พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล หารือประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณและบุคลากรเพื่อสนับสนุนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการปรับโครงสร้างองค์กรโดยขาดการพัฒนาทรัพยากรอย่างเพียงพอ และเรียกร้องให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องวางแนวทางรองรับผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจจากนโยบายพลังงานอย่างเป็นระบบ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันจะพูดถึงบิ๊กร็อก (Big Rock) นี้ประเด็นสำคัญเรื่องของเศรษฐกิจ ได้เน้นถึงการส่งเสริมและพัฒนาการของ การท่องเที่ยวคุณภาพสูง ซึ่งเป็นประเด็นดิฉันจะพูดถึง
เรื่องแรก ดิฉันต้องขอขอบพระคุณสภาพัฒน์ที่ทำงานอย่างขะมักเขม้น แล้วก็ มีเอกสารดี ๆ ออกมาให้เราได้ทำงานกัน แต่เราต้องเชื่อว่าปัญหาของสภาพัฒน์เองก็มีมาก ด้วยภารกิจที่มากมาย ขาดแคลนทั้งกำลังคนทั้งงบประมาณ ดิฉันร้องขอท่านประธานนะคะ ผ่านถึงนายกรัฐมนตรีช่วยให้งบประมาณทั้งกำลังคน ช่วยสนับสนุนความรู้ ความสามารถ และกำลังคน งบประมาณของสภาพัฒน์ให้ได้มากขึ้น เพราะปัญหาของสภาพัฒน์คือนักคิดนะคะ สภาพัฒน์มีปัญหามากในการนำความคิดนี้มาประยุกต์ใช้ในภาคปฏิบัติผ่านทางราชการ ทั้งหมดที่ซึ่งยังไม่คุ้นชินกับการปฏิรูประบบราชการและปฏิรูปประเทศ ท่านประธานคะ ดิฉันขอพูดเรื่องที่ดิฉันมีความชำนาญคือเรื่องของการท่องเที่ยวและเรื่องของพลังงาน
ในเรื่องของการท่องเที่ยวดิฉันดูเรื่องของนโยบายทางด้านยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยว คือในช่วงที่เรามีปัญหาโควิด (COVID) อย่างรุนแรง ในยุทธศาสตร์ การท่องเที่ยวเขียนว่าจุดประสงค์ที่เป็นผลลัพธ์ตอนสุดท้ายนี่น่าจะเป็นการฟื้นฟูอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเมื่อสิ้นสุดโควิด-๑๙ (COVID-19) ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ และการปรับตัวของภาคท่องเที่ยวเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่คือโพสต์โควิด (Post COVID) ท่านประธานคะ ดิฉันมีความหวังจากการเห็นความท้าทายในการขับเคลื่อน แบบนี้ แต่สิ่งที่ทำคือ ๑. ต้ององค์กรพัฒนาพิเศษเพื่อการศึกษาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือเป็น การแค่โอนย้ายหน่วยงานค่ะท่านประธาน โอนย้ายหน่วยงานเข้าสู่สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ให้เจตนารมณ์ในการพัฒนาประเทศสอดคล้อง ไปทิศทางเดียวกัน ท่านประธานคะ เพียงแค่การย้ายองค์กรเข้าสู่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ซึ่งจังหวัดกระบี่ ดิฉันมีข้าราชการจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประมาณ ๒ หรือ ๓ คน จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากมายอย่างนั้น ท่านประธานคะ การเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป มันไม่ใช่มีแค่การเปลี่ยนแปลงในการตั้งองค์กรหรือเปลี่ยนองค์กร แต่เป็นการสร้าง ความเปลี่ยนแปลงในแนวคิด สร้างความเปลี่ยนแปลงในการเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ที่จะให้ มีการขับเคลื่อนและให้ประชาชนได้รับประโยชน์จริงที่สุด ดิฉันมองไม่เห็น เพราะดิฉัน บอกตั้งหลายครั้งพูดจนอายตัวเองแล้วว่าปัญหาการท่องเที่ยวตอนนี้โควิด (COVID) ที่กำลัง จะพังอยู่วันนี้ ไมโครเอสเอ็มอี (Micro SMEs) ร้อยละ ๘๐ ยังไม่ได้รับการดูแลเลยค่ะ แล้วตั้งองค์กรนี้ไปเพื่ออะไรคะในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ ปัญหานี้จะแก้ไขปัญหาหลังโควิด (COVID) ได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้แนวทางที่ ส.ส. เสนอ ไปในสภายังไม่ได้รับการดูแลอย่างจริง ๆ จัง ๆ เลย ดิฉันขอฝากไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ดิฉันไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเพียงแค่การตั้งองค์กรย้ายเข้าในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภารกิจโดยไม่มีงบประมาณและไม่พัฒนาบุคลากรในการสนับสนุนการท่องเที่ยว จะเกิดประโยชน์ได้ เพราะคนที่เก่งคือ ททท. ทำงานน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่มีคนเก่งอยู่มหาศาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครึ่งหนึ่งดูแลการท่องเที่ยว ครึ่งหนึ่งดูแลการกีฬา และคนส่วนมากมาจากภาคกีฬาไม่สามารถตอบโจทย์ของการท่องเที่ยวได้ สภาพัฒน์ ควรจะเสนอการปฏิรูปและดูสแกน (Scan) พิเศษของบุคลากรในกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาว่ามีท่องเที่ยวกี่คนและกีฬากี่คนเพื่อตอบสนองนโยบายนี้ได้ เพราะถึงสภาพัฒน์ จะมีนโยบายที่สวยหรูอย่างไรก็แล้วแต่ข้าราชการไม่สามารถทำแผน หรือทำฝัน หรือนโยบาย ต่าง ๆ ของสภาพัฒน์ได้จริง แก้ไขปัญหาได้ตรงลงที่ประชาชน
เรื่องที่ ๒ อันนี้ตกใจใหญ่ท่านประธานคะ เรื่องที่ ๒ คือยกระดับสถาบัน พลศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ มกข. ยกระดับฟังดูดีท่านประธานคะ จังหวัดกระบี่ ของดิฉันไม่มีมหาวิทยาลัยเลย และรอเรื่องนี้มา ๒ ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ วันนี้ปัญหาคือ การจัดสรรอธิการบดียังไม่สำเร็จนะคะท่านประธาน แค่เปลี่ยนป้ายใช้งบ ๑๐๐,๐๐๐ บาท จะสร้างความเปลี่ยนแปลงไหมคะ แนวคิดของการใช้พลศึกษาเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เพื่อสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงสู่โพสต์โควิด (Post COVID) ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงจาก การเปลี่ยนจากพลศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยที่ซึ่งยังมีความเห็นแก่ตัว ความสับสนของ ข้าราชการที่มาเอาตำแหน่งแต่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ในโครงสร้างและความรู้ที่จะ เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของประชาชนได้ ดิฉันคิดว่านี่ไม่ตอบโจทย์ค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน สุดท้ายแล้วค่ะ ดิฉันมาจากจังหวัดกระบี่ดูแล นโยบายสวนปาล์ม อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ดิฉันก็เชื่อ ดิฉันก็อยากจะได้ แต่ท่านประธานคะทุกวันนี้อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มใช้พลังงาน กว่าร้อยละ ๖๐ เพื่อการพลังงาน ร้อยละ ๔๐ เพื่อการบริโภคในประเทศ การใช้อุตสาหกรรม รถไฟฟ้านี้จะก่อให้เกิดความหายนะแห่งนโยบายพลังงานทางเลือกที่ซึ่งกองทุนพลังงาน จะยกเลิกแล้วภายใน ๓ ปีข้างหน้า คือพลังงานไบโอดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ดิฉันไม่ได้บอกว่า ห้ามทำค่ะ แต่ดิฉันถามหาความรับผิดชอบของกระทรวงพลังงานที่ได้เสนอให้นโยบาย พลังงานทางเลือกหรือนโยบายชีวภาพนี้เป็นนโยบายหลักของกระทรวงพลังงาน เมื่อ ๑๐ ปีก่อน และวันนี้บนดิสรัปชัน (Disruption) คือความสูญสลายของระบบนี้ จะทดแทนหรือส่งเสริมเกษตรกรให้ยืนอยู่ได้อย่างไรคะ ได้คิดหรือยังคะว่าปาล์มทั้งหมด จะโค่นให้หมดทั้งประเทศเลย หรือคิดจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้เกษตรกรชาวสวน ปาล์มและอ้อยอยู่ได้ เพราะ ๒ ใน ๕ ตัวนี้คือพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ เราจะละเลย สิ่งนี้ไม่ได้ มองต้องมองอย่างรอบด้านและตอบโจทย์ทั้งหมด ดิฉันสนับสนุนให้มีอุตสาหกรรม รถไฟฟ้า แต่ต้องมองระยะยาวเห็นถึงประโยชน์ความเสียหายของประชาชนและสร้างระบบ โครงสร้างทดแทนความเสียหายนี้ด้วยค่ะ การรายงานใน ๓ เดือนนี้ได้ประโยชน์นะคะ และดิฉันพยายามจะมาทุกครั้งเพื่อสนองถึงผลของการศึกษาเพื่อให้ตอบโจทย์ประชาชน ให้ได้มากที่สุด ขอบคุณมากค่ะ