ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตกฎหมายข้อบัญญัติท้องถิ่น ชี้ขาดการมีส่วนร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายและการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น โดยเปรียบเทียบกับกฎหมายเดิมและตั้งคำถามถึงความแตกต่างของกระบวนการประชาพิจารณ์กับการถอดถอน พร้อมทั้งวิพากษ์การรับฟังความคิดเห็นที่ขาดข้อมูลเชิงลึกจากประชาชน ซึ่งขัดหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 77 และเรียกร้องให้ชี้แจงเปรียบเทียบกับร่างของส.ว.ชินวรณ์ในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดตั้งกรรมาธิการ และการรองรับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงเร่งแก้ระเบียบให้สอดคล้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อให้ข้อบัญญัติสะท้อนเจตจำนงของชุมชนอย่างแท้จริง

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ เหตุที่ต้องเน้นประเด็นว่าผมเป็นคนที่จังหวัดอ่างทองครับ เพราะผมเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องครับ แล้วก็ถึงแม้ไม่เคยเป็นสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าคนในครอบครัวจะเป็น พี่ชายเองก็เป็นอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง คุณพ่อเอง ก็เป็นรองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองอ่างทอง ซึ่งประเด็นของเมืองอ่างทองนั้นน่าสนใจ นะครับว่านายกเทศมนตรีท่านนั้นก็อยู่ในตำแหน่งมามากกว่า ๕๐ ปี อาจจะยาวนานที่สุด ในประเทศไทยก็ได้ครับ แต่อย่างไรก็ตามครับปัญหาแต่ละถิ่น ปัญหาแต่ละท้องถิ่น ปัญหา แต่ละพื้นที่นั้นมีนัยของปัญหา หรือลักษณะการจัดการปัญหาไม่เหมือนกันครับ ด้วยเหตุนี้เอง ครับเมื่อสักครู่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านถึงได้เน้นย้ำประเด็นเรื่องของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ผมเองก็อยากพูด และย้ำอีกรอบหนึ่งเพื่อสะท้อนเสียงเหล่านี้ไปยัง พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของพวกเราอยู่ในวันนี้ครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ นั้นเขียนไว้ชัดเจนครับว่า ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิในการเข้าชื่อเพื่อเสนอข้อบัญญัติ หรือเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ แต่อย่างไรก็ตามครับ คำว่า กฎหมายบัญญัตินี่นะครับ ต้องไล่เลียงประเด็นกันตั้งแต่ต้นครับว่า ผมเข้าใจว่าตั้งแต่หลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เอาหลักการในหลักการระหว่างประเทศ ภาษาอังกฤษเรียกแตกต่างกันครับ ภาษาไทย ก็อาจจะแปลไม่ตรงความหมายนัก

ประเด็นแรก เขาพูดถึงเรื่องเรเฟอเรนดัม (Referendum) หรือการลง ประชามติ ท่านก็ต้องอธิบายความว่าลักษณะของกฎหมายที่เราพูดในวันนี้เข้าข่ายหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ เรียกว่าเรื่องของการเข้าชื่อหรือการลงประชามติที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องบุคคลที่เรียกว่าพลิบิสไซต์ (Plebiscite) เท่ากับอาจจะต้องอธิบายว่าตรงนี้เข้าข่าย เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ประเด็นที่ ๓ เป็นการรับฟังความคิดเห็นได้ทั่วไปครับ มีการแปลงออกมา เป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เรียกว่าพับลิก เฮียริง (Public hearing) หรือการฟัง ประชาพิจารณ์ต่าง ๆ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ส่วนประเด็นที่ ๔ เป็นเรื่องของการรีคอล (Recall) หรือการถอดถอน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกหรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เดี๋ยวผมจะขอโอกาสพูด อีกครั้งหนึ่ง ท่านก็ต้องอธิบายความแตกต่างว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และด้วยเหตุ ดังกล่าวครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงไม่ใช่ พ.ร.บ. ฉบับแรกที่พูดถึงการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่สิ่งที่พวกผมเองเป็นสมาชิกใหม่ไม่ค่อยเข้าใจนะครับก็คือว่า ในเมื่อมันไม่ได้มีการยกเลิกทั้งหมด แต่มีการแก้ไขข้อความในบางส่วน แต่เพราะเหตุใด กฎหมายฉบับนี้ถึงไม่เรียกว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไข หรือเพิ่มเติมในส่วนของ พ.ร.บ. ฉบับเดิมที่ออกตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มีข้อความ มีสาระสำคัญ มีนัย มีวิธีการปฏิบัติ มีการจะต้อง ออกหลักเกณฑ์ใด ๆ ต่าง ๆ ที่เหมือนกันหรือไม่ประการใด นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ต้องถาม ในเชิงหลักการครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เวลาเราพูดถึงกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านมีกลไก มีแขนขา มีเครื่องมือของท่านอยู่ในระดับจังหวัด ๗๗ จังหวัด ไม่รวม กรุงเทพมหานคร ตัดไปอีก ๑ เหลือ ๗๖ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง แต่ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ ผมเอาแค่ฉบับแรกก่อนนะครับ ก็คือ พ.ร.บ. เข้าชื่อ เสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น ผมเปิดสาระสำคัญว่าท่านรับฟังความคิดเห็นมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ หรือไม่ ผมติงมาในหลายฉบับก่อนหน้านี้นะครับ บางฉบับมีการเปิดรับฟัง เดือนหนึ่งมีคนให้ความคิดเห็น ๗ คน ผมก็ยังพอรับฟังได้ว่ามีคนให้ความคิดเห็น แต่อ่านรายงาน สาระสำคัญที่ประกอบร่างของท่านในเรื่องของการเปิดรับฟังความคิดเห็นท่านไม่มีตัวเลข เลยนะครับ ไม่มีตัวเลขว่าตกลงท่านเปิดรับฟังความคิดเห็นนั้น มีคนแสดงความคิดเห็นที่เป็น ลายลักษณ์อักษรเท่าไร แสดงความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ (Online) เทคโนโลยีต่าง ๆ เท่าไร ไม่มีเลยนะครับ ๑ เดือนที่ท่านเปิดไม่มีตัวเลขดังกล่าว ความคิดเห็นที่เหมือนนั้นเหมือนอย่างไร ความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นมีรายละเอียดแบบใด ประการใด ท่านกำลังจะเสนอข้อบัญญัติ ท้องถิ่นให้ท้องถิ่นเขาพิจารณา แต่เรื่องกฎหมายของท่านเองกลับไม่มีรายละเอียดว่า คนที่แสดงความคิดเห็นมายังท่านเขาเห็นเหมือนหรือแตกต่างเพียงพอที่จะให้สภาแห่งนี้ พิจารณาอย่างไร นั่นผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ท่านต้องชี้แจงถึงความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ของการรับฟังความคิดเห็น ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สภาแห่งนี้ควรจะต้องได้ยินและรับฟัง ประกอบการตัดสินใจครับ นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ในเชิงรายละเอียดเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ท่านสุพิศาล ท่านณัฏฐ์ชนน ท่านก็ได้พูดไปบ้างนะครับ ผมเองก็คลางแคลงใจ แล้วร่าง ของฝ่ายรัฐบาลนั้นแตกต่างกับร่างของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๕ (๔) ที่มีรายละเอียดที่พูดถึงเรื่องของประเด็นแบบใด ประการใดบ้างที่สามารถ จะรับฟังความคิดเห็นได้ แล้วก็ปรากฏว่าในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน งบประมาณต่าง ๆ ท่านตัดออกไปเลย ท่านอาจจะต้องแสดงหรือสะท้อนให้เห็นว่าตรงนี้มันมีผลกระทบในระดับ ท้องถิ่นอย่างไร เฉกเช่นเดียวกับประเด็นเรื่องของมาตรา ๑๑ ครับ มาตรา ๑๑ เราพูดถึง คนที่เสนอข้อบัญญัติเข้ามาจะต้องมีส่วนร่วมในการพิจารณา ศัพท์เดียวกับสภาเลยนะครับ เขาเรียกคณะกรรมการหรือกรรมาธิการวิสามัญ ท่านบอกขอตัวแทนเขาเข้าไป ๒ คน แต่มันเป็น ๒ คนในจำนวนเท่าไรครับ มันเป็น ๒ คนที่ท่านคำนึงถึงสัดส่วน หรือความหลากหลายต่าง ๆ หรือไม่ สภาแห่งนี้เรียกร้องมาโดยตลอดนะครับว่า การมีส่วนร่วมในข้อบัญญัติ ถ้าเป็นข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ หรือผู้มีความหลากหลายทางเพศก็ต้องมีตัวแทนของเขา หรือถึงแม้ไม่ใช่ ข้อบัญญัติในเรื่องเหล่านั้น แต่เป็นข้อบัญญัติในเชิงหลักการ สัดส่วนของผู้หญิง สัดส่วนของ เพศสภาพ สัดส่วนของเพศวิถี สัดส่วนของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพราะเหตุใด ถึงไม่ถูกบรรจุหรือบัญญัติไว้ ท่านรับปากกับเราได้ไหมครับว่าถ้าออกหลักเกณฑ์วิธีการต่าง ๆ ท่านจะสามารถบรรจุสัดส่วนเหล่านี้ในกรรมาธิการที่จะมีส่วนในการพิจารณาข้อบัญญัติ ท้องถิ่น แต่ท้ายที่สุดนี่คือการออกระเบียบต่าง ๆ ครับที่ท่านเขียนไว้ในมาตรา ๑๕ ว่า ถ้ามีการแก้ไขระเบียบต่าง ๆ เพื่อรองรับ ๑๒๐ วัน ในเมื่อวันนี้เรากำลังมีการเลือกตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ สามารถทำให้เสร็จก่อน ๑๒๐ วันได้หรือไม่ครับ เป็น ๙๐ วัน เพื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้อาจจะได้มีเวลาอีก ๙๐ วันในการร่วมพิจารณา ซึ่งจะทำให้ ข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นสะท้อนประเด็นปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นที่แท้จริง ผมขออนุญาตสอบถามก่อนที่จะรับหรือไม่รับหลักการในร่างพระราชบัญญัติเข้าชื่อเสนอ ข้อบัญญัติท้องถิ่นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน