ชลน่าน ศรีแก้ว สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การเข้าชื่อถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น แต่ตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการ โดยเสนอให้ทบทวนหลักเกณฑ์การเปิดเผยชื่อผู้เข้าชื่อเพื่อป้องกันความขัดแย้งในชุมชน พร้อมเน้นย้ำให้ปรับปรุงกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ปลอดภัย สอดคล้องกับหลักการปกครองแบบมีส่วนร่วม และขอให้กรรมาธิการพิจารณาเพิ่มเติมในชั้นกฎหมายเพื่อความชัดเจนทั้งในด้านเหตุผลในการถอดถอนและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายในวาระพิจารณาเพื่อรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายยกร่างขึ้นมาใหม่นะครับ ไปยกเลิกกฎหมายเดิม ซึ่งกล่าวไว้ในเหตุผลแล้ว ในหลักการและเหตุผลผมเองเห็นด้วยครับ เห็นด้วย เห็นควรที่จะรับหลักการ เพราะว่า สิ่งที่มีความจำเป็นจะต้องปฏิบัติหรือนำสู่ปฏิบัติในเฉพาะพื้นที่ การส่งเสริมให้พี่น้อง ประชาชนมีส่วนร่วมในท้องถิ่นในการที่จะตรวจสอบการทำงานของสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นมีความจำเป็นและสำคัญ กลไกนี้มันเป็นกลไกที่ทรงอำนาจ ในฐานะ เป็นผู้ให้อำนาจกับตัวแทนของเขาไปทำหน้าที่แทน มันเป็นการที่จะทำให้ประชาชนตรวจสอบ ในการทำหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้ ท่านประธานครับ ผมยินดีรับหลักการ แต่ว่ามีข้อสังเกตที่จะฝากไปยังคณะกรรมาธิการกรณีที่จะมีการพิจารณา ในวาระที่ ๒ ในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็ฝากไปยังเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันพิจารณาดูนะครับ
ประเด็นที่ ๑ เรื่องเหตุถอดถอน มีสมาชิกพูดไปเยอะ ความชัดเจนของเหตุ ถอดถอนร่างปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเป็น ๓ เหตุ จากเดิม ๒ เหตุ เรื่องการทำหน้าที่เรื่องความประพฤติ นั่นคือกฎหมายเดิม กฎหมายใหม่เติมเต็มเรื่องของการส่อทุจริตแล้วก็การกระทำขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้ในท้องถิ่นมีเยอะมาก แล้วก็เป็นที่ถูกกล่าวหาหรือกล่าวว่า ทำให้มีผู้แสวงหาผลประโยชน์เข้าไปเป็นผู้บริหารหรือเข้าไปเป็นสมาชิก อันนี้ก็จะเป็น กลไกนะครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เอาว่าเหตุแห่งการถอดถอนสู่การถอดถอน การถอดถอนมี ๒ ลักษณะ แตกต่างจากกฎหมายเดิมนะครับ ๑. เข้าชื่อถอดถอนโดยตรง ๒. เข้าชื่อเพื่อให้สอบสวนแล้วมีการถอดถอน ที่เพิ่มขึ้นก็คือเข้าชื่อเพื่อให้มีการถอดถอนโดยตรง ท่านประธานครับ ผมได้สอบถามตัวแทนของทางท้องถิ่น ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่มาชี้แจงต่อกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านนะครับ ผมพยายามเน้นย้ำในประเด็นนี้ กลไกเดิม กฎหมายเดิมมีการเข้าชื่อเพื่อให้มีการถอดถอนและมีการลงคะแนนถอดถอน ปฏิบัติยากครับ อันนั้นผมก็เข้าใจ เพราะใช้เสียง ๓ ใน ๔ ของผู้มาลงคะแนน เกินกึ่งของ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นมาลงคะแนน แล้วต้องได้คะแนน ๓ ใน ๔ ถึงจะถอดถอนได้ อันนั้น คือกฎหมายเดิม กฎหมายใหม่ท่านไปอ้างมาตรา ๒๕๔ บอกว่าประชาชนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ท่านก็เลยมาบัญญัติกฎหมาย เพราะกฎหมายบอกว่า ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ท่านบอกว่า เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้มันก็ต้องถอดถอนตรง ใช้อำนาจตรง ท่านประธานครับ ตรงนี้ ผมอยากให้ทางกรรมาธิการได้ช่วยพิจารณาว่าการเข้าชื่อตรงนี่จำนวนเอาแค่เกินกึ่งของ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในขณะเข้าสู่ตำแหน่ง เกินกึ่งของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง มันมีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ เรื่องจำนวนโดยหลักการแล้วท่านบอกเมื่อเขาได้รับการเลือกตั้งมาขอแค่ เอาแค่กึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิพอก็สามารถที่จะถอดถอนได้ เพราะถอดถอนทางตรงชื่อ เกินกึ่งตรวจสอบแล้วสมบูรณ์ปุ๊บ ผู้มีอำนาจ ผู้กำกับดูแลบอกว่าคุณออกได้เลยเพราะครบ ทางตรงครับ ทางตรง เปิดเผย มันเป็นไปได้อย่างไรครับ คนในท้องถิ่น อบต. เล็ก ๆ มีประชากร ๒,๕๐๐ คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑,๕๐๐ คน เข้าชื่อถอดถอน มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะนั้น ๑,๑๐๐ คน ๕๐๑ คน ถอดถอนนายกได้เลย แล้วชุมชนนั้นเขาจะมองหน้ากันอย่างไร จะตายวันละกี่ศพ อันตรายมากท่านประธานครับ โดยทั่วไปเป็นหลักการทั่วไปนะครับ ๑. การที่จะให้คนอยู่หรือไม่อยู่ต้องอาศัยหลักเสียงข้างมาก ตรงนี้ผมอยากให้กรรมาธิการ ไปดูครับ ถ้าคุณจะถอดถอนเขาคุณควรจะใช้เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิลงคะแนนหรือออกเสียง ในขณะนั้นไม่จำเป็นต้องมาเลือกตั้งหรือไม่มาเลือกตั้ง พฤติการณ์ พฤติกรรมที่คุณทำมา ๔ ปี ถ้าเขาเห็นว่าพฤติการณ์ พฤติกรรมเข้าเหตุแล้วเขาสามารถเข้าชื่อกันเกินกึ่งได้ แต่ประเด็น การเข้าชื่อเกินกึ่งแบบทางตรงผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง อันตรายมากครับ อันตราย ท่านประธานครับ การเลือกบุคคล แต่งตั้งบุคคลหรือถอดถอนบุคคลควรกระทำเป็นการลับ นะครับ ผมเลือกท่านประธานผมลงคะแนนลับครับ ถ้าผมจะถอดถอนท่าน ขออภัยครับ เกือบพูดท่านประธานแล้ว ด้วยความเคารพยิ่งครับ ผมจะถอดถอนใครคนใดคนหนึ่ง ถ้ากฎหมายบัญญัติให้เปิดเผยเท่านั้นถึงจะกระทำได้ แต่ผมไม่อยากให้กฎหมายฉบับนี้ ไปบัญญัติให้พี่น้องประชาชนเปิดเผยชื่อตัวเองไปถอดถอนนายกท้องถิ่น ไม่ว่าจะระดับไหน ก็แล้วแต่ นี่เป็นข้อพิจารณา เป็นข้อสังเกต ผมฝากไปในชั้นกรรมาธิการนะครับ จำนวน ผมเรียนไปแล้วว่าควรเกินกึ่ง จริงอยู่ท่านอ้างบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๒๘๖ นี่นะครับ บอกว่าให้มาลงคะแนนออกเสียงเพื่อถอดถอน ท่านก็เลยบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้น เจตนารมณ์ชัดเจนว่ามาลงคะแนน พอมาเขียนในมาตรา ๒๕๔ เขียนสั้น ๆ เข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติ เข้าชื่อถอดถอน ท่านก็ตีความว่ารัฐธรรมนูญบอกให้ถอดถอนตรง จริงไหมครับ ผมพยายาม จะค้นเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ปี ๒๕๖๐ นี่ แต่เขียนไม่ชัด ตีความไม่ได้ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการช่วยดูในประเด็นนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมฝากเป็น ข้อสังเกตให้กับกรรมาธิการ การที่พี่น้องประชาชนจะรักษาสิทธิของเขา ท่านมีทางเลือกให้ว่า เข้าชื่อกันนะแล้วให้ไปสอบสวนเพื่อถอดถอน ทางเลือกอย่างนี้สำหรับสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้น ๆ เขาเลือกช่องทางที่ ๒ ครับ ท่านเขียนกฎหมาย เหมือนจะเอื้ออำนวยกับการปกครองทางตรง แต่ขณะที่ท่านเสนอทางเลือกให้เป็นทางเลือก ที่เขาปลอดภัยที่สุดเขาก็ไปเลือกทางที่ ๒ ก็เข้าสู่กระบวนการการสอบสวนผู้มีอำนาจกำกับ ดูแลก็ไปดำเนินการตามนั้น มันดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีครับ ถ้าจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้มันชัดเพื่อตอบสนองต่อเรื่องของการปกครองทางตรงนี่มันควรมีหลักคุ้มครองเขาด้วย ตรงและลับเราปฏิบัติกันมาตลอด ฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการครับ ยินดีรับหลักการครับ แต่ขอให้นำข้อสังเกตผมไปปรับใช้ในชั้นกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ