สุพิศาล ถามหาเหตุแยกพิจารณาร่างกฎหมายท้องถิ่น ชี้ขาดนิยามสำคัญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น โดยตั้งข้อสังเกตถึงการขาดนิยามคำว่า "ผู้แทนของผู้เข้าชื่อ" และเสนอให้ชี้แจงเงื่อนไขการยุติกระบวนการเมื่อพบการปลอมลายมือชื่อ รวมทั้งเน้นความจำเป็นในการกำหนดบทลงโทษและกระบวนการร้องทุกข์อย่างชัดเจนเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนร่วม

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็อย่างที่ท่านชินวรณ์พูดนะครับ เพราะว่ามันมี ๒ ร่าง ที่จริงมันอยู่ในมาตรา ๒๕๔ นะครับ โดยเฉพาะมาตรา ๒๕๔ เขียนไว้ว่า หรือ นะครับ เข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติ หรือเพื่อถอดถอน สมาชิก ซึ่งมันอยู่ในมาตราเดียวกันของรัฐธรรมนูญครับ ผมก็เลยจะถามท่านเหมือนกัน ว่าทำไมไม่ควบรวมนะครับ เอามาแยกได้อย่างไร รัฐบาลเสนอ ไม่น่าจะเสนอแยก แล้วปรากฏว่าในประเด็นของรัฐบาลเอง ในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ นี่ก็เขียนแตกต่างกันครับ ท่านประธาน ในประเด็นของผมนั้นเป็นประเด็นที่จะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นนะครับท่านประธาน ในข้อบัญญัติท้องถิ่นผมไปที่ ประเด็นปัญหาก็คือในร่างพระราชบัญญัตินะครับ สิ่งที่ผมว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ ยังขาดหายไปคือนิยามศัพท์ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องของนิยามศัพท์คำว่า ผู้แทน ของผู้เข้าชื่อ ผู้แทนของผู้เข้าชื่อไม่ปรากฏเป็นนิยามศัพท์ทั้ง ๒ พระราชบัญญัติ แต่ผมพูดถึง พระราชบัญญัตินี้ก่อนนะครับ เพราะว่ามันเป็นความหมายสำคัญมากระทำการแทน ผู้มีสิทธินะครับ อันนี้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผู้แทนของผู้เข้าชื่อเป็นหัวใจสำคัญ เพราะฉะนั้นการนิยามศัพท์ตรงนี้ผมว่ารัฐบาลไม่ได้นิยามศัพท์มา ๑ ประเด็นนะครับ ในประเด็นนี้ ซึ่งจะมีการรับรองในคำร้องต่าง ๆ และมาดำเนินการแทนผู้มีสิทธิในกระบวนการ ของการเข้าชื่อนะครับ ในส่วนต่างถัดไปสิ่งที่ผมจะเจาะลึกลงไปเลยนะครับ เพราะผมมี เวลานิดเดียว ผมก็จะไปที่มาตราที่สำคัญคือมาตรา ๑๐ ครับท่านประธาน มาตรา ๑๐ เป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนะครับท่านประธาน ในกระบวนการนี้ผมไปอยู่ที่ วรรคสองของมาตรานี้ โดยเฉพาะเรื่องของคำว่า ปลอมลายมือชื่อ ให้ยุติการดำเนินการ เข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น และให้ประธานสภาท้องถิ่นดำเนินการให้มีการร้องทุกข์ และกล่าวโทษเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจต่อไป นี่ละครับ ประเด็นตรงนี้ครับ ประเด็นคำว่า เมื่อยุติ ผมว่าการปลอมลายมือชื่อถ้ากลับไปดูในมาตรา ๖ ที่เขียนครับท่านประธาน ในมาตรา ๖ จะมีโวลุม (Volume) ของผู้เข้าชื่ออยู่ ๕,๐๐๐ คน หรือ ๑ ใน ๕ ถ้าฉบับของ ท่านชินวรณ์คือ ๑ ใน ๑๐ ถ้าในการปลอมรายชื่อพบว่ามีการปลอมอยู่นอกโอเวอร์ (Over) ของจำนวนผมว่ายังไม่ยุตินะครับมันจะต้องเป็นไปตามนั้น เพราะว่าผู้มีสิทธิยังอยู่ในโวลุม (Volume) ของ ๕,๐๐๐ คน หรือ ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๑๐ ที่ท่านชินวรณ์เสนอ เพราะฉะนั้น จำนวนตรงนี้มันต้องเขียนลงรายละเอียดไว้ว่าถ้าการปลอมรายชื่อตรงนั้น ถ้ายังอยู่ใน ยังอยู่ในครับต้องเกินครับ ต้องเขียนว่าเกิน ยังอยู่ใน ๕,๐๐๐ คน ก็ต้องยุตินะครับ แต่ถ้าไม่อยู่ ไม่อยู่คือมันมีจำนวนคนเสนอเกิน ๕,๐๐๐ คนอยู่แล้ว แต่มีปลอมแค่ชื่อเดียว อย่างนี้ครับ การยุตินี่ยุติไม่ได้มันจะต้องเป็นกระบวนการต่อไป แต่อันนี้ให้ประธานสภาท้องถิ่นจะต้อง ดำเนินการต่อไปได้ ให้ดำเนินการต่อไปได้ นี่คือหัวใจสำคัญของการที่จะให้คำร้องนั้น ถูกพิจารณา และต่อไปครับว่าเมื่ออยู่ในขั้นตอนอีกขั้นตอนหนึ่งครับท่าน นั่นคือขั้นตอน ก่อนที่จะข้อบัญญัตินั้นถูกใช้ แต่ถ้าข้อบัญญัตินั้นถูกนำเสนอและเปลี่ยนแปลงแล้วพบว่า มีการปลอมภายหลัง นั่นคือผลที่กระทบต่อข้อบัญญัตินั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการร้องทุกข์ ร้องเรียนหรือการดำเนินการของผลข้อบัญญัตินั้น ผมต้องเขียนไว้ครับว่ามันเป็นโมฆะ เป็นโมฆะแน่นอน ถ้าพบในการสอบสวนก็คือเกิดข้อบัญญัติ อันนั้นกระทบไปยังผู้อื่นนะครับ หรือถ้าจะไม่ให้มีผลกระทบก็ต้องเขียนไว้ว่า ให้ถือผลนั้นชอบด้วยกฎหมายนะครับ นอกจากนั้นแล้วท่านประธานครับ เรื่องการดำรงสิทธิของผู้มีสิทธิที่ยังครบถ้วนตามมาตรา ๖ วรรคสอง เป็นหัวใจสำคัญ ถ้าวรรคนี้ไม่เขียนลงรายละเอียดว่าคนที่ปลอมนั้นอยู่นอก ๕,๐๐๐ คน หรือ ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๑๐ ก็ตาม มันก็จะทำให้ข้อบัญญัตินี้พบเป็นรอยตำหนิแค่คนเดียวของโวลุม (Volume) ทั้งหมื่นคนก็ต้องยกยุติหรือนะครับ ก็ฝากท่านประธานครับว่านี่เป็นหัวใจสำคัญ ของมาตรานี้ครับ ในส่วนของโทษในมาตรา ๑๓ ผมเข้าใจครับว่าพระราชบัญญัติเดิมคือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น ๒๕๔๒ นั้นมีบทลงโทษอยู่ใน มาตรา ๗ นะครับ แต่ทีนี้มาตรา ๑๓ ผมยังสงสัยเลย แต่ก็ดีท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ เป็นเรื่องของการใช้การลงโทษในเรื่องของการถอดถอนสิทธิ แต่ทางคดีอาญาผมไม่รู้ว่า สิทธิการที่ประธานสภาจะไปร้องทุกข์ดำเนินคดี หรือร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ที่กระทำการ หรือร่วมกระทำการ ท่านประธานครับ ในทางแพ่ง เมื่อเกิดความเสียหาย เมื่อข้อบัญญัตินั้นถูกบังคับใช้หรือมีผลกระทบอื่น ๆ ไปอีกดังกล่าวนี้ครับ จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ข้อบัญญัตินั้นไม่สมบูรณ์ แล้วเป็นผลที่เกี่ยวเนื่องนะครับ ฉะนั้น ต้องเขียนให้ชัดเพราะว่าคำว่า ยุติ นี้ยุติอย่างไร สรุปนะครับว่าจะยุติอย่างไร ลงรายละเอียด แค่ไหน แล้วผลหลังจากยุติในขั้นตอนหลังจากที่ตรวจพบทีหลังจะเอาอย่างไร ว่าผลที่เกิดขึ้น ของข้อบัญญัตินั้นมีผลกระทบทางกฎหมาย หรือไม่มีผล หรือจะลบล้างลงไป ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ