องอาจ ตั้งข้อสังเกตแผนฝุ่นละออง ชี้เป้าหมายคุณภาพอากาศไม่ชัด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

องอาจ คล้ามไพบูลย์ ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชัดเจนในความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการวาระแห่งชาติแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละออง โดยเฉพาะตัวชี้วัดด้านคุณภาพอากาศและการดำเนินมาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดเป้าหมายและแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตามที่ท่านรัฐมนตรีซึ่งมาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงว่ารัฐบาลได้มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไข ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ซึ่งรัฐบาลได้มีเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ กราบเรียน ท่านรัฐมนตรีครับว่าผมได้เข้าไปดูในแผนนี้ ได้เข้าไปดูแผนการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษและฝุ่นละออง เมื่อเราพูดถึงวาระแห่งชาตินี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญ เราถึงได้เอาขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ ถ้าดูตัวชี้วัดอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้บอก บางตัว เช่นเรื่องฮอตสปอต (Hotspot) หรือจำนวนจุดความร้อนลดลง อันนี้แน่นอนครับ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่า ผมไปตรวจสอบดูหลายจุดก็ลดลง แต่ผมคิดว่าการลดลงนั้น ก็คงยังไม่เพียงพอ เพราะเราอยากจะให้สิ่งเหล่านี้หายไปมากกว่าเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ นะครับ ยังมีตัวชี้วัดอีก ๒ ตัว ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรีจะทราบ หรือไม่ว่ามันไม่ค่อยดีขึ้น ในแผนวาระแห่งชาติกำหนดตัวชี้วัดอยู่ ๓ ตัว

ตัวแรก ก็คือจำนวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น พูดง่าย ๆ วันที่ไม่มีฝุ่นให้เพิ่มขึ้นครับ ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน วันที่ไม่มีพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ให้เพิ่มขึ้น ตรงนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจครับท่านรัฐมนตรีว่ามันเป็นไปอย่างตัวชี้วัดนี้หรือไม่

ตัดเรื่องฮอตสปอต (Hotspot) ไปเพราะท่านพูดไปแล้ว ผมก็บอกไปแล้ว นั่นเป็นข้อที่ ๒ ตามวาระแห่งชาติที่กำหนดไว้

ข้อที่ ๓ บอกว่าจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจที่เกี่ยวข้องกับ มลพิษทางอากาศลดลง ตรงนี้ผมอยากจะให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีไปตรวจสอบดูว่า ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างตัวชี้วัดที่เราปรารถนาหรือไม่ ผมอยากจะบอกว่ามันไม่น่าจะเป็น ไปอย่างที่เราปรารถนา ผมคิดว่ามันน่าจะดีขึ้นกว่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านรัฐมนตรี ซึ่งมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าปัจจัยภายใน พูดง่าย ๆ ว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการตามวาระแห่งชาติก็ทำไปเยอะพอสมควร ท่านพยายาม ยกตัวอย่างโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เรื่องการตรวจจับควันดำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน อะไรต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ส่วนในต่างจังหวัดท่านก็เน้นเรื่องแก้ไขปัญหา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ที่พยายามดำเนินการ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า หัวใจสำคัญที่เราจะแก้ไขปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ผมคิดว่าการดำเนินการตาม มาตรการต่าง ๆ ต้องเคร่งครัดและจริงจัง และต้องมีการกำชับ ติดตาม ตรวจสอบ การปฏิบัติการ ถ้าดู ๒ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ จนกระทั่งถึงวันนี้ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ผมอยากจะกราบเรียนว่าการติดตาม ตรวจสอบ การบังคับใช้ให้เป็นไปตามมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลพยายามกำหนดขึ้นนี่ ยังไม่สามารถทำให้ปัญหาแก้ไขไปได้อย่างที่เราปรารถนา ก็ฝากตรงนี้ไปยังท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ แต่เมื่อดูลึกลงไปในเนื้อหานี้ผมคิดว่าเฉพาะในกรุงเทพมหานครถ้าดูจาก วาระแห่งชาติบอกระยะสั้น พุทธศักราช ๒๕๖๒ ถึงพุทธศักราช ๒๕๖๔ ระยะยาว พุทธศักราช ๒๕๖๕ ถึงพุทธศักราช ๒๕๖๗ หัวใจสำคัญที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้มากที่สุด เรื่องหนึ่งนะครับ ไม่นับเรื่องการควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ การควบคุม และลดมลพิษจากการเผาไหม้ในที่โล่งภาคการเกษตร ไม่นับการควบคุมและลดมลพิษ จากการก่อสร้างและผังเมือง ควบคุมและลดมลพิษจากอุตสาหกรรม ควบคุมและลดมลพิษ จากครัวเรือน ถ้าไม่นับเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นซึ่งเป็นเรื่องดีที่ต้องดำเนินการตาม ๕ ข้อ ที่ผมบอกไป ------------------------------------------------------------------------------------- -๓๗/๑ แต่ในทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาวพูดชัดเจนครับว่าการแก้ไขปัญหาที่จะผได้ลจริงจังที่สุด ก็คือส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซื้อทดแทนรถราชการด้วยรถยนต์ไฟฟ้า อันนี้แผนระยะสั้นนะครับบอกเอาไว้ มาดูแผนระยะยาวพูดเหมือนกันครับ ส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้าและการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าเรา ยังไม่ได้มีมาตรการ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งดูเหมือนว่าเราพยายามจะมี แต่การที่จะขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อจะลดปัญหานี้อย่างจริงจัง ผมคิดว่ายังไม่ค่อย มีความชัดเจน จึงอยากจะฝากเรื่องนี้ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับว่าในฐานะรัฐบาล ทั้งหมดว่าทำอย่างไรที่จะทำให้การขับเคลื่อนในเรื่องนี้มีเป้าหมาย คงมีครับ แต่ว่าทำอย่างไร ให้มันคืบหน้า ทำอย่างไรให้มันชัดเจน ทำอย่างไรให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะตรงนี้ละครับ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้มากกว่าที่จะมีมาตรการจับรถมีควันดำ ไปมาตรการอะไรต่าง ๆ ที่ท่านได้บอกมา โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราแก้ไขได้ แต่ปัจจัย ภายนอกสภาพอากาศปิด เนื่องจากความกดอากาศสูงแผ่ลงมาลมมันก็อ่อน กรุงเทพมหานคร ก็เหมือนมีฝาชีมาครอบ ตรงนี้ผมเข้าใจครับว่ารัฐบาลคงไปทำอะไรมากไม่ได้ แต่สิ่งที่รัฐบาล ทำได้อยากให้ทำครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากฝากกราบถามท่านรัฐมนตรีไปยังท่าน นายกรัฐมนตรีเป็นข้อสุดท้ายนะครับตามกระทู้ถามทั่วไปก็ถามได้แค่ ๒ ข้อ คือรัฐบาล จะมีแรงจูงใจหรือมีแนวทางมาตรการใด ๆ เพิ่มขึ้น ที่จะทำให้เป้าหมายของวาระแห่งชาติ ในเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ของประเทศไทยลุล่วงไปได้ โดยไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้นอีก ขอฝากถามท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ