เท่าพิภพ เปิดแนวคิดแบ่งกรุงเทพฯ สร้างธนบุรี-เรียกร้องเลือกตั้งท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือประเด็นการแบ่งกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดธนบุรีเพื่อกระจายอำนาจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ พร้อมเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารเขตเพื่อเสริมความรับผิดชอบต่อประชาชน และเรียกร้องการกระจายอำนาจด้านรายได้และงบประมาณอย่างเป็นธรรมร่วมกับการผลักดันการเลือกตั้ง ส.ก. ส.ข. เพื่อสร้างประชาธิปไตยท้องถิ่นที่เข้มแข็ง

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดธนบุรี อำเภอราชพฤกษ์ อำเภอบุปผารามนะครับ ท่านประธานอาจจะงงใช่ไหมครับ จังหวัดธนบุรีหรือทุกท่าน แต่เชื่อไหมครับว่าในเขตพื้นที่ผมเองแต่ก่อนหรือฝั่งธนบุรีของเราเคยเป็นจังหวัดแยกออกมา จากกรุงเทพมหานคร เพิ่งมีการควบรวมกันเมื่อปี ๒๕๑๔ เท่านั้นเองครับ เป็นช่วงเวลาที่ ไม่นานแต่ผมก็ยังไม่เกิดนะครับ นาน ๆ ทีด้วยความเป็นผู้แทนในพื้นที่ เวลาลงพื้นที่ เจอสถานที่เก่า ๆ บางแห่งก็จะเห็นป้ายว่าเป็นจังหวัดธนบุรีหรือว่าได้ดูสำเนาทะเบียนบ้าน ของหลาย ๆ ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ คนแก่ก็จะเป็นจังหวัดธนบุรี อำเภอบุปผาราม ซึ่งตอนนี้ก็เป็น เขตคลองสานใช่ไหมครับ ผมก็กลับมองว่าในความเป็นจริงแล้วกรุงเทพมหานครตั้งแต่ตอนนั้นมา มาถึงตอนนี้มันผ่านการเติบโตประชากรเยอะขึ้นมาก ลำพังกรุงเทพมหานครเองตามทะเบียนราษฎร์ มีคนเกือบ ๑๐ ล้านคนที่อยู่และมีประชากรแฝง ผมเชื่อว่าเข้า ๆ ออก ๆ ในรอบ ๆ จังหวัด ปริมณฑลไม่ต่ำกว่า ๑๕ ล้านคนต่อวันอย่างแน่นอน ถามหน่อยครับว่าคนจำนวน ๑๕ ล้านคนนี่ ความใหญ่ของมันปริมาณของมันก็ตามมาด้วยปัญหาและการจัดสรรงบประมาณ ทั้งปัญหา เรื่องประชากรแฝงเองก็ดี แต่ที่สำคัญที่สุดครับ กรุงเทพฯ ที่เราได้เลือกตั้งผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร แต่เราล้าหลังมากในเรื่องการกระจายอำนาจครับ ผมเองก็มองว่ากรุงเทพฯ นี่เป็นจังหวัดที่ใหญ่ เป็นไปได้ไหมครับท่านประธานที่เราจะแบ่งจังหวัดกรุงเทพมหานครออกมา เป็นจังหวัดธนบุรีไหม เพราะธนบุรีเองตอนนี้ก็มี ๙ เขต หรือในอดีตก็เป็น ๙ อำเภอ แล้วจัด ให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า ให้เหมือนกรุงเทพมหานครนี่แหละ แต่มันก็เท่ากับว่าเราลดงานผู้ว่า คนหนึ่งของกรุงเทพฯ ไปได้ ผมว่าแบ่งไปสัก ๕ ล้านคนไหมครับ ประเทศในยุโรป บางประเทศนี่ประชากรเขาแค่ ๒ ล้านคนเองนะครับ กรุงเทพฯ ๑๕ ล้านคน มีผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครคนเดียว แล้วก็ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะทำอะไรสักอย่างก็ทำไม่ได้เลย จะขอสายป้ายรถเมล์ จะเปลี่ยนป้ายรถเมล์ จะให้รถเมล์มาวิ่งตรงนี้ไม่ได้ครับ ต้องไปขอ ขสมก. ไม่ใช่อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครับ นี่คือเราให้ไปแต่ชื่อให้ประชาชนด่าแต่ไม่ให้ อำนาจเขาไปจัดการอะไรเลย ตรงนี้ก็เป็นปัญหาของกรุงเทพฯ เหมือนกันครับ

แนวทางที่ ๒ ที่ผมอยากจะเสนอในกรุงเทพฯ นะครับ ที่ผมบอกว่าเราล้าหลัง เพราะว่าอย่างต่างจังหวัดเองเขาก็มีการเลือกตั้งนายก อบต. ใช่ไหมครับ ซึ่งกรุงเทพฯ ครับ ถ้าเทียบกับ อบต. ในกรุงเทพฯ มันอาจจะเรียกว่าเป็นผู้อำนวยการเขตก็เป็นไปได้นะครับ ซึ่งแต่ก่อนเราก็ไม่เคยมีหรอกครับผู้อำนวยการเขต อย่างมากก็มีเป็น ส.ข. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายนี่ก็บอกว่าให้คำปรึกษากับผู้อำนวยการเขตซึ่งเป็นข้าราชการที่แต่งตั้งมาจาก กทม. ตรงดินแดงหรือว่าแต่ก่อนคือเสาชิงช้า ปัญหาของผู้อำนวยการเขตนะครับ เชื่อไหม ครับท่านประธาน ผมเป็น ส.ส. มาครั้งแรกนะครับปีสองปีแล้ว ผมเป็น ส.ส. มา ผู้อำนวยการ เขตคลองสานนี่เปลี่ยนไป ๔ คนแล้วครับ คือก็ไม่แน่ใจว่าด้วยพฤติกรรมของผมเองที่ไปร้องเรียนอะไรแกบ่อยในเรื่องที่มันยากลำบาก ผู้ใหญ่ที่เหนือกว่าผู้อำนวยการหรือเปล่าครับ แต่เปลี่ยนบ่อยมากครับ บางคนก็มาแว้บ ๆ เกษียณ บางคนเข้ามาแว้บ ๆ ย้ายเข้าไป กทม. ตรงส่วนกลาง สุดท้ายครับไม่มี ความต่อเนื่องในวิชัน (Vision) ในการพัฒนาเขตเลย ไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่ว่า เขาอยากได้อะไร มันไม่มีรีไลอะบิลิตี (Reliability) หรือแอกเคาต์ทะบิลิตี (Accountability) เลย ที่จะตอบสนองประชาชน สุดท้ายครับโชคดีของ ส.ส. แบบแบ่งเขตต่างจังหวัดมากเลยนะครับ มี อบจ. มี สจ. มาทำงานด้วย ผมนี่รับบทบาทเป็นทุกอย่างให้ชาวธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ มา ๒ ปีแล้วนะครับไม่มีใครมาช่วยเลย ก็ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าจะยกเลิกการเลือกตั้ง ส.ข. อีก ก็ทำให้ไม่รู้จะไปยกเลิกเขาทำไมเพราะว่าสุดท้าย ส.ข. นี่ได้ประโยชน์นะครับ เพราะว่า ประชาชนเข้าใกล้ชิดเขามาก ผมเชื่อว่าการกระจายอำนาจนี่เป็นสิ่งที่เป็นคำตอบของประเทศไทย แล้วก็การดูแลสารทุกข์สุขดิบ การบริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างยิ่งนะครับ การกระจาย อำนาจเราต้องกระจายไปให้กว้างที่สุดแล้วก็ลึกที่สุด ขนาดของมันไม่ควรจะใหญ่เกินไป อย่างที่ผมเรียนนะครับว่าโอเค (OK) มันก็มีหลายแนวคิดว่าเลือกตั้ง ผอ. เขตไหม หรือว่าจะ แบ่งกรุงเทพฯ เป็น ๔ ส่วนไหม ๕ ส่วนไหม แล้วก็เลือกเป็นผู้บริหารเขตจริง ๆ เขตที่มันใหญ่ กว่าครับ แล้วที่เหลือก็อาจจะไปเลือกตั้งเป็นสภารวมของเขตนั้นอีกทีก็ได้ มันจะเกิด การแข่งขันกันในการพัฒนาแต่ละเขตเพื่อดึงดูดทรัพยากรและคน

และอยากฝากไว้อีกเรื่องหนึ่งด้วยว่าปัญหาเรื่องของทรัพยากรจำพวกภาษีเอง การจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่นก็มีปัญหา โอเค (OK) เอาละครับ กรุงเทพมหานครอาจจะ ไม่ลำบากเท่าเพราะว่ามีรายได้จากสัมปทานต่าง ๆ อย่างบีทีเอส (BTS) เอง ทางด่วนเอง หรือหลาย ๆ อย่าง แต่งบประมาณเหล่านี้ก็หมดไปกับการจ่ายค่าเงินเดือนต่าง ๆ ค่าใช้จ่าย ประจำของข้าราชการ กทม. ประจำอยู่แล้วนะครับ งบพัฒนาน้อยมากนะครับ ความเป็นอยู่ ก็เหมือนเดิม ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม ประชากรแฝงก็เยอะนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมอภิปราย พูดมันเหมือนการบ่นที่ปลายเหตุนะครับ แต่ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ และผู้แทนราษฎรที่ยื่นญัตตินี้เห็นตรงกันนะครับ ผมว่าสภานี้หรือท่านประธานเองนี่ ก็อยากให้การกระจายอำนาจเกิดขึ้นจริง ๆ เราในฐานะผู้แทนราษฎรใกล้ชิดประชาชน มากกว่าชนชั้นนำทางสังคมที่บางครั้งเขาอาจจะได้อำนาจมาโดยกระบอกปืน ผมเชื่อครับว่า ทุกคนในที่นี้อยากให้มีการกระจายอำนาจ อยากให้มี ส.ก. ส.ข. มีการเลือกตั้งไปทุกระดับ และทุกคนก็สามารถส่งเสียงขึ้นมาด้านบนได้ มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในสังคมแล้วก็ทำให้ ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แล้วระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมันก็จะยั่งยืนสถาพรมากขึ้นนะครับ แล้วก็เป็นประโยชน์กับ ทุกคนจริง ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ