สวัสดีคะ กราบเรียนทานประธานสภาผูแทนราษฎรและสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางจินดารัตน วิริยะทวีกุล รองผูอํานวยการสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ ไดรับ มอบหมายใหชี้แจงรายงานผลการดําเนินการตามมาตรา ๑๗ แหงพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แกไขเพิ่มเติมนะคะ ดิฉันก็ขอรับความเห็น แลวก็ขอกังวลของทานสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ทานดอกเตอรแพิสิฐ ลี้อาธรรม ในการชี้แจง ในวันนี้ขอตอบเป็นขอตามที่ทานดอกเตอรแพิสิฐไดใหขอสังเกตไวนะคะ
เรื่องแรก คือเรื่องสัดสวนหนี้ตอจีดีพี (GDP) ที่กําหนดตามพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ ในมาตรา ๕๐ ที่ทานเป็นหวงวาอาจจะเกินกรอบที่กําหนดไว คือ ๖๐ เปอรเซ็นตแของจีดีพี (GDP) สัดสวนนี้เป็นสัดสวนที่ประกาศตาม พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลังของรัฐ โดยประธานคณะกรรมการวินัยการเงินการคลังของรัฐ และคณะกรรมการ ไดกําหนดไววาสัดสวนนี้กําหนดที่ ๖๐ เปอรเซ็นตแของจีดีพี (GDP) นะคะ แตอยางไรก็ดี ถามีความจําเป็น สัดสวนนี้ก็สามารถที่อาจจะเกินกรอบที่กําหนดไวได แตคณะกรรมการ ก็จะตองมีวิธีการที่จะใหสัดสวนเหลานี้กลับมาอยูที่ ณ จุดเดิมนะคะ ก็คือจะตองรายงาน เหตุผลแลวก็แนวทางการแกไข เพื่อใหสัดสวนนี้กลับมาอยูที่ ณ จุดเดิม
ประเด็นตอมาเป็นประเด็นเรื่องหนี้เพิ่มสูงขึ้น รายจายในปีงบประมาณ เพิ่มสูงขึ้น แตรายไดลดลงนะคะ สําหรับในปี ๒๕๖๔ และคิดวาตอไปในปี ๒๕๖๕ ประเทศไทยก็ยังเผชิญกับปัญหาการแพรระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) อยูนะคะ ดังนั้นรายไดที่จะจัดเก็บอาจจะไมเป็นไปตามประมาณการ หรือวาลดลงจากที่คาดการณไว หรือวาในปีกอนหนานั้น เชนปี ๒๕๖๓ ดังนั้นก็จําเป็นที่รัฐบาลก็จะตองทํางบประมาณขาดดุลเพื่อดําเนินโครงการแลวก็นําเงินมา เพื่อแกไขปัญหาทางเศรษฐกิจดวยการจัดทําระบบงบประมาณแบบขาดดุลนะคะ อยางไรก็ดี ในสวนที่มีการกูเงิน พ.ร.ก. โควิด (COVID) หรือวาเรื่องของการขาดดุลก็ดี อาจจะทําใหหนี้ ตอจีดีพี (GDP) มีสัดสวนที่สูงขึ้น ซึ่งจากการประมาณการแลวในปลายปี ๒๕๖๔ สัดสวนหนี้ ตอจีดีพี (GDP) ก็ยังอยูในกรอบ ๖๐ เปอรเซ็นตแอยู
ประเด็นถัดมาที่ทานมีขอกังวลเกี่ยวกับเรื่องการกอหนี้ตางประเทศนี่นะคะ เนื่องจากวาขณะนี้สภาพคลองในประเทศสูง แลวก็ประชาชนมีความตองการที่จะซื้อพันธบัตร ในประเทศ แลวก็ผลประโยชนแหรือดอกเบี้ยจากการลงทุนในพันธบัตรควรที่จะตกอยูในมือ ของประชาชนชาวไทยดวย อันนี้ก็เป็นไปตามแผนกลยุทธในการกูเงินของสํานักงาน บริหารหนี้สาธารณะที่กําหนดไวเชนเดียวกัน ก็คือเราจะใชเงินกูภายในประเทศเป็นหลัก โดยพิจารณาเครื่องมือทางการกูเงินที่เหมาะสม ไมวาจะเป็นเครื่องมือระยะสั้นหรือระยะยาว โดยขณะนี้เราก็ใชเครื่องมือระยะสั้นที่เป็นประเภททรีบิล (Three Bill) หรือวาตั๋วสัญญา ใชเงินหรือเทอมโลน (Term Loan) เพื่อใชในการกูเงินสําหรับดําเนินโครงการตาม พ.ร.ก. โควิด (COVID) หรือวาโครงการของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากวาเครื่องมือเหลานี้ ก็สามารถที่จะเบิกจายไดตามความตองการของการใชเงินนะคะ สวนการกูที่เป็นพันธบัตร ไมวาจะเป็นเบนชแมารแกบอนด (Benchmark Bond) หรือวาเป็นเซฟวิงบอนด (Saving Bond) เราก็เป็นเครื่องมือหลัก อาจจะใชในการปรับโครงสรางหนี้ดวยนะคะ โดยในปีนี้ ในเดือนกุมภาพันธเราก็จะมีการออกเซฟวิงบอนด (Saving Bond) ใหประชาชนไดซื้อ ลงทุน เป็นวงเงิน ๖๐,๐๐๐ ลานบาท มีอัตราดอกเบี้ยที่นาดึงดูดใจ มีระยะเวลา ๕ ปีและ ๑๐ ปี ดวยกันนะคะ สําหรับหนี้รัฐวิสาหกิจที่ขาดทุน อยางเชน ขสมก. และรถไฟ การรถไฟ แหงประเทศไทยที่ขาดทุนเรื้อรังมานานนะคะ ทางกระทรวงการคลังก็ไดรวมในการแกปัญหา ในแผนฟื้นฟู ซึ่งในแผนฟื้นฟูนี้ทางกระทรวงการคลัง ไมวาจะเป็นสํานักงานบริหารหนี้ สาธารณะ หรือวาสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจก็รวมกันใหขอคิดเห็น ในการแกไขปัญหา สําหรับในเรื่องที่เกี่ยวของกับหนี้ของทั้ง ๒ หนวยงานนี้เราก็พิจารณา ในแผนบริหารหนี้สาธารณะ เนื่องจากวา ๒ หนวยงานนี้ก็จะมีโครงการที่บรรจุในแผนบริหาร หนี้สาธารณะประจําปี คณะกรรมการนโยบายหนี้สาธารณะก็พิจารณาและใหความสําคัญ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องหนี้ของรัฐวิสาหกิจเหลานี้ แตเนื่องจากรัฐวิสาหกิจทั้ง ๒ แหงดําเนิน โครงการที่เป็นพับบลิกเซอรแวิส (Public service) ก็คือใหบริการประชาชน ดังนั้นจึงมี ความจําเป็นที่จะตองกอหนี้แลวก็ดําเนินโครงการเหลานี้นะคะ นอกจากนี้เราก็ยังมี การติดตาม กํากับดูแลรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะเรื่องของการเบิกจายเงินกู โดยเรามีระบบ ติดตามโครงการอยู โครงการใดที่มีความลาชามีปัญหา เราก็จะมีการดูแลอยางใกลชิด แลวก็มีการเสนอแนะแนวทางแกไขปัญหารวมกันกับหนวยงานที่เกี่ยวของ ไมวาจะเป็น กระทรวงตนสังกัด สภาพัฒน หรือวาสํานักงบประมาณที่ดูแลโครงการดวยกัน แลวก็หากมี ขอสังเกตเราก็จะรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแนวทางแกไขดวยนะคะ ก็คงมีแนว คําตอบ แลวก็เพื่อที่จะไดตอบคําถามของทานพิสิฐเพียงเทานี้คะ ขอบพระคุณคะ