กนก ชี้ใช้งบ 1.6 หมื่นล้าน ขาดผลลัพธ์-เรียกร้องตรวจสอบร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

กนก วงษ์ตระหง่าน ตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณปี 2563 ที่เน้นตัวเลขแต่ขาดความชัดเจนในผลลัพธ์ต่อประชาชน โดยเฉพาะการจัดสรรที่ไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและประสิทธิภาพการใช้งบในหน่วยงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การอาชีวศึกษา และการสนับสนุนเกษตรกร พร้อมเสนอให้ปรับระบบการรายงานและเพิ่มงบประมาณอย่างเหมาะสม รวมถึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับผิดชอบในการตรวจสอบเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณ 16,000 ล้านบาทเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๓ ที่รายงานโดยกรมบัญชีกลางในวันนี้ครับ ก่อนอื่นครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตชื่นชมกรมบัญชีกลางที่ได้รวบรวมตัวเลขไว้อย่างดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายในเวลาเพียง ๓ เดือนหลังจากการใช้งบประมาณสิ้นสุดลง อันนี้ต้องขออนุญาตชื่นชมนะครับว่า ท่านทำได้ดี อย่างไรก็ตามครับรายงานนี้เป็นรายงานการเบิกจ่าย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การใช้งบประมาณนะครับ ซึ่งมีตัวเลขหมดทั้งเล่ม ตัวหนังสือน้อยมาก มีตัวเลขเยอะมาก นะครับ และผมก็ได้พยายามอ่านเพื่อที่จะเข้าใจความหมายของตัวเลขเหล่านั้นว่ามันเป็น อย่างไร

ในประการแรกครับท่านประธานก็คือว่า ทุกคนมีคำถามหมดนะครับ เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้ว่าผลลัพธ์ของการใช้งบประมาณเหล่านี้มันให้คุณค่าหรือให้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนมากน้อยเพียงใด ซึ่งรายงานอันนี้ไม่มีคำตอบอันนี้ ไม่ได้เป็นความผิดของ กรมบัญชีกลางครับ แต่เป็นความผิดของระบบที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนต่อไป นั่นก็หมายความว่าเราเห็นตัวเลขการใช้เงินนะครับ แต่เราไม่รู้ผลลัพธ์ของการใช้เงิน ตรงนี้ ครับท่านประธานเป็นปัญหาของการวางระบบการรายงานการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ควรจะต้องปรับปรุงและแก้ไข เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่าง เพื่อให้เห็นว่า ผมพยายามอ่านตัวเลขแล้วผมมีคำถาม หรือมีประเด็นอย่างไรบ้าง

ในประเด็นแรกครับ ตัวอย่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพได้ ๙๙ ล้านบาท มีการใช้ไป ๙๙ ล้านบาทครับท่านประธาน ในขณะที่สำนักงานนี้เกี่ยวข้อง โดยตรงกับงานทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างมาก ต่ออนาคตเศรษฐกิจของประเทศ เราไม่สามารถแข่งขัน ผลิตรถยนต์ไปแข่งขัน ผลิตเครื่องไฟฟ้าไปแข่งขันอีกแล้วครับ เพราะว่าตรงนั้นโลคัล คอนเทนต์ (Local Content) ต่ำมาก เราต้องการสิ่งที่มีฐานของประเทศไทยสูง และฐานของประเทศไทยสูงก็คือ ฐานความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ปรากฏว่าเราใช้งบประมาณไปเพียง ๙๙ ล้านบาท ท่านประธาน กรมบัญชีกลางเดินตามผมนะครับแล้วท่านจะเห็นว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน ไม่ได้อยู่ ที่กรมบัญชีกลางครับ แต่อยู่ที่ระบบ กระทรวงศึกษาธิการได้งบประมาณ ๑๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ไปก็ ๑๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ สำนักการอาชีวศึกษาได้งบประมาณไป ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ใช้ไป ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในแผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า ๑๓ ล้านครับ ท่านประธาน หมายความว่าสำนักงานการอาชีวะของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมดใช้เงินไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปเกี่ยวข้องกับการสร้างมูลค่าทางการเกษตร ๑๓ ล้านบาท เท่านั้นเองครับท่านประธาน ในขณะที่อาชีวศึกษาเป็นหัวใจของการสร้างทักษะฝีมือ ของแรงงานเพื่อที่จะเพิ่มผลิตภาพของแรงงานในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร ใช้เงินไป ๑๓ ล้านบาทครับ กรมบัญชีกลางครับ

อันที่ ๓ กระทรวงสาธารณสุขครับท่านประธาน ได้งบประมาณ ๒๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วใช้ไป ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาได้งบประมาณ ๔๓๕ ล้านบาท ใช้เงินไปประมาณ ๔๒๐ ล้านบาท ในแผนงาน ของ อย. คือแผนงานส่งเสริม เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดีใช้งบประมาณไป ๗๐ ล้านบาท โดยประมาณ ซึ่งแผนงานนี้เกี่ยวข้องโดยตรงครับท่านประธาน ต่อการให้การรับรอง มาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเกษตรกรแล้วก็เอสเอ็มอี (SMEs) ครับ ที่จะเอาไปขายได้อย่างปลอดภัย เรียกว่าได้ อย. ครับ ใช้เงิน ๗๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ซึ่งเกษตรกรและเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นฐานสำคัญมากของเศรษฐกิจประเทศ ได้เงินเพียง ๗๐ ล้านบาทครับ อย่างนี้เป็นต้น กระทรวงที่ ๔ คือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้งบประมาณไป ๔๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ไป ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ผมไม่ไล่สำนักงานปลัด สำนักงานวิจัย สำนักงาน พัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาตินะครับ อันนั้นเป็นรายละเอียด ผมขอพูดเรื่องเดียว คือ สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือเรียกว่า สกสว. ซึ่งมีงบบริหารเพียง ๑๓๘ ล้านบาทครับ เขาบริหารเงินก้อนไหนครับท่านประธาน เขาบริหารกองทุนครับ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกองทุน ที่ไม่ใช่นิติบุคคลนะครับ ในรายงานตอนท้ายของเล่ม เป็นเงิน ๑๒,๕๕๔ ล้านบาทครับ ใช้เงิน ๑๓๘ ล้านบาท บริหารเงิน ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน และที่สำคัญ ก็คือ สกสว. ซึ่งเป็นหน่วยนี้เป็นกลไกสำคัญของการจัดสรรงบการวิจัย ๑๒,๕๕๔ ล้านบาทนี้ คำถามก็คือว่าเงินวิจัย ๑๒,๕๕๔ ล้านบาทนี้ช่วยขับเคลื่อนประเทศอย่างไรบ้างครับ ช่วยตอบโจทย์ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างไรบ้างครับ หรือว่ามันเป็นการตอบโจทย์ ความสนใจของนักวิจัยที่อยู่บนหอคอยงาช้างแต่เพียงอย่างเดียวครับ สิ่งเหล่านี้ เราไม่มีคำตอบในรายงานในนี้ ผมไม่โทษกรมบัญชีกลางนะครับ ผมกำลังโทษระบบ การรายงานของประเทศ นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจฐานราก เกษตรกร เอสเอ็มอี (SMEs) จะต้องได้รับประโยชน์จริงจากการใช้งบประมาณส่วนนี้ แล้วก็มีรายได้สูงขึ้นครับ ท่านประธาน นั่นคือหัวใจที่สำคัญ นั่นก็หมายความว่าตัวอย่างที่ผมพาท่านเดินผ่าน ๔ กระทรวงในหน่วยงานที่ใช้งบประมาณนั้น ท่านจะเห็นทันทีว่า ๔ กระทรวงนี้นี่นะครับ ผมรวมตัวเลขคร่าว ๆ จากที่ผมยกตัวอย่างนี้ใช้งบประมาณประมาณ ๑๖,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน คำถามก็คือเกษตรกรได้อะไรบ้างครับ น้อยมากครับท่านประธาน เงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทไม่น้อยเลยนะครับ แต่ได้น้อยมากครับ ตรงนี้ผมคิดว่ากรมบัญชีกลาง ในฐานะที่ท่านดูตัวเลขและวิเคราะห์ตัวเลข ท่านต้องถามสำนักงบประมาณแล้วว่า

คำถามที่ ๑ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้พอไหม ถ้าไม่พอเพิ่มได้ไหม

คำถามที่ ๒ ท่านต้องถามกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะครับว่า ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับคืออะไรครับ เกษตรกร คนยากคนจนที่ได้รับคืออะไรครับ ถ้าได้น้อยกระทรวงเหล่านั้นจะต้องรับผิดชอบครับท่านประธาน ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ ตรงนี้คือคำถามที่กรมบัญชีกลางจะต้องช่วยประชาชนถามครับ และตรงนี้คือตัวอย่าง ที่ผมทำให้ท่านดูนี่คือคำถาม ท่านต้องถามสำนักงบประมาณ ท่านต้องถามกระทรวง เพราะถ้าไม่เป็นอย่างนี้แล้ว รายงานของท่านนี้ก็เป็นแต่เพียงตัวเลข แล้วคนก็มาไล่บี้ กรมบัญชีกลางว่าตัวเลขนี้ถูก ตัวเลขนี้ผิด ทำไมน้อย ทำไมมาก อันนั้นเป็นรายละเอียด ซึ่งเข้าใจได้ ภาพแมคโคร (Macro) ทางด้านการเงิน ผมไม่อภิปรายเดี๋ยวอาจารย์ดอกเตอร์ พิสิฐก็จะมาตั้งคำถามเรื่องเหล่านี้ แต่ผมต้องการชี้ประเด็นที่เห็นสำคัญมากกว่า ก็คือการใช้เงินให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรมบัญชีกลาง แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับสำนักงบประมาณ เกี่ยวข้องกับกระทรวง และเกี่ยวข้องกับ สตง. ครับท่านประธาน ตัวอย่างอันนี้ครับท่านประธานที่ผมได้อภิปราย ผมหวังว่าจะเป็น สัญญาณเตือนอีกครั้งหนึ่งที่ผมเคยพูดกับกรมบัญชีกลางไปเมื่อครั้งที่แล้วว่ากรมบัญชีกลาง ท่านต้องลุกขึ้นมาปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แล้วตั้งคำถามกับสำนักงบประมาณ อย่างที่ผมได้ตั้ง ตั้งคำถามกับกระทรวงอย่างที่ผมได้ตั้งว่าเงินที่ใช้ไปเกิดประโยชน์อะไร และถ้ากรมเหล่านั้น กระทรวงเหล่านั้นบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของกรมบัญชีกลาง ท่านมาฟ้อง สภาแห่งนี้ครับ สภาแห่งนี้จะยืนข้างกรมบัญชีกลางเพื่อที่จะให้ใช้งบประมาณ การใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ผมย้ำอีกครั้งหนึ่ง ครับท่านประธานที่ผมเคยอภิปรายมาตลอดว่าระบบของประเทศคือสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สตง. จะต้องทำงานร่วมมือกันเพื่อตอบโจทย์ปัญหาเดียวกันของประเทศ นั่นคือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่พึงจะได้รับจากการใช้งบประมาณของประเทศ ถ้าเราทำอย่างนี้ไม่ได้รายงานนี้คือรายงานที่สูญเปล่าครับท่านประธาน และเราไม่อยากเห็น สิ่งเหล่านั้น และเราก็ไม่เชื่อว่ากรมบัญชีกลางคิดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตฝากอีกครั้งหนึ่งดัง ๆ และขอให้ท่านช่วยตอบในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยว่า ท่านจะเป็นตัวแทนประชาชนถามสำนักงบประมาณได้ไหม ท่านจะเป็นตัวแทนถามกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ไหม และท่านจะเป็นตัวแทนถามสำนักงบประมาณไปตรวจสอบ กฎ ระเบียบต่าง ๆ โดยที่ไม่ได้ตรวจสอบผลลัพธ์ท่านจะทำได้ไหม ถ้าท่านทำได้ครับ กรมบัญชีกลางอย่างน้อยผมคนหนึ่งครับ นายกนก วงษ์ตระหง่าน จะยืนอยู่ข้างกรมบัญชีกลาง แล้วก็สู้เรื่องนี้ไปกับท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน