สกุณา วิจารณ์การปฏิรูปเกษตร มูลค่าสูง ชี้โครงสร้างราชการไร้ประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

สกุณา สาระนันท์ หารือความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศด้านการสร้างเกษตรมูลค่าสูง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวจากโครงสร้างราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ การจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของประชาชน และการผลักดันโครงการที่ขาดการมีส่วนร่วมจากชุมชน โดยยกตัวอย่างปัญหาโครงการปลูกป่าในสกลนครและการจัดหาน้ำเพื่อเกษตรที่ไม่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่จริง รวมถึงปัญหาดินเค็มและน้ำใต้ดินน้อยที่ทำให้เกษตรกรเข้าถึงโครงการได้ยาก ในขณะที่บางพื้นที่ได้รับการสนับสนุนเกินความจำเป็น นอกจากนี้ยังวิพากษ์การใช้งบประมาณที่ขาดการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน การเข้าถึงมาตรฐาน อย. ที่ยากสำหรับเกษตรกร และตัวชี้วัดที่เน้นกิจกรรมมากกว่าผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานส่วนกลางนำปัญหาในพื้นที่มาออกแบบแผนงานอย่างแท้จริง พร้อมผลักดันให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แก้ปัญหาโดยตรงเพื่อให้การปฏิรูปประเทศนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศดิฉันให้ความสำคัญ ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะในข้อ ๕.๑ เรื่องการสร้างเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งพอดูแล้ว ดิฉันมีความกังวลว่ามันไม่มีความคืบหน้านะคะ สิ่งหนึ่งที่เป็นประเด็นที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุหลักของความไม่สำเร็จ ความล้มเหลวของการปฏิรูปประเทศนั่นก็คือการทำงาน ภายใต้โครงสร้างแบบรัฐราชการที่ขาดประสิทธิภาพค่ะ

ประเด็นแรก ที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตเห็นนั่นก็คือว่าการตั้งโจทย์ การตั้งปัญหา มันไม่ตรงตามปัญหาของประชาชน โจทย์ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ข้าราชการประจำคิดว่า ปัญหาของประชาชนคืออะไร คิดเอาเอง คาดเอาเอง ดังนั้นมันจึงไม่ตอบปัญหาจริง ๆ ของประชาชน แล้วก็เส้นทางของการที่ปัญหาของประชาชน เส้นทางของงบประมาณ จะไปตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนก็เป็นเส้นทางที่ซับซ้อนแล้วก็มีโอกาสที่จะไม่เกิด ประโยชน์อย่างมาก อย่างเช่นข้าราชการประจำในพื้นที่ก็จะส่งโครงการหรือแผนงาน ตามสิ่งที่ตัวเองคิด หรือส่วนใหญ่ตามสิ่งที่ตัวเองคิด มีบางส่วนที่ตรงตามสิ่งที่เป็นปัญหา ในพื้นที่ แต่หลังจากส่งไปที่จังหวัด จังหวัดก็มัวแต่อ้างว่าต้องส่งทั้งหมดรวบรวมปัญหาเหล่านี้ ให้กับหน่วยเหนือเพื่อพิจารณา ท่านประธานที่เคารพคะ ตัวแทนจากกระทรวง จากสภาพัฒน์ หรือจากที่อื่น ๆ เขาไม่ได้เห็นหน้าเกษตรกร หน้าประชาชนที่จะรับ งบประมาณนั้นด้วยซ้ำ รับแผนการพัฒนานั้นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นดิฉันไม่อยากเห็นจังหวัด มีข้ออ้างที่จะไม่กลั่นกรองโครงการต่าง ๆ แล้วไปอ้างว่าจะต้องส่งให้คนอื่นพิจารณา ดิฉัน จะขอยกตัวอย่างนะคะ อย่างเช่น โครงการที่จังหวัดสกลนคร มีโครงการที่ส่งเสริม ให้ชาวบ้านปลูกป่า อนุมัติงบประมาณมากมายนะคะ ดิฉันถามว่าที่สกลนครวันนี้ก่อนที่จะไปส่งเสริมให้ปลูกป่ามันมีโครงการอื่น ๆ ที่สำคัญกว่านั้น อีกมากมาย เราได้ไปถามเกษตรกรหรือยัง เมื่อดิฉันเห็นโครงการนี้ดิฉันย้อนไปถาม เกษตรกรว่าระหว่างการเริ่มปลูกป่าวันนี้กับการหารายได้จากป่าเกษตรกรสนใจโครงการ แบบไหน แน่นอนที่สุดค่ะก็ได้คำตอบว่าเขาต้องการสร้างรายได้จากป่าที่เขามี ถ้าเกิดเขา สามารถสร้างรายได้ได้จากองค์ความรู้ที่นำลงไป พาเขาเพาะกล้าผักหวาน พาเขาปลูกเห็ด พื้นถิ่น เพาะไข่มดแดง ประเภทนี้สร้างรายได้ได้ หลังจากนั้นรัฐบาลแทบจะไม่ต้องส่ง งบประมาณประเภทที่แจกกล้าไม้ หรือปลูกป่าให้ชาวบ้าน ชาวบ้านก็สามารถที่จะปลูกป่า เพิ่มได้เองค่ะ

แล้วโครงการที่ ๒ ที่ดิฉันจะขออนุญาตยกตัวอย่าง ก็อย่างเช่นโครงการ ที่เกี่ยวกับการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ท่านประธานที่เคารพคะ ที่ภาคอีสานมีปัญหา ในเรื่องแหล่งน้ำมาโดยตลอด แต่โครงการต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ อย่างเช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่จัดโครงการเข้าไปให้กับประชาชน ประชาชนในพื้นที่ของดิฉัน ไม่สามารถที่จะขอรับงบประมาณ ขอรับโครงการอันนั้นได้เลยนะคะ เพราะว่ามันจะติด เงื่อนไขต่าง ๆ นานาที่ข้าราชการหรือหน่วยงานจากกรมต่าง ๆ สร้างโครงการที่ไม่เหมาะสม กับเกษตรกรในพื้นที่ค่ะท่านประธาน อย่างเช่น โครงการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีโครงการหลายประเภท หลายแบบ แบบที่ ๑ ๑๐๐ ไร่ เกษตร ๕-๗ คน แบบที่ ๒ ๓๐๐ ไร่ แบบที่ ๓ ๕๐๐ ไร่ แล้วก็กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ แต่ภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้นก็ยังมี กำหนดว่าปริมาณน้ำใต้ดินต้องเท่านั้นเท่านี้ เกษตรกรอำเภอวานรนิวาส อำเภอบ้านม่วง ซึ่งเรามีปัญหาเรื่องดินเค็ม น้ำเค็ม มีปัญหาเรื่องปริมาณน้ำใต้ดินน้อยอยู่แล้วไม่มีโอกาสรับ โครงการเหล่านั้นเลยค่ะท่านประธาน ในขณะที่บางพื้นที่ ซึ่งมีแหล่งน้ำมากมายอยู่แล้ว ข้าราชการก็ดูข้อมูลจากดาวเทียมนะคะว่าตรงนั้นแหล่งน้ำเพียงพอก็อนุมัติ แหล่งน้ำใต้ดิน เพียงพอก็อนุมัติทั้งที่ไม่ได้ไปดูบริบทจริง ๆ เลยว่าเกษตรกรเขาใช้อันนั้นได้หรือเปล่า ดังนั้น เราจึงเห็นทั่วไปเลยว่ามันก็จะมีแท็งก์ (Tank) น้ำ มีการขุดเจาะแล้วไม่มีเกษตรกรได้ใช้น้ำ อย่างจริง ๆ ท่านประธานคะ ดิฉันพยายามที่จะยกตัวอย่างให้เห็นความชัดเจนของ ความล้มเหลวในการปฏิบัติแผนปฏิรูปประเทศภายใต้ระบบรัฐราชการแบบเดิม ๆ แบบนี้ค่ะ ในประเด็นที่ว่าข้าราชการไม่ได้ไปศึกษาปัญหาที่แท้จริงของประชาชน

ในประเด็นต่อมานะคะ ที่ดิฉันอยากจะพูดถึงก็คือนอกจากตั้งโจทย์ไม่ถูก ในการปฏิบัติก็ยังผิดพลาดค่ะท่านประธาน อย่างเช่นเรื่องการใช้งบประมาณ แม้ว่าคุณ ตั้งโจทย์ถูก งบประมาณถูกอนุมัติมาแล้ว การใช้งบประมาณก็เป็นชิ้น ๆ ไม่เชื่อมต่อกัน วันนี้ดิฉันจะขอพูดเรื่องน้ำบาดาลเยอะนิดหนึ่งนะคะ เพื่อให้การยกตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นบางพื้นที่ บางชุมชนได้รับงบประมาณในเรื่องการขุดเจาะบ่อบาดาล หน่วยงานอื่น ที่จะสามารถเพิ่มมูลค่า หรือแนะนำพืชผลเกษตรที่มีมูลค่าสูงก็ไม่เคยได้มาเชื่อมต่อกันเลย หน่วยงานภาครัฐที่มีองค์ความรู้ที่จะเพิ่มมูลค่าของพืชผลเกษตรอย่างไรก็ไม่เคย มีการมาเชื่อมต่อกันเลย รวมถึงในเรื่องมาตรฐาน ซึ่งสำคัญมากอย่างเช่น มาตรฐาน อย. ซึ่งเป็นใบเบิกทางที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร วันนี้ดิฉันพบว่าหน่วยงานที่ดูแลในเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์กับหน่วยงานที่ให้มาตรฐานนี้ไม่เคยยื่นมือลงมาเชื่อมกันได้เลย ทิ้งภาระต่าง ๆ ให้เกษตรกรตลอดเวลา หลายครั้งที่ดิฉันลงพื้นที่ติดตามว่าเกษตรกร ที่ต้องการขอมาตรฐาน อย. นี้ติดอะไร บ่อยครั้งได้รับคำตอบจากเกษตรกรว่าเอกสาร เขาไม่ครบ ท่านประธานทราบหรือไม่คะคำว่าเอกสารไม่ครบความผิดไม่อยู่ที่ตัวเกษตรกร หรือผู้ประกอบการนะคะ ถามดูแล้วปรากฏว่าเอกสารนั้นต้องผ่านการอบรมจากหน่วยงาน ซึ่ง อย. ไม่ยอมให้หน่วยงานอื่นร่วมมือในการอบรม กว่า อย. จะลงมาอบรมก็ปี ๒ ปีผ่านไป อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งมันทำให้เกิดปัญหา ทีนี้ในทางปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันเห็นว่ามันมีปัญหาก็คือ เรื่องของตัวชี้วัดค่ะ วันนี้หลายหน่วยงานมีตัวชี้วัดที่ชี้วัดแค่กิจกรรม ชี้วัดแค่ว่า คุณใช้งบประมาณตามกิจกรรมที่เขียนขอไปหรือไม่ แต่ไม่เคยชี้วัด ไม่เคยไปวัดประโยชน์ ที่เกิดขึ้นกับประชาชนค่ะ ดิฉันเองได้มีโอกาสติดตามการทำงานของหน่วยงานหนึ่งนะคะ ที่นำเอาองค์ความรู้ลงไปสู่ชุมชน ปรากฏว่ามีอาจารย์จากมหาวิทยาลัย มีความตั้งใจ ที่จะไปทำงานร่วมกับชุมชน แต่ก็ยังติดปัญหาว่าตัวชี้วัด การติดตามผลงานรายงาน จากข้าราชการ จากผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นอุปสรรคต่อการทำงานที่จะสร้างประโยชน์ ให้ถึงประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะเรียนผ่านไปยัง ผอ.สกสว. ว่าให้พิจารณาเรื่อง ตัวชี้วัดนี้ใหม่ค่ะ โครงการไหนที่เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง เขาเรียกว่าเป็นตัวประกัน บอกว่าจะเอาประโยชน์นี้ลงถึงประชาชน ขอความกรุณาว่าอย่ามาหาประโยชน์ในเรื่อง การทำงานวิจัย หรือประโยชน์ในการสร้างผลงานทางวิจัย หรือจะหาผลประโยชน์ก็ให้เป็น เพียงส่วนน้อย อย่าเอาเรื่องนี้เป็นตัวตั้งเป็นตัวหลัก ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่ออาจารย์ ที่เขาต้องการที่จะเอาผลงานวิจัยลงสู่ประชาชนอย่างจริงจังค่ะ จากปัญหาทั้งหมดดิฉัน ก็ขอเสนอแนะทางออกนะคะ

๑. ก็คือกรมในส่วนกลางต้องนำปัญหาที่เป็นปัญหาของประชาชนจริง ๆ โดยกำกับให้ข้าราชการในพื้นที่ลงชุมชนนะคะ

๒. กรมส่วนกลางต้องนำปัญหาจริงของประชาชนบรรจุลงไปในแผนงาน และโครงการเพื่องบประมาณ

๓. เจ้าหน้าที่ในกรมเมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณ จะต้องลงไปดูพื้นที่จริง และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดนะคะ

สิ่งที่ดิฉันเสนอแนะทางออกไม่ใช่สิ่งที่ทำไม่ได้ หรือว่าเป็นเรื่องยากค่ะ ท่านประธาน มันสามารถทำได้นะคะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง ในบางครั้งนะคะที่มีเหตุการณ์ ที่เกิดจริงและเป็นผลดีกับประชาชน ดิฉันก็อยากจะเอามานำเสนอในสภาแห่งนี้ อย่างเช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล หลังจากที่ดิฉันได้หารือไปว่าพื้นที่ของดิฉันมีปัญหาเรื่องน้ำบาดาลมาก ท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ๑๐ ก็ได้ลงไปดูพื้นที่ แล้วก็ทราบว่าปัญหามันมีอยู่จริง โครงการที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นมันไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชน ท่านก็ยังมานั่งดูว่ามันจะสามารถ หาโครงการอื่นเสริม หรือมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร นี่คือตัวอย่างที่ดิฉันอยากจะย้ำให้เห็นว่า วันนี้มีความสำคัญมากค่ะท่านประธาน ทางรัฐมนตรีจะต้องย้ำผู้ปฏิบัติในพื้นที่ได้ลงไป ในพื้นที่ ได้ไปศึกษาปัญหาจริง ๆ ของประชาชน เพราะว่านี่จะเป็นทางออกและจะทำให้ แผนการปฏิรูปประเทศของท่านประสบความสำเร็จได้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ