นิยม เวชกามา สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ แต่ไม่เห็นด้วยในหลายมาตรา เช่น การให้ผู้กำกับกลับไปเป็นนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด และไม่เห็นด้วยที่จะให้ถอดถอนนายกหรือสมาชิกที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้อ่านดูในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติ การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ผมอ่านดู โดยหลักการผมเห็นด้วย แต่ผมไม่เห็นด้วยในหลายมาตรา ที่ผมเห็นด้วยในหลักการ หมายความว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ในหลักการคือให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นนั้น ในเมื่อเขามีสิทธิเลือกตั้งก็ให้ประชาชนที่เขาเลือกตั้งมีสิทธิ ถอดถอนคนที่เขาเลือกเข้ามาเห็นด้วยในประเด็นนี้ แต่ที่ผมไม่เห็นด้วยในหลายมาตรา ซึ่งอาจจะกรรมาธิการไปดำเนินการแก้ไข หรือว่าเอาพระราชบัญญัตินี้ไปร่างมาใหม่ ก็แล้วแต่นะท่านประธาน เพราะโดยเนื้อหาแล้วมันไปอยู่ที่ว่ามีหลายมาตราที่คืนอำนาจ ในการถอดถอนทั้งนายก ทั้งสมาชิกกลับไปผู้กำกับ หมายถึงว่าจะเป็นนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งกล่าวถึงในมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ อันนี้คือผมไม่เห็นด้วยในลักษณะของ ให้กลับไป ไปยึดโยงกับผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผู้ที่ไม่ได้เลือกตั้งเขา ผมจึงเห็นว่า ในเมื่อประชาชนเขาเลือกเข้ามาไม่ว่าจะเป็นสมาชิกก็ดี นายกก็ดี ในเมื่อกลับไปให้ประชาชน เขาถอดถอนโดยการลงรายชื่อ ผู้ที่จะพิจารณาในส่วนนี้รับเรื่องถอดถอนต้องควรกลับไป ที่ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ผมไม่เห็นการเขียนไว้ในมาตรา ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่กลับตรงกันข้ามกลับไปที่ กระทรวงมหาดไทย หมายถึงว่าให้นายอำเภอ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สมาชิกก็ดี นายกก็ดี กลุ่มนี้เขาไม่ได้มาจากการแต่งตั้ง ต้องเข้าใจ เขามาจากการเลือกตั้ง มีความจำเป็นอะไร ที่จะกลับไปที่นายอำเภอ หาผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกวันนี้นายกทั้งหลายมันก็กลัวนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่แล้ว พูดกับนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด มันก็ตัวสั่นอยู่แล้ว ถ้ายังเอาอำนาจกลับไปคืนหานายอำเภอ หาผู้ว่าราชการจังหวัด เสร็จเลยท่านประธาน แบบลูกท่านประธานนี่มาเป็นนายกมาจากประชาชน ทำไมไม่คืนไปให้ประชาชนเขายกเลิก หรือเขาถอดถอน ทำไมคืนไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้ผมไม่เห็นด้วยในตรงนี้ จริงอยู่ กฎหมายฉบับนี้เสนอมาโดย ครม. แต่ต้องคิดเห็นหัวอกประชาชน ท่านไปดูกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านก็ถอดถอนยากอยู่แล้ว ทำไมเอามาให้ ถอดถอนไปแม้กระทั่งนายก สมาชิก ซึ่งไม่ได้ เกี่ยวข้องเลย อันนี้ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่ากลับไปทบทวนใหม่ ผมไม่เห็นด้วย ในความคิดที่ผมอ่านนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น ผมดูท่านรัฐมนตรี ท่านก็มาจากประชาชน ท่านเข้าใจความรู้สึกประชาชน ท่านอย่ากลับไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอเลย แนวคิดนี่ผมอยากให้ประชาชน อ่านครั้งแรกผมฟังท่านเสนอมา ผมคิดว่า ประชาชนมีบทบาทในการเลือกเข้ามา แล้วเขาอยากถอดถอน เขาไม่เอา เขาไม่ทำตามหน้าที่ แต่หลาย ๆ มาตรา ท่านก็เขียนดีนะครับ มาตรา ๗ มาตรา ๘ เขียนดี พวกไม่ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งหลายก็ไม่ควรเป็นนายก ไม่ควรเป็นสมาชิก แต่พออ่านไป ๆ แล้วผู้กำกับในการบริหาร จัดการนายกหรือสมาชิกกลับมาเป็นนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผมจึงไม่เห็นด้วยเลย ท่านประธาน อันนี้ฝากท่าน ท่านเป็นผู้แทนมานี่ผมเข้าใจเลย ความรู้สึกที่ผูกพันกับ ประชาชน ในเมื่อเราไปทำหน้าที่ก็ให้ประชาชนเขาถอดถอน ผมไปเปิดดูในมาตรา ๗๘ ในบางเรื่องก็เขียนดี แต่ในบทของผู้กำกับไปให้นายอำเภอกับผู้ว่าราชการจังหวัดนี่ ผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านจะกลับไปอะไรก็แล้วแต่ ในส่วนตัวผม ผมต้องขอไม่รับ พูดง่าย ๆ ต้องไปแสดงบทบาทใหม่ ผมคงไม่พูดยาวหรอก แต่ว่าในบทของประชาชนนี่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในเมื่อเขาเลือกมา ความผูกพันระหว่าง ผู้เลือกกับผู้ถูกเลือก ในเมื่อคุณไม่ทำหน้าที่ตามที่เขาเลือก คุณก็ต้องหมดหน้าที่ไปโดย การถอดถอนของประชาชนนั่นละ แต่พอไปดูผู้กำกับกลับมาเป็นนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผมเปลี่ยนใจเลยท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าผมไม่เอาด้วยลักษณะนี้ ต้องฝากไปถึงอีกหลายท่าน หรือถ้าท่านจะไปเป็นกรรมาธิการอะไรก็แล้วแต่ ผมไม่เอาด้วย ในลักษณะกลับไปให้นายอำเภอ ท่านไปดูเถอะ ผู้ใหญ่บ้านกับกำนันนั่นก็พอแล้ว วันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอยังไปซูเอี๋ยอยู่กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สอบแล้วสอบอีก ทั้ง ๆ ที่ประชาชนเขาไม่เอาก็ไม่ได้ออก วันนี้ ๖-๗ ปีที่นายกทั้งหลายยังอยู่ในตำแหน่ง ประชาชนเขาก็เจ็บปวดมากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าร่างกฎหมายแล้วให้มันมีผล มันจะปฏิวัติ รัฐประหารอะไรก็แล้วแต่ ในเมื่อคุณเป็นนายก ประชาชนไม่เอาก็สามารถยื่นหนังสือ ปลดออกโดย กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ขอบคุณมากท่านประธานครับ