วรภพ วิริยะโรจน์ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นแก้ไขปัญหางบประมาณและกระจายอำนาจให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง และเปลี่ยนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ตรวจราชการแทน
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการตนเอง ได้อย่างแท้จริงครับ เหตุผลก็คือว่าผมขอยืนยันในสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่งครับว่าศัตรูตัวจริง ของประเทศไทยคือรัฐราชการรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ ครับ เพราะว่าเมื่อดูเอางบประมาณ ทั้งหมดมากางก็จะพบครับว่า ๗๐ กว่าล้านบาทของงบประมาณของประเทศไทยอยู่ที่อำนาจ คือคนที่ตัดสินใจนั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งหมดนะครับ ซึ่งเป็นไปไม่ได้นะครับ ที่คนที่มีอำนาจ ตัดสินใจนั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ จะไปรู้ความต้องการหรือแก้ไขปัญหาให้กับคนทั้งประเทศได้ คนที่เข้าใจปัญหาของคนที่เชียงใหม่จะไม่มีวันเข้าใจปัญหาของคนที่ยะลาครับ นี่คือปัญหา ที่ทำให้ไม่ว่าจะมีอีกกี่รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความต้องการ ความเดือดร้อน ของประชาชนในทุกพื้นที่ได้ แต่จากประสบการณ์ของผมในการมาทำการเมือง ผมก็พบว่า มันยังมีวิธีครับ มันยังแก้ไขได้ด้วยการยุติรัฐราชการรวมศูนย์ที่กรุงเทพฯ นี้ ซึ่งผมขอแบ่งแยก เป็น ๔ ประเด็นครับ
ประเด็นที่สำคัญที่สุดประเด็นแรกก็คือเรื่องงบประมาณ คนท้องถิ่นทุกคน รู้ดีครับว่ามีแต่การโอนภารกิจแต่งบประมาณไม่ได้โอนไปด้วย เพราะถ้าดูจากรายได้ท้องถิ่น ต่อรายได้ส่วนกลาง มันก็จะพบชัดเจนเลยครับว่าตัวเลขค้างอยู่ที่ประมาณ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่รัฐบาล คสช. เป็นต้นมานะครับ วิธีแก้มันมีง่าย ๆ ครับ คือเราต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนกระจายอำนาจฉบับใหม่ครับ กำหนดให้ชัดเจนว่ารายได้ท้องถิ่นต่อส่วนกลาง สัดส่วนนี้ต้องเพิ่มขึ้นทุกปีครับ อย่างน้อย ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยให้มีเป้าหมายให้สูงสุดถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๗ ปีงบประมาณก็จะถูกถ่ายโอนไปยังที่ท้องถิ่น เมื่องบประมาณไป
ประเด็นที่ ๒ ต่อมาก็คือเรื่องภารกิจครับ ดั้งเดิมภารกิจบริการสาธารณะ ที่ท้องถิ่นสามารถทำได้ถูกกำหนดไว้ว่าจะต้องเป็นบริการสาธารณะที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น การกำหนดแบบนี้ทำให้ท้องถิ่นกลัวครับ ที่จะถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบ ถูก สตง. เรียกเงินคืน ซึ่งมันควรจะกลับหลักกันครับว่าบริการสาธารณะทั้งหมด ท้องถิ่นควรจะมีอำนาจทำได้ ยกเว้นที่กฎหมายกำหนด หรือยกเว้นที่ ก.ก.ถ. กำหนดให้มีความชัดเจนขึ้นครับ ให้ท้องถิ่น มีความมั่นใจ สามารถบริการสาธารณะ ตอบสนองกับความต้องการของคนในพื้นที่ได้ ภารกิจอย่างน้ำ ถนน ป่า จริง ๆ แล้วมันควรจะอยู่ที่ท้องถิ่นครับ เพื่อลดความขัดแย้ง ของภาครัฐและชุมชนครับ
ประเด็นที่ ๓ คือบุคลากร แน่นอนครับ เมื่อโอนงบไปแล้ว โอนภารกิจไปแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาก็คือเรื่องบุคลากรครับ แต่ถ้าจะให้บุคลากรมีความรู้สึกอยากถ่ายโอนไปยัง ท้องถิ่น สิ่งที่สำคัญคือต้องทำให้ศักดิ์และสิทธิของข้าราชการท้องถิ่นเท่ากับข้าราชการ ส่วนกลางครับ ให้ข้าราชการท้องถิ่นสามารถมีความก้าวหน้า โอนย้ายข้ามต่างท้องถิ่น หรือข้ามมายังส่วนกลางได้ครับ ดังนั้นให้บุคลากรทางด้านการศึกษา สาธารณสุขหรือตำรวจ ก็ควรจะมาอยู่ท้องถิ่นครับ แต่โดยต้องมีศักดิ์และสิทธิที่เท่ากับข้าราชการส่วนกลางดั้งเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้ข้าราชการ เหล่านี้สามารถบริการประชาชนให้ตอบสนองกับประชาชนได้มากที่สุดครับ
และสิ่งสุดท้ายคือเรื่องของอำนาจครับ ผมคิดว่ามันคงถึงเวลาแล้วครับ ที่เราต้องมาคุยกันว่าผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะมาจากการเลือกตั้งโดยคนท้องถิ่นครับ หรือถ้าอธิบายอีกแบบหนึ่งง่าย ๆ ก็คือให้นายก อบจ. นั่นละครับ ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของประชาชน ควรจะมีตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และเปลี่ยนให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกลายไปเป็นผู้ตรวจราชการแทน ในการกำกับดูแลท้องถิ่นตามเจตนา ของรัฐธรรมนูญครับ หรือแม้แต่ในการปกครองรูปแบบพิเศษอย่างจังหวัดจัดการตนเอง ให้ควบรวมราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น และให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง เหมือนรูปแบบ กทม. ผมก็คิดว่าอยากจะให้การตั้งคณะกรรมาธิการในครั้งนี้ได้ศึกษาพิจารณา ประเด็นนี้ด้วย เพราะมันก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนกันระหว่างราชการภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่นได้ นั่นคือเหตุผลทั้งหมดที่ผมอยากจะขอสรุป ขอสนับสนุนให้มี การตั้งญัตติพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครับ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการ ตนเองได้อย่างแท้จริง ให้ปลดล็อกศักยภาพของท้องถิ่นครับ ให้ท้องถิ่นตอบสนอง ต่อความต้องการของประชาชนในทุกพื้นที่ได้ ขอบคุณครับ