เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาการจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่นหรือหน่วยงานกระจายอำนาจอย่างแท้จริง โดยชี้ให้เห็นปัญหาความล่าช้าในการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากการอยู่ภายใต้การควบคุมของส่วนกลาง การดึงอำนาจการสรรหาบุคลากรกลับสู่ส่วนกลาง และการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกลดหย่อนจนทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้กว่า 35,000 ล้านบาท จึงเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อเร่งการตัดสินใจและยกระดับการบริการสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้กระจายอำนาจตามเป้าหมายร้อยละ 35 ที่ยังไม่เกิดขึ้น
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิ อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาในเรื่องของ การจัดตั้งกระทรวงท้องถิ่น ซึ่งผมอยากกราบเรียนเพื่อสนับสนุนญัตตินี้ เพราะเหตุว่าต้องการ ให้ทางสภาได้มีการศึกษาอย่างชัดเจนเพื่อประโยชน์กับการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และผมอยากกราบเรียนว่าไม่ว่าจะเป็นนัยของการตั้งกระทรวงท้องถิ่นหรือจะไม่ใช่ กระทรวงท้องถิ่น อาจจะเป็นในรูปแบบของสำนักงานกระจายอำนาจแห่งชาติหรืออย่างไร ก็แล้วแต่ แต่เพื่อให้เกิดการแก้ไขแล้วก็เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในการบริหารจัดการของท้องถิ่น เพื่อออกจากกระทรวงมหาดไทย เหตุที่ผมกราบเรียนแบบนี้เพราะเหตุว่ามีหลายหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ แล้วก็กระจัดกระจายไปอยู่ในหลายพื้นที่ หลายกระทรวง ผมยกตัวอย่างเช่นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่สังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นกระทรวงที่ใหญ่ แล้วก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมาย บางเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะเป็นการแก้ปัญหาให้กับท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็วก็เกิดความล่าช้า หรือสำนักงาน คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในสังกัดของสำนัก ปลัดกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ที่ส่งผลให้การบริหารงานท้องถิ่น เกิดความล่าช้า และสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจซึ่งเป็นหัวใจของการจัดการ กระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ผมกราบเรียนไปว่าจะเกิดความล่าช้าในการบริหาร จัดการ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ควรจะแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ผมยกตัวอย่างเช่น ผมได้มีการตั้งกระทู้ แล้วก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องท้องถิ่น เรื่องง่าย ๆ เช่นเรื่องของ การร่างระเบียบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุมชนเพื่อรองรับให้ท้องถิ่นสามารถจ่าย ค่าตอบแทนให้กับคณะกรรมการชุมชนช่วยเหลืองานของท้องถิ่น ใช้เวลา ๒ ปี ๓ ปี จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรับเรื่องไว้แล้ว ส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการพิจารณาการร่างระเบียบ ผ่านไป ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปี ยังไม่มีการตอบสนองใด ๆ ล่าสุด ได้มีการเตรียมการที่จะออกระเบียบตัวนี้ออกมา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะเป็นเมื่อใด ตรงนี้ ก็คือเหตุผลหนึ่งที่กราบเรียนว่าเป็นความล่าช้าในการบริหารจัดการให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ที่อยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยก็เช่นเดียวกันครับ ประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่เกิดขึ้น ภายหลังจากการรัฐประหาร แล้วก็มีรัฐบาล คสช. ได้มีการดึงอำนาจในการสรรหาผู้บริหาร ในตำแหน่งผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้อำนวยการกอง หรือผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลับมาจัดการที่ส่วนกลาง ปีหนึ่งก็จะมีการจัดสอบครั้งหนึ่ง ปัจจุบันนี้ในท้องถิ่นหลาย ๆ แห่งมีอัตราตำแหน่งว่างในสายบริหารเยอะมากครับ เพราะว่า การจัดสอบปีละครั้งมันไม่ทั่วถึง แล้วก็ไม่ได้สร้างโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการที่จะก้าวขึ้นสู่ ตำแหน่งสายบริหาร ในอดีตที่ผ่านมานั้นทางจังหวัดสามารถดำเนินการได้เอง แล้วก็ได้ผู้ที่ เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งแล้วก็รู้จักพื้นที่ดี สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้ทันที การบริหารงาน ก็เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นแค่ ๒ เรื่องที่ผมได้กราบเรียนไปให้เห็นว่านี่คือ ความล่าช้าในการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องของสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี ตรงนี้ละครับ ที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้มีการกำหนดให้มี พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจสู่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็กำหนดว่ารัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีเป้าหมายที่ร้อยละ ๓๕ ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ผ่านมาเกือบหลายปีก็ยังอยู่ที่ ร้อยละ ๒๙.๕ ยังไม่ถึง ๓๐ เพียงแค่รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการกระจายอำนาจ จัดสรร เงินส่วนนี้ไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถึงร้อยละ ๓๕ ไม่จำเป็นครับ จะต้องหา เครื่องมือใด ๆ ในการเก็บภาษีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นภาระ ให้กับประชาชน ล่าสุดทาง สนช. ได้มีการออกการเก็บภาษีรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างแทนภาษีโรงเรือน ตรงนี้แหละครับ ปัจจุบันนี้ไม่สามารถจัดเก็บได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลต้องได้มีการชะลอ การจัดเก็บ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยลดอัตราภาษีให้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้ท้องถิ่นสูญเสีย รายได้กว่า ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็สะสม ไม่ได้รับ การแก้ไข ดังนั้นการรวบรวมเอาหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาอยู่ด้วยกันเพื่ออำนาจในการ ตัดสินใจรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกระจายอำนาจ แล้วก็ ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความรวดเร็วในการบริการสาธารณะให้กับ พี่น้องประชาชน จึงหวังว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาในเรื่องของการจัดตั้ง หน่วยงานของกระทรวงท้องถิ่นในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์กับการกระจายอำนาจ แล้วก็เป็น ประโยชน์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริการพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ