อนุชา จี้ กสศ. เร่งปฏิรูปการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ สรุปกฎหมาย ๑๒ แผน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

อนุชา นาคาศัย หารือประเด็นการปฏิรูปการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยกล่าวถึงโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนของ กสศ. และสรุปสถานะกฎหมายภายใต้แผนปฏิรูปทั้ง ๑๒ แผน พร้อมยกตัวอย่างกฎหมายสำคัญที่ผ่านไปแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ๒๕๖๓

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ หรือผู้แทนในแต่ละด้าน ท่านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ชี้แจงรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตาม แผนปฏิรูปประเทศราย ๓ เดือน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามที่กระผมได้แจ้งไปเมื่อรอบการรายงานครั้งก่อนหน้านี้ว่าได้มีการปรับปรุงแผน การปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งบัดนี้ได้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน ได้ดำเนินการจัดทำร่างแผนปฏิรูป ประเทศ ฉบับปรับปรุงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่าง แผนดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ โดยจะได้เสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเพื่อทราบก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน สำหรับการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ในรอบนี้เป็นการสรุปประมวลผลการดำเนินงานตามเรื่องและประเด็นปฏิรูปของแผนปฏิรูป ประเทศทั้ง ๑๒ ด้าน เพื่อให้เห็นถึงภาพรวมความคืบหน้า การดำเนินงาน รวมถึงสถานะ ความคืบหน้าของกฎหมายตั้งแต่มีการประกาศใช้แผนการปฏิรูปประเทศ จนถึงสิ้นเดือน กันยายน ๒๕๖๓ โดยสรุปดังนี้

ความคืบหน้าในการกิจการสำคัญของแผนปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๒ ด้าน ที่ได้กำหนดเรื่องและประเด็นปฏิรูปไว้จำนวนทั้งสิ้น ๑๗๓ เรื่อง โดยจัดลำดับความสำคัญ ความสำเร็จเป็น ๔ ลำดับ แบ่งออกเป็นดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน จำนวน ๑๗ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๐ ดำเนินสำเร็จมากกว่าร้อยละ ๗๕ ของแผน จำนวน ๗๐ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๐ ดำเนินการได้ร้อยละ ๕๐ ถึงร้อยละ ๗๕ ของแผน จำนวน ๖๒ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๖ และดำเนินการได้น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของแผน จำนวน ๒๐ เรื่อง และประเด็นปฏิรูป หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๔ โดยขอยกตัวอย่างเรื่องและประเด็นปฏิรูปของแผนปฏิรูปประเทศ แต่ละด้านที่มีความคืบหน้าและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ดังนี้

๑. ด้านการเมือง เช่นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อปฏิรูปประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้พัฒนาการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ผ่านมา โดยได้เผยแพร่ต้นแบบสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งได้นำเทคโนโลยี ดิจิทัล (Digital) มาเสริมประสิทธิภาพกระบวนการเลือกตั้งด้วย

๒. ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เช่นบริการภาครัฐสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ชีวิตประชาชน โดยการจัดทำบิสโพรทัล (Biz Portal) เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ประชาชนในการติดต่อขออนุญาตกับหน่วยงานราชการผ่านระบบออนไลน์ (Online) และภาคธุรกิจสามารถติดต่อราชการได้แบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ณ จุดเดียวผ่านทางช่องทาง ออนไลน์ (Online) และติดตามสถานะคำขออนุญาตตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยปัจจุบันสามารถ ดำเนินการได้ครอบคลุม ๒๕ ประเภทธุรกิจ ๗๘ บริการใบอนุญาต เช่น ธุรกิจร้านอาหารและ เครื่องดื่ม ธุรกิจร้านค้าปลีก ธุรกิจรีสอร์ต (Resort) ขนาดเล็กและโรงแรม

๓. ด้านกฎหมาย เช่นมีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและ เท่าที่จำเป็น รวมทั้งมีกลไกในการทบทวนกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับ หลักการตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยใช้พระราชบัญญัติ หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นเครื่องมือในการกำกับและควบคุมการจัดทำ และทบทวนกฎหมายเพื่อพัฒนาให้เป็น กฎหมายที่ดี

๔. ด้านกระบวนการยุติธรรม เช่นการพัฒนากลไกช่วยเหลือ และเพิ่มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดให้มีทนายความประจำทุกสถานีตำรวจ เพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ตลอดจนเข้าร่วม ในการสอบสวนในคดีที่กฎหมายบังคับให้มีทนายความเข้าร่วมในการสอบสวน ปัจจุบัน ดำเนินการแล้ว ๑๕๐ สถานีตำรวจทั่วประเทศ

๕. ด้านเศรษฐกิจ เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหาร จัดการเชิงรุก โซนนิง บาย อะกริ-แมป (Zoning by Agri-Map) เพื่อปรับเปลี่ยนการผลิต ตามสภาพพื้นที่เป้าหมาย จำนวน ๑๒๘,๓๒๐ ไร่ และปัจจุบันได้ดำเนินการปรับเปลี่ยน กิจกรรมการผลิตในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมแล้ว จำนวน ๑๐๑,๒๖๒ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๗๘.๙๑ ของพื้นที่เป้าหมาย

๖. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การบริหารจัดการขยะ ในทะเลและชายฝั่ง โดยนโยบายประชารัฐขจัดขยะทะเล ซึ่งสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน ภาคสังคม พร้อมทั้งเปิดศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต และได้จัดทำโครงการคลีน ซีส์ แคมเปญ (Clean Seas Campaign) พึ่งภายใต้ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติยูไนเต็ด เนชันส์ เอนไวรอนเมนต์ โปรแกรม (United Nations Environment Program) เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และไมโคร (Micro) พลาสติก

๗. ด้านสาธารณสุข เช่น ระบบสุขภาพปฐมภูมิ คลินิกหมอครอบครัว โดยการพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งมีกลไกการขับเคลื่อนผ่านสหวิชาชีพ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ที่เป็นหนึ่งในตัวแทนของแต่ละตำบล ในการทำหน้าที่ให้ความรอบรู้ด้านสุขภาวะแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงาน ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิ และเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิจำนวนทั้งสิ้น ๑,๙๙๑ ทีม

๘. ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การปฏิรูปแนวทาง การกำกับดูแลสื่อออนไลน์ (Online) โดยดำเนินโครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหา ข่าวปลอม และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน ดำเนินการผ่านช่องทางสื่อสังคม ออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ

๙. ด้านสังคม เช่น การปฏิรูปการออม สวัสดิการ และการลงทุนเพื่อสังคม โดยมีการส่งเสริมการออมในกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเพิ่มยอดสมาชิกองทุน ซึ่งปัจจุบัน มีสมาชิก จำนวน ๒,๓๘๔,๕๒๙ คน จากหลากหลายกลุ่มอาชีพ อาทิ เกษตรกร รับจ้างทั่วไป ค้าขายและอาชีพอิสระ

๑๐. ด้านพลังงาน เช่น การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงาน อย่างคุ้มค่าในกลุ่มอุตสาหกรรม มีการดำเนินโครงการหลายโครงการเพื่อสนับสนุนให้ โรงงานอุตสาหกรรมลดการใช้พลังงาน โดยที่ผ่านมาประหยัดพลังงานได้ไม่น้อยกว่า ๒๖๐ พันตันน้ำมันดิบ สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ไม่น้อยกว่า ๒,๖๐๐ ล้านบาท

๑๑. ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เช่น ด้านการปราบปราม ๒ ได้จัดทำและบูรณาการโครงข่ายฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ คดีทุจริตและประพฤติมิชอบของทุกหน่วยงาน ผ่านระบบสารสนเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล คดีทุจริต และระบบบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน และคดีเพื่อใช้ในการตรวจสอบสถานะ การเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม

๑๒. ด้านการศึกษา เช่น การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ได้ดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุน นักเรียน กสศ. อาทิ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทุนครูรักถิ่น ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชน เป็นฐาน ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ให้แก่กลุ่มนักเรียนช้างเผือกที่มีฐานะยากจน กลุ่มล่าง ให้มีโอกาสเรียนต่อและได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่

สำหรับสถานการณ์กฎหมายภายใต้แผนการปฏิรูป จากกฎหมายภายใต้แผน ทั้ง ๑๒ แผนจำนวน ๒๑๖ ฉบับ มีกฎหมายที่แล้วเสร็จจำนวน ๕๐ ฉบับ หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๓ ของกฎหมายที่เสนอทั้งหมด โดยมีกฎหมายสำคัญที่ดำเนินการแล้วเสร็จ เช่น พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติ คุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติสถาบันการเงิน ประชาชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับในรอบเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๓ มีกฎหมายที่แล้วเสร็จเพิ่มเติม จำนวน ๒ ฉบับ ได้แก่ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบูรณาการเพื่อพัฒนา ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน พ.ศ. ๒๕๖๓

การดำเนินงานในระยะต่อไป ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก ที่เคารพครับ สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไปนั้น ตามที่ได้กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกเมื่อตอนต้นว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างแผนปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ และอยู่ระหว่างการรายงานสภาทั้งสอง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ดังนั้นการรายงาน ความคืบหน้าในรอบต่อไปนั้นจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญไปกิจกรรมปฏิรูปที่ส่งผลต่อประชาชน อย่างมีนัยสำคัญ บิ๊กร็อก (Big Rock) จำนวน ๖๒ กิจกรรมของแผนปฏิรูปประเทศ ทั้ง ๑๓ ด้าน โดยเปรียบเทียบความสำเร็จกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่มีการประกาศใช้จนถึงสิ้นสุดระยะเวลาของแผนการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เห็น ความก้าวหน้าในการดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการดำเนินการของแต่ละไตรมาส รวมถึงรายงานผลสำเร็จของแผนปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน โดยการประเมินสถานการณ์ ปัจจุบันตามตัวชี้วัดของผลอันพึงประสงค์เปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อสะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าในภาพรวมและสามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการ ที่เป็นรูปธรรมต่อไป อย่างไรก็ตามกระผม สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำประสบการณ์จากการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงาน ตามแผนปฏิรูปประเทศที่ผ่านมาจากข้อคิดเห็นของท่านต่อการรายงานการดำเนินงาน ตามแผนปฏิรูปประเทศมาปรับปรุงการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินตามกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแนวทางดังกล่าวแล้ว โดยได้ร่วมกันจัดทำแผน ขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) แต่ละกิจกรรมขึ้น เพื่อกำหนดเป้าหมายย่อย ในแต่ละช่วงเวลาสำหรับในการติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าของแต่ละกิจกรรม ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการระบุหน่วยงานร่วมดำเนินการโครงการและดำเนินงาน ที่ส่งผลต่อเป้าหมายของกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) เพื่อเป็นการรองรับการขับเคลื่อน กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ต่อไป ซึ่งจะมานำแผนขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ดังกล่าวเรียนที่ประชุมเพื่อทราบ และใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการรายงานความคืบหน้า การดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศในรอบต่อ ๆ ไปครับ ทั้งนี้สำหรับกิจกรรมของแผน การปฏิรูปประเทศเดิมที่นอกเหนือจากกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ ให้ดำเนินการคู่ขนานไปด้วย ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบรับไปดำเนินการในลักษณะภารกิจปกติ โดยหน่วยงานยังจำเป็นต้องรายงานผลการดำเนินงานทุกสิ้นไตรมาสผ่านระบบอีเมนเซอร์ (eMENSCR) ซึ่งท่านสมาชิกสามารถเข้าไปติดตามตรวจสอบและทำการเสนอแบบ ได้ตามปกติโดยสำนักงานจะได้พัฒนาระบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการติดตาม เสนอแนะและใช้ในการเร่งรัดการดำเนินงานต่อไป

สุดท้ายนี้ กระผมในนามของรัฐบาลขอขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎร เป็นอย่างสูงอีกครั้งที่ได้ให้โอกาสมาชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ สำหรับคำถามและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อการติดตามและเร่งรัดนั้น กระผม พร้อมด้วยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศใคร่ขอน้อมรับและขอชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติม ตามที่ท่านประธานเห็นสมควรในลำดับต่อไปครับ กราบขอบคุณครับ