สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔

นพดล แก้วสุพัฒน์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะปัญหาการซ้ำซ้อนของการทำงานระหว่างท้องถิ่นกับภูมิภาค และเรียกร้องการสนับสนุนให้มีการตั้งกระทรวงหรือสำนักงานท้องถิ่นแห่งชาติเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ขออภิปรายสนับสนุนญัตติที่แล้วมา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการตั้งกระทรวง เรื่องของการตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษหรือการบริการสาธารณะ ต่าง ๆ นะครับ ผมก็ขอสนับสนุนในเรื่องนี้ ปัจจุบันท้องถิ่นมีรูปแบบการปกครองที่ใกล้ชิดกับประชาชนถึง ๗,๘๕๒ แห่ง และมีบริการ ที่ทั่วถึงมากกว่าระดับภูมิภาคที่มีแค่ระดับจังหวัดแต่ทำในพื้นที่เดียวกัน ปัจจุบันเรามีพื้นที่ ของท้องถิ่นเต็มประเทศหมดแล้วนะครับ มีการร่างกฎหมายให้เกิดการกระจายอำนาจ สู่พี่น้องประชาชนโดยผ่านท้องถิ่น เป็นรูปแบบการปกครองอีกแบบหนึ่ง ผมคิดว่าภารกิจ ที่ถ่ายโอน หรือตามกฎหมายจัดตั้งของท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ภารกิจในร่วม ๆ ๒๐ กระทรวง ประมาณร่วม ๖๐ กรม และอีกหลายสำนักงานที่ถ่ายโอน แล้วทำให้เกิด การซ้ำซ้อนของการทำงานระหว่างพื้นที่ที่เป็นของท้องถิ่นกับภูมิภาค นโยบายในท้องถิ่นเอง ซึ่งบริหาร ต้องพิจารณาถึงนโยบายบริหารและปฏิบัติ ในส่วนกลางก็เป็นเพียงกำหนด นโยบาย ส่วนภูมิภาคเองสมัยก่อนก็คงทั้งรับบริหารและปฏิบัตินะครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มาทำให้ ซ้อนกัน เพราะว่าส่วนภูมิภาคเองก็ลงไปทำงานในพื้นที่ในฐานะผู้ปฏิบัติอีกส่วนหนึ่ง ผมคิดว่า นี่คือปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของความซ้ำซ้อน ดูในเรื่องของงบประมาณ ท้องถิ่นเอง มีรายได้ปัจจุบันที่บริหารอยู่ประมาณร่วม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมคิดว่าเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน คือ ๑ ใน ๓ แล้วก็จำนวนบุคลากรในพื้นที่ของ ท้องถิ่นที่ดูแลหรือเป็นผู้ขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายประจำ รวมทั้ง อาสาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ ผมคิดว่ามีร่วม ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ส่วนอำนาจหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายจัดตั้ง หรืออำนาจหน้าที่ตาม ภารกิจถ่ายโอนตามกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่ทำ แทบจะทดแทนภูมิภาคทั้งหมด เพียงแต่ว่าภูมิภาคเองจะทำในเรื่องเฉพาะที่เกิดขึ้น แต่ใน ส่วนท้องถิ่นเองต้องทำให้ทั่วถึง ไม่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง จำนวนท้องถิ่นที่มีมากผมคิดว่า ก็ทำให้เกิดการดูแลที่ทั่วถึงพี่น้องประชาชน นี่ถือว่าเป็นการดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า การปฏิบัติตามระเบียบต่าง ๆ ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดตรงนี้ ซึ่งออกมาแล้วทำให้เกิด ปัญหาในการบริหารงานจำนวนมาก ไม่สอดคล้องกับภารกิจ เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยเองก็จะมี อำนาจออกกฎหมายเท่าที่ท้องถิ่นมีอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายถ่ายโอนภารกิจ ตามแผนกระจายอำนาจ แต่ปัจจุบันนี้มีประกาศหรือคำสั่งที่ให้ท้องถิ่นต้องทำตามนโยบาย ของรัฐบาล โครงการของกระทรวงมหาดไทย และโครงการต่าง ๆ ของส่วนราชการทั้งประเทศ ก็หมายความว่าต้องไปปฏิบัติภารกิจของนอกเหนือที่มีอำนาจอยู่ แต่การเบิกจ่ายของท้องถิ่นเอง เราเบิกจ่ายได้เฉพาะระเบียบเบิกจ่ายของกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ภารกิจที่ทำเป็นเรื่อง ที่นอกเหนืออำนาจของกฎหมายของท้องถิ่นจัดตั้งและกฎหมายถ่ายโอน ทำให้กระทรวงมหาดไทย ก็ไม่มีอำนาจที่จะไปออกแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายภารกิจของกระทรวงอื่น นี่คือประเด็นปัญหา ผมถึงคิดว่าถ้าท้องถิ่นเองไม่มีบ้านของตัวเองหรือสังกัดของตัวเอง ที่ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันเองถามท้องถิ่นทั้งประเทศก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองสังกัดองค์กรของตัวเอง เพราะว่าสังกัดที่อยู่นี้ก็ไปใช้เข็มต่าง ๆ ที่ติดในเครื่องแบบเป็นของกระทรวงมหาดไทย จริง ๆ แล้วต้องสังกัดของตัวเองคือท้องถิ่นนั้น แล้วก็เป็นส่วนของประชาชนเป็นเจ้าของ มากกว่า ผมคิดว่าตรงนี้เองถ้ามีกระทรวงซึ่งเป็นเจ้าสังกัดแล้วดูแลกฎหมาย แก้ปัญหาได้ ตลอดทุกวัน เพราะว่ากรรมการต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นเพื่อดูแลท้องถิ่น ไม่ว่าจะกระจายอำนาจหรืองานบุคคลมีการประชุมกันแค่เดือนละครั้งแต่ปัญหาของท้องถิ่น เกิดขึ้นทุกวัน แต่การแก้ปัญหาแค่เดือนละครั้งไม่ได้แก้ปัญหาหรือประโยชน์ของประชาชน ที่เสียไปได้เลย ผมถึงคิดว่าถ้ามีการที่จะให้มีท้องถิ่นรวมตัวแล้วก็มีหน่วยงานเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงหรือสำนักงานท้องถิ่นแห่งชาติจะเป็นประโยชน์กับการที่ท้องถิ่น จะแก้ปัญหาและมีการออกระเบียบที่สอดคล้องในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งจะได้เชื่อมโยงกับ กระทรวงอื่นที่มีภารกิจให้ท้องถิ่นได้จัดการดำเนินการในเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชน ได้ไวขึ้น เพราะปัจจุบันนี้ปัญหาของท้องถิ่นที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นงาน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ หรือบุคลากรที่ซ้ำซ้อนกันไม่มีกฎหมายใดที่ชัดเจนให้ท้องถิ่นสามารถร่วมกันทำหรืออะไรได้ ตรงนี้ผมถึงได้อยากเสนอว่าถ้ามีการตั้งกระทรวงหรือมีสังกัดของท้องถิ่นที่มีรูปแบบที่จะช่วย ให้ท้องถิ่นแก้ไขปัญหาโดยยึดประโยชน์ของประชาชนได้อย่างทั่วถึงจะเป็นประโยชน์มากครับ ขอบคุณมากครับ