ปรากฏว่า สอบโอเน็ต (O-NET) เด็กไทยตกคณิตศาสตร์ ตกวิทยาศาสตร์ ตกภาษาอังกฤษ มีผ่าน วิชาเดียวเท่านั้นคือภาษาไทยครับท่านประธาน แล้วถ้าอย่างนั้นสเต็ม (STEM) มันคือไรล่ะครับ คณิตศาสตร์ตก วิทยาศาสตร์ตกครับ ตรงนี้เป็นตัวชี้ให้เห็นว่ามันไปไม่ถึงตัวนักเรียนนะครับ แล้วก็ในเวลาเดียวกันที่น่าสนใจบอกว่ามีโครงการพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform) เพื่อการเรียนรู้แห่งชาติครับท่านประธาน วันนี้เราได้รับการร้องเรียนมาก จากพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่องการสอนออนไลน์ (Online) มันไปไม่ถึงนะครับทำไม่ได้ แล้วระบบนี้ก็ตอบบอกว่าน่าจะทำให้เกิดขึ้นได้ แต่ท่านประธานครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ระบบนี้เกิดขึ้นแล้วก็จบลงที่การจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้นละครับ แต่ไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับ และผมรับประกันว่าไปไม่ถึงตัวนักเรียนครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า เราจะต้องมาพูดความจริงกันว่า คำถามเรื่องการปฏิรูปการศึกษาภายใต้แผนการปฏิรูป ประเทศนั้นมันคืออะไรกันแน่ ผมขออนุญาตถามนะครับว่า ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ มีคำตอบทางเทคนิคต่อการแก้ไขปัญหาการปฏิรูปการศึกษาจริงหรือไม่ คำถามทางเทคนิค เบื้องต้นเลยครับ ก็คือว่าสอนอย่างไรให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ครับ นี่คือสิ่งที่สภาพัฒน์ ได้เขียนไว้ชัดเจนมาก ถามว่าสอนอย่างไรครับให้เกิดการเรียนรู้ ท่านประธานก็คงจำได้ ผมอภิปรายในสัปดาห์ที่แล้วนะครับ ๕ บวก ๑ กับ ๑ บวก ๕ ๒ คูณ ๓ กับ ๓ คูณ ๒ วิธีการแบบนี้ไม่อยู่ในแผนของการปฏิรูปการศึกษาเลยนะครับ เพราะมันจะต้องลงไปแก้ที่ตัวครู ไปเปลี่ยนวิธีการสอนของครู กำกับให้ครูสอนจริงตามนั้นในห้องเรียนจริงครับท่านประธาน แต่สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นภายใต้ระบบและกลไกการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการครับ ท่านประธาน ผู้บริหารการศึกษาของกระทรวง ขออนุญาตถามตรง ๆ ว่าท่านเคยคิดถึง นักเรียนหรือไม่ในการปฏิรูปการศึกษา เพราะโครงการที่ท่านเสนอมานั้นเป็นโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับระบบและกลไกเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของข้าราชการ ในกระทรวงศึกษาธิการเป็นสำคัญเท่านั้น แล้วก็ความสะดวกในการทำงานของข้าราชการ ในกระทรวงจะทำให้เกิดคุณภาพของนักเรียนดีขึ้นหรือไม่ ไม่มีคำตอบครับท่านประธาน นี่คือคำถามที่ผมคิดว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวครับท่านประธาน ผมจึงอยากขออนุญาตฝากเรื่องนี้ไปยังสภาพัฒน์ โดยเฉพาะท่านเลขาธิการ ซึ่งจะต้อง เป็นผู้ประสานในเรื่องเหล่านี้ ที่ผมต้องฝากกับท่านเพราะว่าผมเห็นใจสภาพัฒน์ ผมไม่ต้องการ ให้สภาพัฒน์ต้องเป็นจำเลยต่อความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศครับ และผมอยาก เปลี่ยนให้สภาพัฒน์เป็นโจทย์ของการปฏิรูปประเทศครับ เพราะว่าจำเลยที่แท้จริงคือกระทรวง ในกรณีนี้คือกระทรวงศึกษาธิการในฐานะที่ปฏิบัติไม่ได้ แผนของสภาพัฒน์ไม่ได้เป็นปัญหา แต่เป็นปัญหาอยู่ที่การปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตฝากดังนี้ครับ

ข้อที่ ๑ ขอให้วัดคุณภาพของตัวนักเรียนที่เปลี่ยนแปลง วัดที่คุณภาพของ ตัวนักเรียนที่เปลี่ยนแปลงเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการปฏิรูปครับ เรื่องอื่นสภาพัฒน์ ไม่ต้องไปสนใจครับ เขาจะรายงานอะไรให้เขารายงานไปเลยครับ แล้วถามคำเดียวว่า คุณภาพนักเรียนดีขึ้นหรือเปล่า ดีขึ้นตรงไหนเอาหลักฐานมายืนยัน อันนั้นคือตัวชี้วัด การเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการศึกษาครับ นั่นคือข้อฝากข้อที่ ๑

ข้อฝากข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ขอให้รัฐบาลได้กำกับให้สำนักงบประมาณ จัดงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปที่ท่านปรับปรุง เดี๋ยวผมจะ อภิปรายต่อไปครับ เพราะว่าสภาพัฒน์ทำแผนมา รวบรวมแผนมาด้วยความยากลำบาก แต่งบประมาณมันไม่เป็นไปตามนั้นหรอกนั้น กำลังคนก็ไม่เป็นไปตามนั้น อำนาจการจัดการ ก็ไม่เป็นไปตามนั้น แล้วถ้าอย่างนี้จะให้แผนสำเร็จแล้วให้สภาพัฒน์รับผิดชอบได้อย่างไร สภาพัฒน์รับผิดชอบ ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ ผมผ่านท่านประธานไปยัง ท่านเลขาธิการนะครับ ท่านต้องไม่ทำตัวเป็นจำเลย ท่านต้องลุกขึ้นมาเป็นโจทย์ และจำเลย ที่แท้จริงคือกระทรวงในฐานะผู้ปฏิบัติแผนนะครับท่านประธาน

ข้อสุดท้ายครับ ขอให้สภาพัฒน์ได้รายงานกับรัฐบาลในเรื่องของกฎระเบียบ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติแผนครับ กฎระเบียบนี้มี ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ คือ เรื่องของการจัดซื้อจ้างที่กรมบัญชีกลางรับผิดชอบ ขอให้เป็น การจัดซื้อจัดจ้างคุณภาพ ไม่ใช่การจัดซื้อจัดจ้างที่ราคาต่ำแต่เพียงอย่างเดียวนะครับ ราคาที่ถูกต้องเป็นธรรมเป็นเรื่องสำคัญครับ แต่คุณภาพก็สำคัญเช่นเดียวกันครับ ไม่ใช่ ทิ้งคุณภาพเอาแต่ราคา

ประการที่ ๒ เรื่องอีบิดดิง (e-Bidding) จะต้องทำให้กรมบัญชีทำให้อีบิดดิง (e-Bidding) เป็นอีบิดดิง (e-Bidding) ที่โปร่งใสจริง ๆ ไม่ใช่เป็นอีบิดดิง (e-Bidding) ที่มีการกล่าวหาว่ามีการขายข้อมูลของการประมูลเกิดขึ้นครับท่านประธาน

และอันสุดท้าย กฎระเบียบที่ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ สตง. ตรวจผลสำเร็จของการปฏิบัติราชการ ไม่ใช่ตรวจเอกสาร ไม่ใช่ตรวจกระบวนการ ใช้งบประมาณครับ แต่ตรวจผลสำเร็จของแผนปฏิรูปประเทศครับ ถ้าอย่างนี้แล้วสภาพัฒน์ ก็จะมี สตง. เป็นตัวช่วยในการที่จะแก้ไขปัญหานี้

ผมขออนุญาตสรุปครับท่านประธานว่า ตัวอย่างที่ผมยกมานี้เป็นตัวอย่าง ที่ผมเห็นใจสภาพัฒน์ และผมอยากให้สภาพัฒน์กล้า ๆ หน่อยครับ รายงาน ท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับว่ากระทรวงนี้มีปัญหาทางเทคนิคครับ ท่านไม่มีความรู้จะแก้ เรื่องนี้ครับ กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนแปลงคุณภาพนักเรียนไม่ได้ครับ เพราะท่านไม่รู้วิธี จะทำอย่างไรครับ พูดกับท่านนายกรัฐมนตรีตรง ๆ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ กฎระเบียบ ของทางราชการมีปัญหาจริง ๆ ครับ และเกิดปัญหาแบบนี้ครับ ผมคิดว่าความกล้าหาญ ของสภาพัฒน์จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง และถึงตอนนั้น ประชาชนในกรณีการศึกษาก็คือตัวนักเรียนจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง อันนั้นคือ สิ่งที่เราคาดหวังครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน