วราวุธ ศิลปอาชา ขอบคุณสมาชิกสภาที่เสนอประเด็นสำคัญและยืนยันว่าจะนำเรื่องเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งดำเนินการ โดยหารือถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ลดลงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ พร้อมเสนอให้ผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ และรถกระบะ เพื่อลดมลพิษผ่านการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ภายใต้วาระแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิก นะครับ ที่ท่านได้พูดประเด็นที่สำคัญ ๆ หลายประเด็นขึ้นมา ซึ่งแน่นอนครับผมเองจะรีบ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ดำเนินการนะครับ
ในส่วนแรก ตัวชี้วัด ๓ ประเด็นเรียกว่าวาระแห่งชาติเรื่องฝุ่นนะครับ ในเรื่องของวันที่ฝุ่นนั้นไม่มีแล้วนะครับ ถ้าเทียบกันในขณะนี้ ปี ๒๕๖๔ ในเดือนมกราคม ถ้าเทียบกันเดือนต่อเดือนกับปี ๒๕๖๓ นั้น เรามีสถิติที่ดีขึ้น ลดลงมาประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าในเรื่องวันที่มีฝุ่นเกินมาตรฐานที่ลดลงก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับ ท่านประธาน ประเด็นนี้บางวันต้นตอของเราอาจจะลดลง แต่ด้วยเจ้ากรรมที่พอมีลมพัด เข้ามาจากนอกประเทศ หรือว่าจากต่างจังหวัดเข้ามา มันก็อาจจะทำให้ปริมาณฝุ่น ในกรุงเทพมหานครนั้นเพิ่มขึ้น ฉะนั้นปัจจัยนี้จะเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากสักนิดหน่อย แต่ว่ามาถึงวันนี้ อย่างที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าเรามีวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานนั้นลดลง นี่นะครับเราทำดีขึ้นประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ในส่วนของผู้ป่วยนะครับ จำนวนผู้ป่วย ที่ลดลง ต้องขออนุญาตรับเป็นการบ้าน แล้วเดี๋ยวจะรีบประสานกับกระทรวงสาธารณสุข ในการที่จะหาตัวเลขว่าผู้ป่วยเกี่ยวกับเรื่องทางเดินหายใจมีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่าในปีนี้สิ่งที่เราได้ ทำเพิ่มขึ้นมาแล้วก็ได้ทำกันมากพอสมควร เราได้มีศูนย์เรียกว่าแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ ศกพ. แล้วก็ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางเดินหายใจ แล้วก็ทางด้าน สาธารณสุขนั้นมาให้ความรู้ แล้วก็ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ประมาณ ปลายปีที่แล้วมาจนถึงวันนี้ มีการให้ข้อมูล มีการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำขึ้น แล้วก็ มีการเตือน แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นมีความตระหนักถึงภยันตรายของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มากขึ้น ในการที่จะผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นนั้นผมเองก็เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่าโครงสร้างอุตสาหกรรม ในประเทศไทยเรานั้น มีผู้ผลิตอยู่หลายรายมากมายนะครับ แต่สิ่งที่เราไม่สามารถที่จะ หลีกเลี่ยงได้ อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เทรนด์ (Trend) ของรถไฟฟ้า อนาคต ของรถไฟฟ้านั้นจะต้องมาแน่นอนนะครับ ตัวผมเองท่านประธานครับ ก็เป็นแฟนของรถไฟฟ้าตัวยงเช่นกันนะครับ ผมเองก็มีใช้อยู่ที่บ้าน และขณะนี้ก็นำมาใช้อยู่เรียกว่าเป็นการประหยัดเงิน ทั้งประหยัดมลภาวะแล้วก็ประหยัดเงินด้วย ผมเองเป็นแฟนตัวยง เราก็พยายามที่จะเรียกว่าประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรมในการที่จะผลักดันให้เกิดรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งปัจจุบันนั้น ก็มีหลายค่ายที่เริ่มนำเอามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาเพื่อที่จะทดลองใช้ในกรุงเทพมหานคร แทนวินมอเตอร์ไซค์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปริมาณมลภาวะที่เกิดขึ้นจากมอเตอร์ไซค์นั้นมันยังน้อยนิด เมื่อเทียบกับปริมาณ คือจริง ๆ แล้วพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกิดขึ้นเยอะที่สุดจากเครื่องยนต์ สันดาปภายในในกรุงเทพมหานครนั้นนี่เกิดจากรถกระบะครับท่านประธาน ดังนั้นการที่จะ เปลี่ยนรถกระบะเป็นรถไฟฟ้าผมเชื่อว่าอีกไม่นานเราจะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาทำให้ ต้นทุนการผลิตรถไฟฟ้านั้นลดลง และท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะเปลี่ยนรถของส่วนราชการ อย่างเช่นที่สหรัฐอเมริกาที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน นั้น ก็ได้มีนโยบายจะเปลี่ยนรถของราชการทั้ง ๖๔๐,๐๐๐ คันทั่วประเทศของสหรัฐอเมริกา เป็นรถไฟฟ้า รัฐบาลไทยเองในขณะนี้ก็มีการพิจารณาถึงผลดี ผลเสีย และผลกระทบ ที่จะต้องเกิดขึ้นในการที่จะปรับเปลี่ยน อาจจะเป็นเพียงเฉพาะส่วนกลางก่อน เพราะว่า การใช้รถไฟฟ้านั้นแน่นอนจะต้องคำนึงถึงโครงสร้างของการมีจุดชาร์จ (Charge) แต่ละที่ ดังนั้นการที่จะให้สำนักงานทางภูมิภาคเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น กรมอุทยานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราดูแล ถ้าเกิดจะไปหา สถานีชาร์จ (Charge) อยู่กลางอุทยานแห่งชาติ ก็คงอาจจะลำบากสักเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในส่วนกลางในปัจจุบันเราได้มีการพยายามประสานงานกับหลาย ๆ หน่วยงานที่จะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนรถในส่วนกลางนั้น ให้กลายเป็นรถไฟฟ้าหรืออย่างน้อยเป็นรถไฮบริด (Hybrid) ก็ยังดีนะครับ เพราะว่าจะมีการใช้มอเตอร์ (Motor) ไฟฟ้าเข้ามาร่วมด้วย และแน่นอนครับ แนวทางในการที่จะแก้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น เป็นปัญหาที่เราอยากจะกดปุ่มวันเดียว แล้วก็ให้มันหายไป แต่ว่าอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับ มีส่วนร่วมของ หลายหน่วยงานมาก ดังนั้นการประสานงานก็ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่บรรจุวาระ เรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะว่าทำให้ทางหลาย ๆ หน่วยงาน รวมทั้งอย่างยิ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานอยู่นั้น ท่านก็ได้ให้ความสำคัญ แล้วก็จี้ไปยังไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม และอีกหลาย ๆ หน่วยงานให้มีความตื่นตัว แล้วก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน การผลิต วงจรการผลิต กระบวนการผลิตให้มีความเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้ต้องขอเรียนท่านสมาชิกผ่านท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลนั้น ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้นิ่งนอนเฉย แล้วก็การบ้านที่ท่านสมาชิกฝากไปนั้นจะรีบ นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้นำไปปฏิบัติโดยเร็ววันครับ กราบขอบพระคุณครับ