ภณณัฏฐ์ สนับสนุนตั้งกระทรวงท้องถิ่น เร่งดูแลปัญหาประชาชนอย่างตรงจุด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔

ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สนับสนุนการตั้งกระทรวงท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการใกล้ชิดประชาชน เร่งแก้ปัญหาท้องถิ่นอย่างตรงจุดและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐ

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้เวลานะครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนให้ตั้งญัตตินะครับ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแนวทางการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นของท่าน ส.ส. จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่าน ส.ส. อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ของพรรคเพื่อไทย แล้วก็สนับสนุนในทุก ๆ ญัตติในวันนี้ ในเรื่อง ของการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงใดก็แล้วแต่ จุดมุ่งหมายก็เพื่อที่จะทำ ให้การบริหารกิจการบ้านเมืองนั้นกระชับ แล้วก็รวดเร็วเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า ๒๐ ปี ถ้าเป็นเด็กผู้ชายเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มาถึงบัดนี้ ก็บวชเป็นพระเรียบร้อย นั่นหมายความว่าได้เรียนรู้ทุก ๆ อย่างนะครับ ในช่วงกว่า ๒๐ ปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้การทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชื่อแน่เหลือเกินว่าพี่น้องประชาชนตลอดจนผู้นำท้องถิ่นทุก ๆ หน ทุก ๆ แห่งก็ทราบถึง แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ เป็นอย่างดีนะครับ แล้วก็สามารถที่จะช่วยรัฐบาลกลางได้ดี เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าปัญหาของท้องถิ่นนั้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ องค์การบริหารส่วนตำบล บางบัวทองปัญหาที่มีอยู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางบัวทองนั้นบอกได้เลยว่า รู้ดีกว่านายกรัฐมนตรี เพราะว่าเป็นปัญหาของท้องถิ่นนั้น ๆ ตรงนี้เอง รัฐบาลที่ผ่านมา ๒๐ กว่าปี ก็ถือว่ามาถูกทาง แต่จะให้ถูกที่ถูกฝั่งไปกว่านี้ก็น่าจะมีกระทรวงที่จะดำเนินการ สั่งการโดยตรง ไม่ต้องกังวลในเรื่องของงบประมาณ เพราะว่าเม็ดเงินงบประมาณอย่างปีนี้ ๓.๓ ล้านล้านบาท เดิมมีอยู่กี่กระทรวง ถ้าเพิ่มไปอีกกระทรวงหนึ่งงบประมาณก็เหมือนเดิม แต่เพียงแต่เราแบ่งจากกระทรวงที่ครอบคลุมอยู่ นั่นคือกระทรวงมหาดไทยแบ่งไปให้ กระทรวงใหม่ เพื่อทำให้ท้องถิ่นนั้นได้ทำงานตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้อย่างแท้จริงและอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างในเรื่องของปัญหาไวรัสโควิค-๑๙ (Virus COVID-19) ที่เรากำลังได้รับผลกระทบอยู่ขณะนี้ หน่วยงานท้องถิ่นนั้นถือว่า เป็นหน่วยงานหลักของรัฐบาลที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การดูแล การคัดกรอง หรือว่าการเยียวยานะครับ ท้องถิ่นมีขอบเขตที่เราแบ่งซอยย่อย กระชับเพื่อการทำงาน แต่ถ้าเรามีกระทรวงที่สั่งการโดยตรงแบ่งจากกระทรวงมหาดไทย ลงมา ก็น่าที่จะทำให้การกระจายอำนาจนั้นตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างนะครับ บางท้องถิ่นงบประมาณที่ใช้ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่จัดเก็บเองหรือว่า การอุดหนุนจากรัฐบาลส่วนกลางนะครับ ถ้าเป็น อบต. เราจะมีการทำประชาคม แล้วก็ มาเป็นแผนงบประมาณประจำปี บางครั้งโครงการ ที่บรรจุอยู่ในแผนก็มาจากการทำประชาคมในพื้นที่ ยกตัวอย่างนะครับ ในเรื่องของการกำจัด ผักตบชวา บรรจุไว้ในแผนเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. ยกตัวอย่าง อบจ. นนทบุรี มีการทำการประชาคมไปยังทุก ๆ อำเภอ โดยมีท่านนายอำเภอแต่ละอำเภอ เป็นประธาน สุดท้ายแล้วก็ส่งมาให้กรรมการประสานแผนที่จังหวัด ยกตัวอย่าง อบจ. นนทบุรี จะมีการจัดซื้อเรือกำจัดผักตบชวา แต่ว่าก็ต้องมีการตรวจสอบจากกระทรวง อื่นนะครับ มีหน่วยงานอื่นมาตรวจสอบไม่ว่าจะเป็น สตง. อะไรก็แล้วแต่ พอตรวจสอบเสร็จ บอกว่าไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่หน้าที่ แต่ปัญหาภาระมันอยู่ในท้องที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่ อบจ. ไม่สามารถที่จะซื้อเรือกำจัดผักตบชวาได้ ตรงนี้เองถือว่าเป็นการทำงานที่ไม่เป็น เอกภาพสำหรับท้องถิ่น ก็อยากจะให้มีกระทรวงตรงนี้ การจัดอาณาเขตหรือว่าพื้นที่และ งบประมาณ จะได้ทำเพื่อพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ถ้าเกิดว่าเราอยู่ในช่วงที่สภาวะ บ้านเมืองปกติก็จะไม่เห็นความสำคัญในเรื่องของกระทรวงท้องถิ่น แต่ตราบใดที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภัยธรรมชาติ อุทกภัย ปัญหาภัยแล้งต่าง ๆ ท้องถิ่นนี่ละจะเป็นตัว ที่จะแก้ปัญหาให้รัฐบาลกลางได้อย่างดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเรามีกระทรวงท้องถิ่นแล้วเราจะตัดขาด จากรัฐบาลกลางนะครับ ในเรื่องของผู้นำสูงสุดหรือว่าผู้บริหารกระทรวงก็จะต้อง ประสานงานกับรัฐบาลกลางอยู่ดี แต่การที่จะมีกระทรวงท้องถิ่นนั้นเพื่อทำให้การทำงาน ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ ธงที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนก็จะมองว่าผู้นำท้องถิ่น นายก อบต. นายก เทศบาลมาจากบุคคลที่ไม่ได้จบอะไรสูงมากมาย แต่ในเรื่องคุณสมบัตินั้นมีอยู่แล้ว กลับไป มองว่าท้องถิ่นนั้นเป็นแหล่งที่จะหาผลประโยชน์ แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบ หรือไม่ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๖-๒๕๕๘ ที่ทาง ป.ป.ช. ได้มีตัวเลขไว้ในเรื่องของการทุจริตนะครับ เม็ดเงินที่ทุจริตทั้งสิ้นที่มีการตัดสินไปแล้วกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาจากส่วนกลาง หรือว่าส่วนราชการ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็น ๗๖ เปอร์เซ็นต์ จากรัฐวิสาหกิจ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนท้องถิ่นเพียงแค่ ๑๖๘ ล้านบาท เพียงแค่ ๐.๐๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ในเรื่องร้องเรียนของท้องถิ่นนั้นมีมากมาย ที่ว่ามีมากมายนั้น หมายถึงว่าเป็นการมีส่วนร่วมของพี่น้องในชุมชนด้วยกันเอง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ คณะกรรมการต่าง ๆ เห็นความไม่ชอบมาพากลก็ร้องเรียนไปยังส่วนกลางนะครับ การทุจริตนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเรื่องที่ร้องเรียน ขึ้นอยู่กับโอกาสในการเข้าถึง และการตรวจสอบของการทำงานมากกว่า ตรงนี้ถึงได้บอกว่าท้องถิ่นเรามีความเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือแม้แต่ประชาชนนะครับ ๒๐ กว่าปีผมเห็นว่าน่าจะมีการตั้งกระทรวง ที่ควบคุมสั่งการโดยตรง เพื่อประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ในเรื่องของท้องถิ่นนั้น ที่มองว่าทุจริตนะครับ จริง ๆ แล้วที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่องที่กระทำ ผิดระเบียบเสียมากกว่าครับ อย่างไรก็กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเห็นด้วยในการที่จะ จัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น เพื่อที่จะตอบโจทย์การทำงานของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ