โกวิทย์ พวงงาม เสนอการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจัดรูปแบบองค์กรพิเศษสำหรับเขตเมืองอุตสาหกรรมและนิคมเศรษฐกิจ เพื่อกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมได้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องการจัดตั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เรียนท่านประธานว่าในการยื่นญัตติ ผมอยากจะสรุปหลักการ ในการเสนอญัตติโดยสรุปดังนี้นะครับ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษถือเป็นหน่วยองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ควรจะแตกต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบ อื่น ๆ เพราะยังมีลักษณะทางกายภาพและองค์ประกอบทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่ แตกต่างกัน ฉะนั้นความแตกต่างในลักษณะเฉพาะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ไม่เหมือนกับองค์กรปกครองรูปแบบทั่วไป เพราะบางส่วนรูปแบบพิเศษจะมีลักษณะของ ประชากรที่หนาแน่น มีแหล่งท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ชายแดน เป็นต้น
ในส่วนต่อมาผมเห็นว่าการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการเสนอ หลายครั้งไม่ว่าจะเป็นเทศบาลเกาะสมุย ซึ่งเป็นเกาะตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ในสมัยที่ท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ จนต่อมาในสมัยของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เช่นเดียวกัน แล้วก็มีการศึกษาความเป็นไปได้ในหลายพื้นที่ เพื่อให้มีการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ พิษณุโลก แม่สอด แม่สาย เกาะสมุย ภูเก็ต แหลมฉบัง แต่ข้อเสนอเหล่านี้ก็ยังไม่ประสบ ความสำเร็จเพื่อจะทำให้เกิดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้น มีการบริหารรูปแบบที่มี ประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีประเด็นเรื่องข้อกฎหมายที่ยังเป็นปัญหาอุปสรรค อยู่มากทีเดียว ผมจึงได้เสนอญัตติดังกล่าวเพื่อจะสนับสนุนการบริหารจัดการท้องถิ่น รูปแบบพิเศษให้มีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบทั่วไป เพราะฉะนั้นจึงได้เสนอเรื่องให้มี การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจะขอชี้แจงท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเติมดังนี้นะครับ สัก ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ ผมเข้าใจว่ารูปแบบการปกครองของไทย โดยเฉพาะการปกครอง ท้องถิ่นมี ๒ ประเภท คือประเภททั่วไปที่เราทราบกันไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. และมีรูปแบบพิเศษที่เราเรียกว่า กรุงเทพมหานคร และพัทยา รูปแบบ กทม. เริ่มให้มีเป็นรูปแบบพิเศษตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ซึ่งมีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้น แล้วต่อมาปี ๒๕๒๘ ก็มีการแก้ไข แล้วก็มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ จังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้ ในรูปแบบเมืองพัทยาก็อาจจะแตกต่างไปจาก กทม. เพราะว่าเริ่มต้น เมื่อปี ๒๕๒๑ ก็จะจัดให้เป็นรูปแบบผู้จัดการเมือง แต่ว่าในประเด็นต่อมาในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ก็เปลี่ยนแปลงว่า รูปแบบผู้จัดการเมืองไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะขัดกับ รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพราะฉะนั้นเมืองพัทยาในปี ๒๕๔๒ ก็มีการแก้ไข พ.ร.บ. เมืองพัทยา ให้มีการเลือกนายก เมืองพัทยาขึ้นมา สิ่งที่ผมพูดรูปแบบพิเศษทั้ง ๒ รูปแบบมีมานานเกือบ ๔๐ ปี ๒๐ ปีของ พัทยา จนปัจจุบันเราไม่เคยมีองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเกิดขึ้นเลยท่านประธาน ท่านประธานครับ แล้วเรามาวกดูปัญหาว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่าความต่อเนื่อง ของการปกครองท้องถิ่นจะหยุดชะงักเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ต่อเนื่องมาปี ๒๕๕๐ ก่อนปี ๒๕๕๐ ก็มีการรัฐประหาร ต่อมาก่อนปี ๒๕๖๐ ก็มีการรัฐประหาร แล้วทำให้ท้องถิ่น มีความชะงักงันเกิดขึ้น อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ท่านประธาน
ในประเด็นที่ ๒ ผมว่าเพื่อนสมาชิกพูดไว้มากก็คือการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ ส่วนกลางมากเกินไป เราจะเห็นว่าการรวมศูนย์เรื่องภารกิจ ความซ้ำซ้อนระหว่างภารกิจ ของรัฐ ส่วนราชการ และท้องถิ่นก็ยังมีปัญหา การรวมศูนย์ในลักษณะงบประมาณ ที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ระบุว่างบประมาณของรัฐบาลประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้ไปกับ ส่วนราชการ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบไม่ถึง ๒๙ เปอร์เซ็นต์กว่าก็ให้กับท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่า สัดส่วนนี้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าเมื่อการจัดสรรภารกิจไม่ลงตัว ระหว่างส่วนราชการกับท้องถิ่นก็ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในภารกิจ การถ่ายโอนภารกิจ ที่ระบุไว้ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอน ปี ๒๕๔๒ นั้นก็ไม่เป็นไปตามแผน นี่คือ ประเด็นที่ ๓
ประเด็นที่ ๔ ในการออกกฎหมายเพื่อเสริมท้องถิ่นให้มีศักยภาพนั้นก็ทำไป ด้วยช้ามาก ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น กฎหมายพัฒนากิจการพาณิชย์ ของท้องถิ่น กฎหมายความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น กฎหมายเหล่านี้ผมจำได้ว่าตั้งแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย จนกระทั่งท่านมาเป็นประธานสภา กฎหมายเหล่านี้ เกือบ ๔๐ ปี ๒๐ ปี ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ยังผลให้ท้องถิ่นเหมือนถูกทำให้ชะงัก แล้วก็ไม่ต่อเนื่องอย่างที่ผมกล่าวแล้ว แล้วก็มีข้อจำกัด อยากจะเรียนประธานว่าในข้อจำกัด ของท้องถิ่นมีมากมาย ไม่ว่าจะญัตติที่ท่านสมาชิกได้เสนอเรื่องท้องถิ่นต้องมีอิสระ และพึ่งตนเองได้ ผมได้ศึกษาว่าท้องถิ่นปัจจุบันเรามี ๗,๘๐๐ กว่าแห่ง ใน ๗,๘๐๐ กว่าแห่ง ผมพบว่ามากกว่า ๕,๐๐๐ แห่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ท่านประธานครับ เป้าหมาย ของการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นอยู่ที่การทำให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองได้ และมีศักยภาพทางการเงิน การคลัง เพื่อจะทำให้เขาจัดบริการสาธารณะ แบ่งเบาภารกิจ รัฐบาลได้อย่างเต็มที่ นี่คือข้อจำกัดที่ ๑
ข้อจำกัดที่ ๒ อย่างที่ผมเรียนแล้วก็คือข้อจำกัดเรื่องความซ้ำซ้อนในภารกิจ ซึ่งได้มีการตั้งกรรมาธิการเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ ไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงการถ่ายโอนภารกิจด้วย นี่เป็นข้อจำกัด
ข้อจำกัดต่อมาก็คือว่าการปล่อยให้ท้องถิ่นขาดศักยภาพมีปัญหา ผมยกตัวอย่าง เช่นการปฏิรูปท้องถิ่นเราก็ไม่ได้พูดกันในแผนปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ เพราะท้องถิ่น หลายท้องถิ่นอยู่ซ้ำซ้อนกันในตำบลเดียวกันมี ๒ ท้องถิ่น ไม่มีการปฏิรูปให้ท้องถิ่นมีการควบรวม หรือส่งเสริมให้เขามีขีดความสามารถที่มากขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมได้เสนอว่า การปล่อยให้ท้องถิ่นเป็นอย่างนี้ การกระจายอำนาจจะหยุดชะงักงันนี่ผมคิดว่าประเทศ มีปัญหา เพราะว่าถ้าเราคิดว่าการกระจายอำนาจเป็นทางออกของประเทศที่เปิดโอกาส ให้มีประชาธิปไตย และประชาชนพลเมืองสามารถที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง เพื่อไปสู่ สิ่งที่เราเรียกว่า การจัดการตนเองของท้องถิ่นที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูด สิ่งเหล่านี้เป็น ความใส่ใจของรัฐบาลที่จะต้องกลับมาคิดว่าเราจะเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่าการรวมศูนย์อำนาจ เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าและเจริญก้าวหน้าต่อไป เราต้องกระจายอำนาจ ไปสู่ท้องถิ่นอย่างที่ผมนำเรียนแล้ว
ท่านประธานครับในญัตติของผม ผมพูดถึงว่ารูปแบบพิเศษ ผมเรียนท่านประธาน ครับว่ารูปแบบพิเศษเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ที่ท้องถิ่นบางท้องถิ่นเติบโตมาก จนเกินไป เช่น ท้องถิ่นมีประชากรที่มีความเป็นเมืองสูง มีประชากรหนาแน่น มีเขตปกครอง ที่เราเรียกว่ามีแต่สภาพความเป็นเมือง ไม่ว่าจะเป็นเขตอุตสาหกรรม เขตเมืองท่องเที่ยว เป็นต้น ผมขอแยกแยะเป็น ๔ ประเภท ท่านประธานครับ ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เราควรจะ พิจารณาใน ๔ รูปแบบ เป็นต้นว่า
๑. ในเขตเมืองใหญ่ เขตเมืองใหญ่ก็คือเขตเมืองที่ในโลกนี้เมืองตั้งแต่ ๒ ล้าน ๓ ล้าน ถึง ๑๐ ล้าน ผมศึกษามาพบว่าทุกท้องถิ่นที่มีเมืองแบบนี้ เขาจัดเป็นการปกครอง รูปแบบพิเศษทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปารีส ลอนดอน โตเกียว กรุงโซล เป็นต้น ประเทศไทย ก็เหมือนกันครับท่านประธาน เรามีเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น แล้วเรามีเมืองที่มี ลักษณะที่จะต้องทำให้การจัดการเมืองต้องใช้ระบบไอที (IT) ที่มีศักยภาพในการจัดการเมือง มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ อุดรธานี เป็นต้น
ประเภทที่ ๒ คือเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ต้องยอมรับกันว่าลักษณะเมือง ที่มีทรัพยากรท่องเที่ยวมีมากไม่ว่าจะเป็นชายทะเล เกาะแก่ง หรือทรัพยากรทางวัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ สิ่งเหล่านี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าในเมือง เพราะฉะนั้น ศักยภาพในการบริหารเมืองเพื่อทำรายได้ให้แก่เมือง มีความจำเป็นจะต้องจัดรูปแบบพิเศษ ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะสมุย ภูเก็ต หัวหิน แม่สอด เป็นต้น
ประเภทที่ ๓ เมืองที่มีลักษณะชายแดน เมืองเหล่านี้เป็นรอยต่อกับประเทศ อีกประเทศหนึ่ง เป็นเขตด่านและมีประชากรเข้าออกจำนวนมาก ประชาชนสัญจรเพื่อ การมีงานทำ การบริหารจัดการเมืองต้องมีลักษณะพิเศษมากไปกว่าลักษณะทั่วไป เพื่อให้ เกิดระบบที่มีการจัดการ มีกฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเรื่องของการทำงานของ คนต่างด้าว กฎหมายการเข้าเมืองของต่างประเทศ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นแม่สอด แม่สาย โขงเจียม ตากใบ เป็นต้น
สุดท้ายเมืองที่เป็นเขตอุตสาหกรรม ผมเข้าใจว่าประเทศของเรามีความเจริญเติบโต ในลักษณะเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่รวดเร็ว เพราะฉะนั้นในเขตเศรษฐกิจก็ดี ไม่ว่าจะเป็น นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แหลมฉบัง สิ่งเหล่านี้ควรจะมีการบริหารจัดการเมืองในลักษณะ รูปแบบพิเศษ นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจว่าจะต้องให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อทำให้เกิดรูปแบบพิเศษ นี่ก็คือเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้คนเมืองได้มีการบริหาร เมืองในลักษณะ ๔ ประเภทที่ผมกล่าวแล้ว เพราะจะทำให้เขาใส่ใจในการจัดการบ้านเมือง ของตัวเอง มีความใส่ใจในกิจกรรมสาธารณะของตนเอง สืบทอดวัฒนธรรม รักษามรดก ของเมืองไว้ตามเจตนารมณ์ของคนเมือง จะก่อให้เกิดความตื่นตัวในระบอบประชาธิปไตย สร้างนักการเมืองที่เป็นพื้นฐานในการสู่นักการเมืองระดับชาติ และทำให้การกระจายอำนาจ โดยเฉพาะเมืองพิเศษจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน สร้างคนที่ดีที่สุดของการพัฒนา ประเทศ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าผมมีความสุขมากวันนี้ที่ได้มีญัตติ ที่ผมตั้งใจว่าเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร จากที่เคยเป็นอาจารย์มาเป็นนักการเมือง อุดมการณ์หนึ่ง ที่ผมมีก็คือว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศของเรากระจายอำนาจอย่างเต็มรูปแบบสู่ท้องถิ่น อย่างที่ผมคาดหวัง เพราะฉะนั้นก็ขอให้ได้สนับสนุนญัตติที่ผมกล่าวถึงมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจัดรูปแบบการจัดตั้งองค์กรรูปแบบพิเศษเกิดขึ้น ประโยชน์ จะได้กับประชาชนและพี่น้องที่อยู่ในเขตเมืองที่ผมกล่าวแล้ว คุณภาพชีวิตจะถูกตอบโจทย์ อย่างรวดเร็วมากกว่ารวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง นี่คือสิ่งที่นโยบายพรรคพลังท้องถิ่นไท และกระผมที่มาสู่วงการเมืองตั้งใจตามอุดมการณ์ของนักการเมืองคนหนึ่งครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ สวัสดีครับ