นิติพล ผิวเหมาะ ต่อร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ โดยขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขเพื่อให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก และปรับปรุงบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองมาตรการทางเทคโนโลยีเพื่อให้เป็นไปตามสนธิสัญญาดังกล่าว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงในโลกที่เกิดขึ้นได้ ๒ กรณี คือ การเปลี่ยนแปลงของตนเอง หรือโลกที่บังคับให้เปลี่ยนแปลง
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ สิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์ พรรคก้าวไกลนะครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นก็ต้องขอบพระคุณกับทาง ท่านรัฐมนตรีนะครับ ได้นำเสนอถึงหลักการและเหตุผลของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ฉบับนี้นะครับ ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนต่อสภาไปแล้ว แต่ผมก็มีความจำเป็นครับ ท่านประธาน ต้องขออนุญาตอ่านซ้ำอีกครั้งหนึ่งถึงเหตุผลนะครับ คือประเทศไทยจะเข้าเป็น ภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกหรือไวโป ก๊อปปี้ไรท์ ทรีตี (WIPO Copyrights Treaty) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองงานอันมีลิขสิทธิ์ให้ทันต่อ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และปรับปรุงบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองมาตรการ ทางเทคโนโลยีเพื่อให้เป็นไปตามสนธิสัญญาดังกล่าว ผมมีเหตุผลครับท่านประธาน ทำไม ผมถึงต้องอ่านซ้ำ ทั้งที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนต่อสภาของเราไปแล้ว อ่านประโยคนี้จบ สิ่งที่ผมนึกขึ้นได้ในใจก็คือว่าทุกการเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นได้อยู่ ๒ กรณีครับ ท่านประธาน อย่างที่ ๑ เราอยากเปลี่ยนแปลงเอง ๒. โลกบังคับให้เราต้องเปลี่ยน ร่างแก้ไข พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ฉบับนี้เช่นกันครับท่านประธาน มันคือกรณีที่โลกบังคับให้เราต้องเปลี่ยน เพราะถ้าเราไม่เปลี่ยนเราจะไม่มีเวทียืนในระดับสากล สิ่งที่ผมเสียใจครับท่านประธาน เสียใจว่ากฎหมายลิขสิทธิ์ของประเทศไทยเดินช้ามาก ๆ ช้าพอ ๆ กับการสนับสนุนให้คนมี ความคิดสร้างสรรค์ในประเทศไทย มาถึงตรงนี้คือส่วนที่สำคัญครับ หัวใจสำคัญของกฎหมาย ลิขสิทธิ์คืออะไรครับ นี่คือโจทย์ใหญ่นะครับ หัวใจของกฎหมายลิขสิทธิ์คืออะไร หัวใจของ กฎหมายลิขสิทธิ์คือการคุ้มครองความวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์ผลงาน หัวใจสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งก็คือการคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ครับ นี่คือหัวใจของกฎหมายลิขสิทธิ์ ผมขออนุญาตลงลึกในรายละเอียดนิดหนึ่งนะครับ พอเราไปดูในมาตรา ๒๑ ที่จะมีการแก้ไขโดยการตัดคำว่า ภาพถ่าย ออกไปนะครับ ก็ต้อง ไปดูในมาตรา ๒๑ ปัจจุบันครับ ก็คือถ้าพูดถึงกรณีภาพถ่าย จะมีการคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่ สร้างสรรค์ หรือมีการสร้างสรรค์ผลงาน นี่คือมาตรา ๒๑ ปัจจุบันตัดคำว่า ภาพถ่าย ออกไป จากมาตรา ๒๑ แล้วภาพถ่ายจะมีความคุ้มครองแบบใดก็ต้องเข้าไปใช้หลักทั่วไป ตามมาตรา ๑๙ ใช่ไหมครับ จากนี้ไปงานภาพถ่ายก็คือจะมีระยะเวลาการคุ้มครองตลอดอายุ ของผู้สร้างสรรค์ แล้วต่อเนื่องไปอีก ๕๐ ปีนับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ตาย ข้อนี้ผมเห็นดีด้วยครับ นี่คือกรณีที่โลกบังคับให้เราต้องเปลี่ยน เมื่อโลกบังคับให้เราต้องเปลี่ยนแล้วครับ ท่านรัฐมนตรี ประเทศไทยก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคืออะไรครับ ต้องทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่งตั้งแต่เกิดจนตายให้เขามีความง่ายที่สุด เพื่อที่ว่าเขาจะได้มีเวลา ไปสร้างสรรค์ผลงาน นี่คือสิ่งสำคัญนะครับ ขออนุญาตเจาะลึกไปถึงเรื่องการถ่ายภาพครับ ด้วยความที่ว่าผมมีความชอบส่วนตัวในเรื่องการถ่ายภาพด้วย ลงลึกในรายละเอียด นิดหนึ่งครับ ก็อยากจะเน้นย้ำว่าการถ่ายภาพก็ใช้ความวิริยะอุตสาหะ ใช้ความตั้งใจ ใช้ความมุ่งมั่นไม่ต่างจากศิลปะแขนงอื่นนะครับ ไม่เชื่อลองไปถามอาจารย์ยรรยง โอฬาระชิน ลองไปถามอาจารย์มานิต ศรีวานิชภูมิ ลองไปถามอาจารย์สมศักดิ์ พัฒนพิฑูรย์ ทั้ง ๓ ท่าน ที่ผมได้เอ่ยนามนะครับ คือศิลปินถ่ายภาพที่ได้รับการยอมรับในประเทศไทยระดับสากล กว่าที่จะได้ภาพหนึ่งภาพ ใช้เวลาบันทึกภาพบางที ๓ ปี ๔ ปี ๕ ปี เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด จังหวะที่ดีที่สุด แล้วยิ่งการถ่ายภาพในปัจจุบันนะครับ เทคโนโลยีทำให้เราสามารถ บันทึกภาพได้ง่ายมากขึ้น เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสามารถบันทึกได้โดย เสี้ยววินาที แล้วนั่นจะคือประวัติศาสตร์ครับ จะถูกจารึกส่งต่อไปให้กับลูกหลานของเรา ได้เห็นนะครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับกับร่างแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ข้อดีในการแก้ไข กฎหมายลิขสิทธิ์ในครั้งนี้โดยเฉพาะเรื่องภาพถ่ายนะครับ จะทำให้วงการถ่ายภาพ ในประเทศไทยตื่นตัวมากยิ่งขึ้นครับ เพราะเขาสามารถรู้แล้วว่าเวลาเขาสร้างสรรค์ งานภาพถ่าย เขาถ่ายภาพมาภาพหนึ่งเขาจะได้รับความคุ้มครองที่มากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ ก็คือทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้นครับ ให้เขาได้มีเวลา ให้เขาได้มีโอกาสออกไปสร้างสรรค์ผลงาน ให้มากขึ้น นี่เป็นโจทย์ใหญ่ ท่านต้องตอบโจทย์ นอกจากการแก้ไขกฎหมายแล้ว ท่านต้อง เข้าใจหัวใจของกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วยครับ
สรุปสุดท้ายครับท่านประธาน เน้นย้ำไว้ตรงนี้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ในโลกใบนี้เกิดขึ้นได้อยู่ ๒ กรณี เราอยากเปลี่ยนแปลงเอง หรือโลกบังคับให้เราเปลี่ยน ขอบคุณครับท่านประธาน