โกวิทย์ สนับสนุนการมีส่วนร่วมเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นเพิ่มผู้แทนพิจารณา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

โกวิทย์ พวงงาม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผ่านการเสนอเกณฑ์การเข้าชื่อที่เหมาะสมและเสนอให้มีการตรวจสอบร่างข้อบัญญัติโดยผู้แทนประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและตั้งคำถามถึงข้อจำกัดในการเสนอข้อบัญญัติ โดยเฉพาะในประเด็นงบประมาณและการเก็บภาษี พร้อมเสนอแนวทางขยายบทบาทของผู้แทนในการพิจารณาเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเป็นธรรม

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... ผมเห็นด้วยในการที่ ทั้งรัฐบาลได้เสนอพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมทั้งท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ และคณะ เป็นผู้เสนอ ก็ขอขอบคุณทั้งรัฐบาลและท่านชินวรณ์ที่ได้เสนอข้อบัญญัติ ซึ่งก็เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ที่บัญญัติให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองท้องถิ่นนั้นมีสิทธิ เข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติ และการเสนอเข้ามาเพื่อรับหลักการในร่าง ผมเห็นชอบด้วย และผมคิดว่าเป็นความก้าวหน้าหนึ่งของท้องถิ่นที่ได้ทำให้ประชาชนนั้น มีส่วนร่วม เรื่องของการเสนอข้อบัญญัตินี่ผมถือว่าเป็นการส่งเสริมพี่น้องประชาชน เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นนั้นได้เสนอสิ่งดี ๆ ต่อการทำงานของท้องถิ่น ในนามของภาคประชาชน เพราะว่าข้อบัญญัติท้องถิ่นก็คือการเสนอเพื่อให้ดำเนินการ ในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลป่า ดูแลต้นน้ำ ดูแลขยะ หรือเรื่องการเลี้ยงสัตว์ เรื่องสุขภาพ เรื่องทรัพยากร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ควรจะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของ พี่น้องประชาชน ผมจึงเรียนท่านประธานว่านี่คือความก้าวหน้าที่จะส่งเสริมให้ท้องถิ่น ได้มีโอกาส แล้วประชาชนก็ได้เสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นในส่วนของภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม จะมีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดของการร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อทั้งของรัฐบาล และของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ในมาตรา ๖ ผมเรียนท่านประธานว่าเป็นการกำหนด ผู้ที่จะเข้าชื่อเสนอต้องผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้าของรัฐบาลก็ ๑ ใน ๕ ของท่านชินวรณ์นี่ ๑ ใน ๑๐ ผมเองคิดว่าถ้าเป็นการส่งเสริมประชาชนมันเป็นคนละเรื่องกับการถอดถอน เพราะการถอดถอนนี่ เป็นการลงโทษผู้บริหารท้องถิ่นที่ประพฤติหรือมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมในเชิงไม่โปร่งใส นั่นก็คือการรีคอล (Recall) ประชาชนไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้วเขามีสิทธิที่เรียกคืน ก็คือการถอดถอน อาจจะใช้ผู้มีสิทธิที่มากกว่า แต่อย่างไรผมคิดว่าต้องคิดให้รอบคอบว่า ถ้าเป็นการส่งเสริมผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเสนอข้อบัญญัติ ผมเห็นด้วยกับของท่านชินวรณ์ว่า ควรจะประมาณ ๑ ใน ๑๐ หมายถึงว่าถ้าประชาชนในท้องถิ่น ๑,๐๐๐ คนก็ใช้ผู้มีสิทธิที่จะ เข้าชื่อประมาณ ๑๐๐ คน แต่ถ้าของรัฐบาลก็ ๒๐๐ คน ถ้า ๒,๐๐๐ คน ของรัฐบาลก็ ๔๐๐ คน ของท่านชินวรณ์ก็แค่ ๒๐๐ คน ในจำนวนผู้มีสิทธิ ๒,๐๐๐ คน นี่คือประเด็นที่ ๑

ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าผู้แทนผู้เข้าชื่อที่เขียนไว้ในมาตรา ๗ ที่บอกว่า ๑๐ ท่าน ผมเห็นด้วยไม่เกิน ๑๐ ท่าน แต่ว่ามันมีในมาตรา ๘ ว่า อันนี้ก็เป็นการอำนวย ความสะดวกให้กับประชาชน เพราะประชาชนที่เสนอข้อบัญญัติเขาอาจจะไม่รู้รายละเอียด ไม่รู้สาระที่จะเขียน นั่นก็เป็นการดำเนินการ แต่เป็นการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยดำเนินการ แต่ผมคิดว่าเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วในมาตรา ๘ ผมอยากจะเพิ่มคำว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการจัดทำร่างเสร็จแล้วให้ร่วมกับผู้แทน ๑๐ คน มาดูกันอีกทีหนึ่ง อันนี้ก็ถามทางรัฐบาลว่าจะได้ไหมหรือจะมีข้อขัดข้องประการใด นั่นคือ มาตรา ๘ ที่ผมอยากจะเพิ่มเติม ส่วนในมาตรา ๑๑ เขียนเรื่องของผู้แทนในกรณีที่พิจารณา ร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นของสภาท้องถิ่น ให้ตั้งผู้แทนของผู้เข้าชื่อจำนวน ๒ ท่าน ใน (๓) ผมคิดว่า ๒ คนมันน้อยไปไหม อันนี้ไม่ติดใจนะแต่ผมคิดว่าถ้าเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ได้มีส่วนร่วมมากขึ้นอาจจะมากกว่า ๒ คนก็น่าจะดีกว่าไหม นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าอาจจะมี ความแตกต่างกันอยู่บ้าง ส่วนในมาตราสำคัญที่ผมไม่แน่ใจว่า อาจจะถามท่านชินวรณ์ หรือถามรัฐบาลว่าในมาตรา ๕ ขอโทษท่านประธานครับ มาตรา ๕ การเข้าชื่อเขาก็มีข้อที่จะ กระทำไม่ได้ในการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นอยู่ ๔ วงเล็บ เช่น เรื่องงบประมาณรายจ่าย ประจำปี เรื่องการงด ลด การยกเลิกการเก็บภาษี เรื่องการกู้เงิน การค้ำประกัน แล้วก็เรื่อง การอันมิได้อยู่ในหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น แต่ว่าของ ท่านชินวรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนามว่าท่านไม่ได้พูดในประเด็นนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเจตนาจะเปิด โอกาสทุกเรื่องไหมให้พี่น้องประชาชนเข้าชื่อ อันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่ว่าอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่ง ก็ว่าได้ แต่เหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าฝั่งรัฐบาลในมาตรา ๕ เขาคงมองว่างบประมาณรายจ่าย ประจำปีของท้องถิ่นนั้นสภาท้องถิ่นทำอยู่แล้ว แล้วการจะไปยกเลิกหรืองด ลด การยกเลิก ภาษีก็เป็นเรื่องใหญ่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะถามเหมือนกันนะครับก็เป็นประเด็นที่ผม เห็นว่านี่คือสิ่งที่ผมเห็นด้วยกับวันนี้ที่พี่น้องประชาชนชาวท้องถิ่นจะได้มีส่วนร่วมกับ ประชาชนในการทำข้อบัญญัติท้องถิ่นจากพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธานครับ