กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายญัตติจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น โดยเน้นประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาธิปไตยท้องถิ่น เพื่อออกแบบระบบที่สอดคล้องสัมพันธ์และนำไปสู่ประโยชน์สุขของประชาชน กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องการปรับโครงสร้างอำนาจระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านการศึกษา สาธารณสุข อาชีพ รายได้ และทรัพยากรธรรมชาติ โดยชี้ให้เห็นปัญหาความยากจนในต่างจังหวัดเนื่องจาก อบต. ขาดเจ้าหน้าที่เกษตรและพาณิชย์ ทำให้ไม่สามารถพัฒนาอาชีพหรือจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบเพื่อให้หน่วยงานส่วนกลางเช่น กรมส่งเสริมการเกษตร หรือกรมชลประทาน เข้ามาสนับสนุนท้องถิ่นได้ตรงจุดมากขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายญัตติของเพื่อนสมาชิก หลายท่าน ในเรื่องของการเสนอให้สภาจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการจัดตั้ง กระทรวงท้องถิ่นหรือการปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ เรื่องของกระทรวงท้องถิ่น ผมขออนุญาตที่จะเรียนว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สำคัญอยู่ ๓ เรื่องครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการปกครองท้องถิ่น
และเรื่องที่ ๓ ก็คือประชาธิปไตยท้องถิ่น
ทั้ง ๓ เรื่องนี้จะต้องถูกออกแบบและวางระบบให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะนำไปสู่การทำให้เกิดประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในหลัก ๓ ข้อนี้ใน ๓ ประเด็นครับท่านประธาน
ในเรื่องที่ ๑ ที่สำคัญที่สุดภายใต้หลักการของกระทรวงท้องถิ่นนี้ หัวใจ ของมันก็คือการลดอำนาจรัฐ และเพิ่มอำนาจประชาชนครับท่านประธาน ถ้าเราลดอำนาจรัฐ ในส่วนกลางไม่ได้ และเพิ่มอำนาจของประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ การกระจายอำนาจหรือ กระทรวงท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นก็จะล้มเหลวโดยอัตโนมัติครับท่านประธาน นั่นหมายความว่า กระทรวงท้องถิ่นเราจะตั้งขึ้นเพื่อการกระจายอำนาจที่จะนำไปสู่การเกิดประชาธิปไตย ในท้องถิ่นขึ้น นั่นหมายความว่าเราจะต้องทำให้ประชาชนของเรามีอำนาจการตัดสินใจ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการดำเนินชีวิตของพวกเขา ให้เขาตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง เพราะเขารักชีวิตของตัวเขาเอง และครอบครัวของเขามากกว่า ใครใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นหมายความว่ากระทรวงท้องถิ่นที่จะทำขึ้นจึงไม่ใช่เป็นแค่แต่เพียง การปฏิรูประบบการบริหารราชการส่วนกลาง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วก็ ตอบโจทย์ของประชาชนในท้องถิ่นดีขึ้น ไม่ใช่แค่นั้นครับ อันนั้นถือว่าเป็นการแก้ปัญหา ในลักษณะที่ไม่ตลอดรอดฝั่ง เพราะก็ยังคงเป็นอำนาจในส่วนกลางอยู่ดี เพราะกระทรวงท้องถิ่น ในส่วนกลางก็เป็นโครงสร้างระบบการบริหารราชการในส่วนกลาง ไม่ใช่การปกครองส่วนท้องถิ่น ในความหมายที่ผมได้กล่าวถึง นั่นก็หมายความว่าจิตวิญญาณของกระทรวงท้องถิ่นอยู่ที่ การกระจายอำนาจไปสู่การเกิดประชาธิปไตยในท้องถิ่น ไปสู่การทำให้ประชาชนในท้องถิ่น มีอิสระและมีเสรีภาพที่จะกำหนดอนาคต และกำหนดวิถีชีวิตของตนเองให้ได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมขออนุญาตฝากเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นหลักการสำคัญ เรามี กระทรวงท้องถิ่นไม่ใช่เพื่อเพิ่มอำนาจของรัฐบาลในส่วนกลาง แต่เรามีกระทรวงท้องถิ่น เพื่อที่จะลดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชนที่จะนำไปสู่ประชาธิปไตยในท้องถิ่น ที่ประชาชนมีอิสระและเสรีภาพที่จะกำหนดอนาคตของตนเองครับท่านประธาน ทำไมเรา ถึงต้องทำเช่นนั้น เพราะสภาพปัญหาที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ครับท่านประธาน มีการดึงอำนาจ ของการบริหารภาคสาธารณะทั้งหลายมากองไว้ในมือของรัฐบาลกลางที่นำไปสู่การผูกขาด ของอำนาจการสั่งการเกือบทั้งหมดของประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้เกิดการแสวงหา ผลประโยชน์มหาศาลในประเทศของเรา เกิดอำนาจการผูกขาดของทุนบางประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร และในภาคการค้าบางประเภท เกิดการเล่นพรรคเล่นพวก และนำไปสู่การไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมของเราและในระบบเศรษฐกิจของเรา
ประเด็นที่ ๒ ที่เป็นปัญหาที่สะท้อนให้เห็นก็คือระบบการบริการในส่วนกลาง ที่ผูกขาดนี้นำไปสู่ปัญหาความยากจน นำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมของเรา การรวมศูนย์อำนาจตรงนี้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้เห็นชัดที่ทำให้เกิดความยากจน และความเหลื่อมล้ำก็คือสำนักงบประมาณครับท่านประธาน สำนักงบประมาณคือคนที่ ตัดสินว่าปัญหาของประชาชนคืออะไร ผ่านการอนุมัติงบประมาณครับ คำของบประมาณ ที่ประชาชนอยากได้ไม่ได้รับคำตอบจากสำนักงบประมาณ แต่สำนักงบประมาณคือคนที่จัด งบประมาณลงไปแล้วบอกว่านี่คือปัญหาของประชาชน ซึ่งมันผิดมาตลอดครับท่านประธาน
ตัวอย่างที่ ๒ ครับท่านประธานที่สำคัญมากก็คือกรมที่อยู่ในส่วนกลางครับ ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการค้าภายใน สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น กรมเหล่านี้คือกรมที่บอกว่าปัญหาของประชาชนจะแก้อย่างไรครับท่านประธาน และในรอบ ๓๐ ปี หรือ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ทางแก้ไขปัญหาของกรมในส่วนกลางเหล่านี้ ส่วนใหญ่ผิดทั้งสิ้นครับท่านประธาน เพราะว่าถ้ากรมเหล่านี้แก้ปัญหาของประชาชนถูก วันนี้คนไทยไม่ยากจนอีกแล้วครับ วันนี้ชาวสวนปาล์มที่จังหวัดกระบี่ต้องร่ำรวยแล้วครับ วันนี้ชาวนาที่สกลนครต้องไม่ยากจนแล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ คือการยืนยันว่ากรมในส่วนกลางที่บอกว่าท่านรู้ปัญหาของประชาชนและรู้วิธีแก้นั้นมันไม่จริง ครับท่านประธาน
ด้วยเหตุผลอันนี้เองครับ ผมจึงขออนุญาตที่จะขอฝากในประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็น ประเด็นสุดท้ายว่ากระทรวงท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นนั้นจะต้องจัดการกับประเด็นสำคัญ อยู่ ๔ เรื่องครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๑ คือการปรับโครงสร้างอำนาจ และปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ทาง อำนาจระหว่างการบริหารราชการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง การศึกษา ในเรื่องสาธารณสุข ในเรื่องอาชีพและรายได้ จนถึงในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม อาชีพและรายได้ซึ่งเป็นปัญหา ความยากจนของพี่น้องประชาชนของเราในต่างจังหวัดเยอะมาก ในโครงสร้าง อบต. ไม่มีเจ้าหน้าที่เกษตร ไม่มีเจ้าหน้าที่พาณิชย์นะครับ มีแต่เจ้าหน้าที่ที่เป็นรังวัด เจ้าหน้าที่ ทะเบียนราษฎร์เท่านั้นเอง อบต. ช่วยไม่ได้นะครับ เพราะโครงสร้างไม่เปิดให้เขาบรรจุคนที่มี ความรู้ความสามารถตรงตามความต้องการในเรื่องของอาชีพและรายได้ของประชาชน อบต. ต้องการน้ำ อบต. ต้องการปลูกพืชเพื่อจะมีรายได้ แต่ อบต. ช่วยไม่ได้ครับ ต้องมา กรมส่งเสริมการเกษตร ต้องมากรมชลประทาน ต้องมากรมน้ำบาดาลครับท่านประธาน แต่กรมทั้งหลายเหล่านี้อยู่ในส่วนกลางแล้วก็ไกลเหลือเกินครับสำหรับพี่น้องประชาชนที่จะ ไปถึง ในเวลาเดียวกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมความหลากหลายทางชีวภาพ ในภาคอีสานมีเยอะมากครับ เรามีเห็ดเป็นพัน ๆ ชนิดครับท่านประธานที่ยังไม่ได้เอามาใช้ ประโยชน์ เรามีป่าชุมชนที่ยังไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ แต่สิ่งเหล่านี้ท้องถิ่นทำไม่ได้ครับ ต้องกรมในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เท่านั้นจึงจะทำได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจ ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตขอเวลาเพิ่มเติมตรงนี้ นิดเดียวครับท่านประธาน เพราะว่าเพื่อนสมาชิกยังไม่ได้อภิปรายในประเด็นเหล่านี้เลย และผมขอฝากไปยังกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นหรือว่ากรรมาธิการสามัญที่จะรับไปทำก็ตาม
ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน คือการส่งเสริมสมรรถนะทางการบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่นเราจะต้องทำให้เกิดขึ้น ทำให้ท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง มีคนเก่ง ๆ ไปอยู่ มีคน มีระบบงานที่มีประสิทธิภาพสูง แล้วก็มีงบประมาณที่จะทำงานได้ และที่สำคัญ สามารถจะไปเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่มีความรู้ความสามารถ และเอามาใช้ประโยชน์ให้ได้ สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นครับท่านประธาน
ประการที่ ๓ คือการนำความรู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรในท้องถิ่น ความหลากหลายทางชีวภาพ จุลินทรีย์ต่าง ๆ จนกระทั่งถึงวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของคนในท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีคุณค่าและมีมูลค่าอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน ในลักษณะของการท่องเที่ยวที่เรียกว่าแกสโทโนมี ทัวริสซึม (Gastronomy Tourism) ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยครับ แต่พอเราโยนเรื่องนี้ไปให้ท้องถิ่นทำ ไปให้พื้นที่ ทำเราเกิดโครงการแกสโทโนมี (Gastronomy) ที่สกลนครครับท่านประธาน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ครับท่านประธาน ที่จังหวัดกระบี่ครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นเพราะเราใช้ความรู้ในท้องถิ่น ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น ทำให้เกิดคุณค่าใหม่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทำไม่ได้ครับ ท่านประธาน
และประการสุดท้ายเรื่องที่ ๔ ของกระทรวงท้องถิ่น ก็คือในท้องถิ่นทุกพื้นที่นั้น ปฏิเสธไม่ได้ครับมีความขัดแย้งและแตกแยกเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้มันมีรายละเอียดที่ฝังรากมานาน แล้วก็มีมิติทางวัฒนธรรมและสังคมที่สอดประสานเข้าไปคนนอกแก้ไม่ได้ครับท่านประธาน เราจะต้องใช้คนในท้องถิ่นที่เขาเข้าใจวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และที่สำคัญคือมีใจที่จะรัก พื้นที่ของเขาเองเป็นผู้ดำเนินการ เพราะฉะนั้นกระทรวงท้องถิ่นจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะเปิด โอกาสให้กับคนในท้องถิ่นที่จะสร้างความรักความสามัคคี และนำความขัดแย้งความแตกแยก ที่เกิดขึ้นกลับไปสู่ความสมานฉันท์ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่ผมขออนุญาตต้องเอ่ยเลยนะครับ ก็คือในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องให้คนสามจังหวัด ชายแดนใต้แก้ไขปัญหาของตัวเขาเองครับ ขอบคุณครับท่านประธาน