ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น โดยเห็นด้วยกับหลักการประชาธิปไตยทางตรง แต่แสดงความกังวลว่าเนื้อหาร่างกฎหมายอาจขัดต่อหลักอิสระของท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 250 วรรค 5 และส่งผลให้ข้าราชการท้องถิ่นอยู่ภายใต้การควบคุมเข้มงวดจากผู้ว่าราชการจังหวัด จนอาจเกิดภาวะกลัวการถูกลงโทษวินัย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย และเรียกร้องให้มีการคุ้มครองสิทธิผู้ริเริ่มการถอดถอน รวมถึงกำหนดเกณฑ์แยกสำหรับผู้บริหารและสมาชิกสภา หากไม่ปรับปรุงตามหลักการดังกล่าว จึงขอแสดงจุดยืนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ถ้าอ่านกันตรงไปตรงมาแบบนี้นะครับ แล้วแปลมาจาก ภาษาอังกฤษที่เรียกว่ารีคอล (Recall) เป็นประชาธิปไตยทางตรง ซึ่งแน่นอน ในหลักการนั้น ปกติแล้วพรรคก้าวไกลเองในฐานะพรรคที่มีนโยบายชัดเจนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องประชาธิปไตย และเรื่องการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ย่อมเห็นด้วยครับ แต่ว่ามาลง รายละเอียดตลอดจนวิธีการ ตลอดจนแนวทาง แล้วก็รายละเอียดตามมาตราต่าง ๆ ที่ท่านบัญญัตินั้นเรากลับพบว่าสิ่งที่เราคิดว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบการมีส่วนร่วม ของคนที่มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเขาจะใช้สิทธินั้นได้อย่างอิสรเสรี โดยที่ไม่มีใครไปกำกับกระบวนการใช้สิทธิดังกล่าวนั้นดูจะไม่ใช่ตรงตามเจตนารมณ์ครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญที่พูดถึงนั้น มันเป็นมาตราที่รองรับ กระบวนการในการออกหลักเกณฑ์ ระเบียบ วิธีการต่าง ๆ แต่หลักการขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการคุ้มครองความเป็นอิสระขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกิดขึ้นจากเจตจำนงของประชาชนในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ใส่วงเล็บไว้ นิดหนึ่งนะครับ เพื่อไม่ให้ตกหล่นว่ากระบวนการลงคะแนนในการออกเสียงเลือกตั้งนั้น ต้องเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง ชอบธรรม มิใช่เกิดขึ้นจากกระบวนการที่หน่วยงานบังคับ บัญชา หรือการกำกับดูแลการเลือกตั้ง ท่านก็รับรองไปโดยไม่ตรวจสอบว่ามีเรื่องทุจริต ไม่ชอบธรรมแบบใด ประการใด แต่นี่เรากำลังบอกว่ามันน่าจะขัดกับหลักการในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวรรคห้า ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็พูดและย้ำประเด็นนี้ว่านั่นคือหลักประกันแรกของการถอดถอนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น คือต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีอิสระในการดำเนินการ ปกครองและบริหารท้องถิ่นภายใต้เจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนก่อน นั่นเป็น ประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ที่ผมจะพูดสั้นที่สุด แต่ผมผิดหวังมากที่สุด ก็คือว่าร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นประมาณ ๑ เดือนเศษ ๆ ผมไม่พูดยาว เพราะพูด ไปแล้วในฉบับที่ ๑ ก็คือว่าท่านไม่มีรายละเอียดแม้กระทั่งจำนวนของผู้แสดงความคิดเห็น นะครับว่าเขามีคนมาแสดงความคิดเห็นของท่านกี่คน ท่านทราบไหมครับว่าสภาแห่งนี้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น มีร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ว่าด้วยการสมรสที่เท่าเทียม แปลกันง่าย ๆ ตรงไปตรงมานะครับ เปิดให้ทุกเพศ เข้าถึงการสมรสได้อย่างเท่าเทียมไม่จำกัดว่าชายและหญิง มีคนเข้าไปดูเว็บไซต์ (Website) ๑,๕๐๐,๐๐๐ คนนะครับ มีคนไปแสดงความคิดเห็น ๕๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ของท่านไม่มี แม้กระทั่งการระบุจำนวน นี่ยังไม่พูดถึงว่าในบรรดาความคิดเห็นที่เห็นด้วยหรือเห็นต่างนั้น เหตุผลที่เขาให้เป็นประการใด โดยเฉพาะเหตุผลของคนที่ไม่เห็นด้วย ผมถึงเรียนนะครับว่า มหาดไทยมีกลไกทั่วประเทศ ท่านแค่ประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กับนายอำเภอ ประชาสัมพันธ์ว่านี่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับพี่น้องประชาชนทุกคนนะ ท่านยังทำไม่ได้เลย แล้วจะให้พวกเรารับหลักการตรงนี้ ได้อย่างไรนี่ผิดหวังมากนะครับแต่ไม่พูดซ้ำในฉบับที่ ๑ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ครับ ซึ่งเป็นเรื่องลงรายละเอียดครับ ว่าจะไม่พูดก็ต้องพูด นะครับว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วพอลงรายละเอียดแล้วผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาลเป็นคนร่าง หรือกระทรวงมหาดไทยเป็นคนร่าง ผมไม่มั่นใจว่ากระทรวงมหาดไทยโดยรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการเป็นคนดำริที่ให้ร่างหรือข้าราชการประจำเป็นคนยกร่าง แต่รายละเอียด ของมาตราต่าง ๆ นะครับ ณ ขณะนี้ท่านกำลังคืนอำนาจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจาก การแต่งตั้ง ถ้า กทม. เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ผมไม่ติดใจนะครับ แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๑๐ ท่านพูดถึงคำว่า การกำกับดูแล แต่ผมอ่านอย่างไร ก็เป็นการบังคับบัญชา กฎหมายมหาชนมีหลักการนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ การกระจายอำนาจว่าต้องทำในแง่ของการบังคับบัญชาเท่านั้น นี่มาสู่ยุคของเซ็นทรัลไลซ์ (Centralize) ดีเซ็นทรัลไลเซชัน (Decentralization) คือการกระจายอำนาจ มิใช่การรวม ศูนย์อำนาจแบบเซ็นทรัลไลซ์ (Centralize) อดีตแล้ว ท่านแฝงคำว่า กำกับดูแล แต่ท่านใช้อำนาจ แบบการบังคับบัญชาให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนระดับล่างลงมาในมาตรา ๑๐ ซึ่งผมคิดว่าเป็นประเด็นที่นำไปสู่สิ่งที่ไม่อาจจะรับหลักการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกลไกไปกำกับ ข้าราชการในท้องถิ่นอีกนะครับว่าถ้าไม่ได้กระทำการเช่นนั้นเช่นนี้ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ท่านเขียนแค่นี้เขาก็กลัวกันแล้วนะครับ แต่ท่านบอกว่าอาจจะเป็นความผิดหรือดำเนินการ ตามกระบวนการวินัยอื่น ไม่ติดใจเลยครับ แต่นี่ท่านระบุเลยว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง แล้วมันจะกำกับได้อย่างไรล่ะครับ นี่มันบังคับบัญชาชัด ๆ
ประการถัดไป ในเรื่องของรายละเอียดในเชิงมาตรานะครับ ท่านจะเห็นว่า เอาเข้าจริง ๆ แล้วเรามีการพูดถึงเรื่องของการเขียนคำร้องในแง่ของการถอดถอน ผมว่า พี่น้องประชาชนจะตกม้าตายแต่ต้นถ้าคำถอดถอนนั้นท่านฟิกซ์ (Fix) รูปแบบกระบวนการ วิธีการเสียจนไม่สามารถที่จะมีพี่น้องประชาชนเขียนได้อย่างถูกต้องตามแบบวิธีที่ต้องการ ท่านพูดถึงกระบวนการถอดถอน แต่ท่านไม่มีหลักประกันหรือการคุ้มครองของคนที่เข้าสู่ กระบวนการในการลงชื่อถอดถอนอยากจะให้ใส่ตรงนี้มากเลยครับว่าถ้าทำกระบวนการ ถอดถอนได้จริงต้องมีกระบวนการในการคุ้มครอง อย่างน้อยที่สุดเขียนเป็นหลักประกันว่า การใช้สิทธิโดยสุจริตของเขาต้องไม่ถูกแทรกแซงจากผู้บริหารหรือสมาชิกสภาองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น การใช้สิทธิโดยสุจริตของเขาต้องไม่ถูกฟ้องร้องในทางแพ่ง ในทางอาญา หรือในทางปกครอง ไม่อย่างนั้นพี่น้องประชาชนที่เป็นอำนาจตัวจริงไม่กล้าใช้สิทธิครับ และในขณะเดียวกันการใช้สิทธิต่าง ๆ ของเขานั้นต้องมิใช่นำไปสู่การถูกบีบบังคับให้เป็น การแก้เกมทางการเมืองซึ่งคะแนนเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิแล้วไปใช้ในการถอดถอน มันหมิ่นเหม่นะครับ และด้วยเหตุดังที่ผมกราบเรียนท่านประธานต่าง ๆ เป็นประการ ดังกล่าวนี้นะครับ อีกทั้งกระบวนการถอดถอนก็ไม่ได้เขียนแยกอย่างชัดเจนว่าหลักเกณฑ์ ของผู้บริหารกับหลักเกณฑ์ของสมาชิกไม่น่าจะต้องเหมือนกัน ถ้าท่านรับประกันมีหลักการ มีรายละเอียดว่าตกลงท่านจะเขียนแบบนั้น ผมก็อาจจะพอถูไถหรือรับหลักการของท่านได้ แต่ถ้าไม่อาจจะเขียนหลักเกณฑ์และวิธีการต่าง ๆ แล้วคืนอำนาจให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างเดียวแบบนี้ร่างนี้อาจจะไม่ใช่การถอดถอนที่เคารพเสียงของประชาชนที่แท้จริง พรรคก้าวไกลก็ไม่อาจรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน