พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สนับสนุนให้รัฐสภาปฏิเสธร่างพระราชบัญญัติแก้ไขมาตรา 242 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่งจะให้ประชาชนสามารถถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้โดยการลงชื่อเพียง 10% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เขาโต้แย้งว่าการใช้วิธีนี้จะทำให้ผู้บริสุทธิ์ที่ชนะการเลือกตั้งถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง และจะทำให้การบริหารจัดการท้องถิ่นไม่เกิดผล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กระผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ ท่านจะมาลิดรอนสิทธิพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นพระราชบัญญัติที่จะมาทำลายคน โดยไม่มีทางสู้ ท่านประธานครับ คนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ คน ของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ นี่นะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ต้องใช้คน ๑๐,๐๐๐ คน ที่จะถอดถอน ก็คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่าผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลแพ้ไปอย่างที่ หลายท่านได้พูดนะครับ แพ้ไปเล็กน้อยไม่พอใจ สามารถที่จะหาคน ๑๐,๐๐๐ คน ไปถอดถอน ได้นะครับ คน ๑๐,๐๐๐ คน สมมุติว่ามีการจ้าง ๓๐๐ ก็ ๓ ล้าน ถ้าเป็นเทศบาลใหญ่ ๆ ที่ต่อสู้กันรุนแรงก็จะทำให้ ๑๐,๐๐๐ คนนี่หาได้ไม่ยาก ท่านประธานครับ ถ้า ๕๐๐,๐๐๐ คน ถึง ๑ ล้านคน ใช้ ๑๕,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ อันนี้ละครับคืออันตรายที่จะเอาผู้บริสุทธิ์ ที่ชนะเลือกตั้งแล้วเอาไปให้ข้าราชการประจำผู้กำกับดูแล นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปถึงรัฐมนตรี คุณมีหน้าที่อะไรครับที่จะต้องมาตัดสินคนที่ พี่น้องประชาชนเขาเลือกมา เพียงแค่มีตัวเลขคนขอถอดถอนครบจำนวนที่ท่านตั้งไว้ ก็คือคนคนนั้นหมดสิทธิที่จะได้รับตำแหน่ง ผมคิดว่ามันไม่เหมาะสม องค์กรที่มีอยู่แล้ว มันใช้ไม่ได้แล้วหรือครับ มันพิกลพิการไปหมดแล้วหรือครับ กกต. ทำอะไรอยู่ครับ ป.ป.ช. ทำอะไรอยู่ครับ สตง. ทำอะไรอยู่ครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินทำอะไรอยู่ครับ ที่จังหวัด นะครับ วันนี้ท่านเอาหน้าที่พวกนี้มาให้กระทรวงมหาดไทย องค์กรอิสระดีที่สุดแล้ว ทำไมมาให้ กระทรวงมหาดไทยได้เป็นผู้ตัดสินชีวิตเขา ผมถามว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้มีเคส (Case) ไหนบ้าง มีตัวอย่างอันไหนบ้างที่แก้ปัญหาไม่ได้ ผมถามท่าน ท่านตอบด้วยนะครับ มีตัวอย่าง สัก ๑ ตัวอย่างไหมที่เป็นปัญหาสำหรับพระราชบัญญัติ มาตรา ๒๔๒ อันนี้ ท่านตอบในสภาด้วยว่า มันมีปัญหาอย่างโน้นอย่างนี้ถึงต้องแก้ไข ถอดถอนแล้วก็ไปประกาศชื่อเขามันเจ็บปวดมาก ชนะเลือกตั้งแล้ว มีคนลงชื่อมาจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ พอลงชื่อมาก็ติดประกาศเขา ๓๐ วัน ว่าคนนั้นไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ เสร็จแล้วมีชื่อปลอมอีกครับ ต้องการ ๑๐,๐๐๐ คน ได้ชื่อมา ๑๕,๐๐๐ คน ปรากฏว่าปลอมอยู่ ๕,๐๐๐ คน แล้วคนร้องเรียนมีความผิดไหมครับ ไปเอาชื่อ ที่ไหนมา ไปเอาชื่อทะเบียนที่ไหนมา เอาละ ปลอมแค่ ๕๐๐ คน คนยื่นมีความผิดไหม คนที่ยื่นร้องเรียนเขาที่เขาได้รับตำแหน่งอยู่มีความผิดไหมเอาชื่อปลอมมา ไม่มีความผิด เสร็จแล้วพอเขาถูกประกาศ พอเขาถูกสอบสวน พอเขาเทียวไปเทียวมาต่อสู้ไม่ต้องทำงาน ทำการ ไม่ต้องบริหาร อบต. เทศบาลหรอกครับ สู้กันอยู่อย่างนี้ มันมีเวลาแค่ ๔ ปี จบ ๔ ปีนะครับ อุทธรณ์อีก อุทธรณ์ไปอุทธรณ์มา วิ่งไปวิ่งมาหมดเวลาพอดีไม่ต้องทำอะไรเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ไม่เหมาะสมเลยที่จะมาทำแบบนี้ ผมถามท่าน ๑๐ ปีที่ผ่านมามันมีปัญหาอะไร ถึงจะต้องใช้ วิธีการคน ๑๐,๐๐๐ คน รายชื่อครบเอาคนนี้ออกไปเลย ประกาศเพื่อให้คนนี้พ้นจาก ตำแหน่งมันยุติธรรมหรือครับ ความยุติธรรมมันมีอยู่แล้วพระราชบัญญัติ ปี ๒๕๔๒ ก็ทำให้ มันยากหน่อย ภายในตำบลนี้ ภายในเทศบาลนี้ นายกมีปัญหากับคู่แข่ง ต่อสู้กันรุนแรง หมดเนื้อหมดตัว วันนี้อยากจะเอาเขาลงจากตำแหน่ง ล่ารายชื่อมา ท่านประธานครับ แล้วถ้าเขาไม่ผิดล่ะครับ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรัฐมนตรีรับผิดชอบไหม เขาไม่ผิดนะ เสียโอกาสทำมาหากิน เสียโอกาสบริหารจัดการ เสียชื่อเสียง มีไหมครับ ชดเชยเขา ตอบแทนเขา ไม่ใช่คืนเงินเดือนให้มันไม่คุ้ม เป็นผู้มีชื่อมีเสียงในชุมชน ในจังหวัด ในอำเภอ ปรากฏว่าถูกร้องเรียนเสร็จแล้วเขาไม่ผิดล่ะ มันเป็นมูลค่าเท่าไร เขามีชื่อเสียง เขามีธุรกิจ คุณจะตอบแทนเขาอย่างไร จะชดเชยอย่างไร ท่านร่างมาเพื่ออะไรครับ เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ถามว่ามันมีประโยชน์กว่าเดิมอย่างไรครับ การเลือกตั้ง การไปหย่อนบัตร เพื่อถอดถอนคนนี่มันประชาธิปไตย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ทำไมเอาอำนาจไปให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ ท่านบอกมาสิประโยชน์ที่มันมากกว่านี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ