โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔

โกวิทย์ พวงงาม หารือเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากเมืองนากิโซะและอาลส์เมร์ เน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสนอแนะว่ากลไกกระทรวงท้องถิ่นอาจไม่เหมาะสม ควรพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการสภาท้องถิ่นแห่งชาติหรือองค์กรที่เป็นองค์การมหาชนแทน เพื่อสร้างเอกภาพในการบริหารจัดการและเปิดโอกาสให้ชุมชนมีอิสระอย่างแท้จริง พร้อมทั้งระบุเงื่อนไขความสำเร็จ 3 ประเด็น ได้แก่ การเห็นชอบจากผู้นำชาติ ความเห็นพ้องของทุกพรรคการเมือง และการยอมรับของประชาชน ก่อนสรุปว่าเห็นด้วยกับญัตติที่เสนอและ

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอสนับสนุนญัตติหนึ่ง ซึ่งผมยังไม่ได้พูดก็คือเรื่องของการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น แต่ก่อนถึงให้ความเห็นเกี่ยวกับ ญัตติการตั้งกระทรวงท้องถิ่นผมขอรวบรัดว่าวันนี้ทั้งหมดที่เราพูดกัน ก็คือเราจะทำอย่างไร ให้การพัฒนาประเทศของเรามีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น แล้วใช้ฐานท้องถิ่นเป็นฐาน ในการพัฒนาประเทศ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดว่าการพัฒนาประเทศโดยใช้ฐาน ท้องถิ่นจะช่วยแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนได้อย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยากจนหรือว่า การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์พี่น้องประชาชน สิ่งเหล่านี้ก็คือการพูดถึง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้เป็นรูปธรรม ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมได้เขียน หนังสือเล่มหนึ่งชื่อมองมุมใหม่การบริหารท้องถิ่นที่เป็นบทเรียนต่างประเทศ เมื่อสัก ๔-๕ ปี ที่แล้วผมได้มีโอกาสไปที่โตเกียว กรุงโตเกียวเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ ได้คุยกับ นายกเทศมนตรีและผู้ว่าการกรุงโตเกียว สิ่งหนึ่งที่ผมประหลาดใจมาก ก็คือ ค.ศ. ๒๐๒๐ เขาจะเสนอกรุงโตเกียวให้เป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก (Olympic) เห็นไหม ละครับว่าการปกครองท้องถิ่นสามารถที่จะกล้าจัดโอลิมปิก (Olympic) ค.ศ. ๒๐๒๐ ซึ่งผ่านมาแล้ว แต่ว่ามีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) แต่ผมอยากจะเรียนว่าการเสนอแบบนี้ ทำให้เมืองหรือจังหวัดโตเกียว กรุงโตเกียวสามารถสร้างเศรษฐกิจในการแข่งขันกีฬาระดับ มหกรรมของชาติ

อีกเมืองหนึ่งที่ผมไป อย่างเช่นอยากยกตัวอย่างสตราสบวร์ก สตราสบวร์ก คนเมืองบอกว่าเขาไม่อยากให้มีตึกสูง เพราะการสร้างตึกสูงเขาใช้ยอดปราสาทเป็นตัว กำหนดการสร้างตึกของเมือง เป็นต้น

ในญี่ปุ่นอีกเมืองหนึ่งชื่อเมืองนากิโซะ เมืองนี้กำหนดว่าให้เป็นเมืองมรดก อนุรักษ์ทางวัฒนธรรมเป็นเมืองอนุรักษ์เมืองเก่าสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยว ในเมืองอย่างมากมาย ผมไปที่เนเธอร์แลนด์เมืองอาลส์เมร์ ซึ่งกำหนดให้เป็นเมืองสีเขียว เราเห็นบรรยากาศของการมีส่วนร่วมสร้างเมืองด้วยสีเขียวป้องกันน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ ผมพูดมานี่ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นภาพว่าตัวอย่างที่ผมกำหนดแล้วบอกท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่าเมืองที่เราเห็นนี่เป็นเมืองรูปแบบพิเศษที่จัดขึ้นโดยพี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมในเมืองแล้วทำให้เมืองเขาสร้างระบบเศรษฐกิจ สังคมได้ แล้วเป็นฐาน ในการพัฒนาประเทศเป็นอย่างดี นี่คือแบบอย่าง บ้านเราอย่างง่าย ๆ เราพูดถึงเสาไฟฟ้า ลงดินซึ่งมีเพื่อนเสนอญัตติไปผมเรียนว่าที่เทศบาลนครนครภูเก็ตที่แถบถนนถลาง เทศบาล สามารถเอาเสาไฟฟ้าลงดินแล้วสามารถทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีตึกชิโนโปรตุกีส ที่นักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวชม แล้วก็มีความสวยงาม เป็นต้น ถ้าเราปล่อยให้ท้องถิ่นมีอิสระแล้วมีความคิดร่วมกับพี่น้องประชาชน จะพัฒนาเมืองไปสู่ นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ที่ดี ๆ แล้วมีการพัฒนา ก่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจและ สังคมได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพูดวันนี้ในเรื่องกระทรวงท้องถิ่น ผมเข้าใจว่าผมมี ข้อคิดอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของกลไก ที่เราบอกว่าจะต้องมีกลไกให้ท้องถิ่นมีอิสระ มีความคิด อย่างที่ผมกล่าวมาแล้วว่าต้องเปิดอิสระทางความคิดในการบริหารให้พี่น้อง ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แล้วจะทำอย่างไรให้เขาหลุดพ้นจากความคิดที่เขาสามารถ สร้างสรรค์ตนเองได้ นั่นก็คือจะต้องมีกลไก กระทรวงท้องถิ่นเป็นทางออกหนึ่งที่จะทำให้ หน่วยงานนี้มาดูแลเรื่องท้องถิ่น แต่ผมก็มีข้อสังเกตว่าการตั้งกระทรวงจะเป็นคำตอบหรือไม่ อย่างไร ก็ขอฝากกรรมาธิการไปดู เพราะว่าบางแห่งมีข้อเสนอ หรือว่าเพื่อนสมาชิกบางท่าน ว่าอาจจะตั้งเป็นคณะกรรมการสภาท้องถิ่นแห่งชาติ ผมคิดว่ากลไกเหล่านี้จะต้องเป็นกลไก ทำให้เขามีอิสระจริง ๆ เพราะท้องถิ่นที่ผ่านมาที่เป็นอยู่ของประเทศเราส่วนมากกระจัด กระจายดูแลงานท้องถิ่น กระทรวงเกือบทุกกระทรวงเอางานในชุมชน ท้องถิ่นเข้าไปทำใน กระทรวง ซึ่งมันผิดฝาผิดฝั่ง มันต้องเป็นคนท้องถิ่นเป็นคนจัดการ สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่จะต้อง ตอบโจทย์ว่าเป็นอิสระจริงหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นเอกภาพในการบริหารจัดการ หน่วยท้องถิ่นทั้งหลายที่ดูแลท้องถิ่นจะต้องเป็นกลไกที่มีเอกภาพพอสมควร แล้วชุมชนท้องถิ่น จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเปิดกว้าง ผมเข้าใจว่าถ้าเป็นกระทรวงอาจจะมี คำถามเยอะแยะว่ามันจะมีอิสระจริงหรือเปล่า เพราะว่าจะต้องมีรัฐมนตรี จะต้องมีปลัด แล้วจะต้องมีกอง แล้วจะต้องมีหน่วยที่ไปกำกับในพื้นที่ อาจจะเข้ากรอบอีหรอบเดิมอีกก็ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดผมไม่ได้ไม่เห็นด้วย ผมเห็นด้วย แต่ผมอยากให้คิดให้มาก อาจจะมี ทางออกเป็นองค์การมหาชนก็ได้ เป็นองค์กรที่เป็นคณะกรรมการสภาพัฒนาท้องถิ่นแห่งชาติ ก็ได้ ที่มาจากหลากหลายหน่วยงานเข้าไปออกแบบ เพราะฉะนั้นการออกแบบกลไก ให้ท้องถิ่นมีอิสระและดูแลท้องถิ่นจะต้องเป็นกลไกที่คิดให้รอบคอบ ก็ฝากท่านประธาน ในเรื่องกระทรวงท้องถิ่นไว้ด้วย เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ผมคิดว่าการกระจายอำนาจที่ประสบ ความสำเร็จ ผมดูมาหลายประเทศแล้ว มี ๓ ประเด็น ๑. ผู้นำในชาติจะต้องเห็นด้วยกับ กระจายอำนาจ ๒. พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอยู่ในสภา จะต้อง เห็นพ้องต้องกันทุกพรรค เป็นความยินยอมพร้อมใจจากตัวแทนประชาชน ๓. พี่น้อง ประชาชนเห็นว่าการกระจายอำนาจเป็นทางออกของประเทศที่จะทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดี นี่คือ ๓ เงื่อนไข เพราะฉะนั้นขอเรียนประธานไว้เป็นเบื้องต้นว่าผมเห็นด้วยทุกญัตติที่เสนอ แล้วยินดีสนับสนุนครับ ขอบคุณครับ